เปิดปม ‘รถหลวง’ เอี่ยวคดียิง ‘สส.กมลศักดิ์’ สว.ไชยยงค์ จี้กองทัพตอบ 3 คำถาม – กังขาปมยืมไปฆ่า?


      กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ เมื่อ “ยานพาหนะของรัฐ” ถูกระบุว่าถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการสังหารนักการเมืองระดับชาติ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ ออกโรงจี้ให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 เร่งชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีปรากฏหลักฐานว่า รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยิงถล่มรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ คือรถในสังกัด กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส

ชำแหละพิรุธ: จาก “รถหลวง” สู่ “รถมือปืน”

ปมสำคัญที่สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบคือ รถคันดังกล่าวไม่ได้ถูกโจรกรรม แต่มีกระแสข่าวว่าถูก “ยืม” ออกไปจากหน่วยราชการ โดยผู้ก่อเหตุบางรายมีดีกรีเป็นถึงอดีตทหารนาวิกโยธิน ซึ่งหลังก่อเหตุมีการนำรถไปตัดแยกส่วน (ชำแหละ) เพื่อหวังทำลายหลักฐานด้วยการโยนทิ้งแม่น้ำบางนรา

นายไชยยงค์ ตั้งคำถามเชิงสืบสวนที่กองทัพต้องตอบให้ชัด:

  1. ระเบียบการยืม: รถหลวงมีระเบียบการเบิกจ่ายเคร่งครัด ใครเป็นผู้อนุมัติให้ยืม และ “ยืมไปทำภารกิจอะไร” ถึงได้ไปโผล่ในจุดเกิดเหตุยิง สส.?

  2. ปฏิกิริยาของหน่วย: หากรถถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งความรถหายหรือดำเนินการทางวินัยทันที แต่กลับนิ่งเงียบจนกระทั่งถูกตำรวจขยายผลเจอซากรถ?

  3. ความเชื่อมโยงระดับลึก: ผู้ให้ยืมกับกลุ่มมือปืนมีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่?

“คำชี้แจงที่ว่า ยืมไปใช้โดยไม่รู้ว่าจะเอาไปยิงคน ฟังไม่ขึ้นในทางปฏิบัติราชการ และยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ที่เสียหายว่า อาวุธและงบประมาณจากภาษีประชาชน กำลังถูกใช้กลับมาทำร้ายประชาชนเสียเอง” นายไชยยงค์ ระบุ


ต่อจิ๊กซอว์ “สุคิริน” : เมื่อ ฮ. ถูกกล่าวหาว่ากราดยิง

ไม่เพียงแค่ปมรถหลวง นายไชยยงค์ยังขยายผลถึงเหตุการณ์ใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่กองทัพปฏิเสธว่าไม่มีการใช้ปืนกลอากาศยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แต่ภาพถ่ายรอยกระสุนบนต้นยางพาราของชาวบ้านกลับเป็นหลักฐานที่ย้อนแย้งกับคำแถลงของรัฐ

“ความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียว” คือสิ่งที่ สว.ไชยยงค์ เรียกร้องให้มีการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นที่ติดลบ

พื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีอยู่จริง?

       สถานการณ์ไฟใต้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งการเผาทรัพย์สินและการซุ่มโจมตี สะท้อนความล้มเหลวของการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safety Zone) นายไชยยงค์ทิ้งท้ายด้วยการจี้ให้ผู้บัญชาการระดับสูงเลิกใช้วิธี “แถลงการณ์รายวัน” แต่ให้ลงมาแสดงความรับผิดชอบต่อความหละหลวมที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงานตนเอง