“ขดดะรี” จี้ “อนุทิน” ดันสันติภาพใต้เป็นวาระแห่งชาติ — “อังคณา” ดักคออย่าดีแต่เรียกร้อง ให้เร่งใช้อำนาจสางคดียิง สส.กมลศักดิ์
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย น.ส.ลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ร่วมแถลงเปิดจดหมายเปิดผนึกถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางดับไฟใต้ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายนนี้
เปิดสถิติเลือด 22 ปี ย้ำต้อง “การเมืองนำการทหาร”
ภาคประชาสังคมอ้างอิงข้อมูลจาก Deep South Watch ระบุว่าตลอด 22 ปีที่ผ่านมา (ม.ค. 2547 – ก.พ. 2569) ความรุนแรงคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 7,797 ราย และบาดเจ็บกว่า 1.4 หมื่นราย โดยปัจจุบันสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากังวล จึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วน 3 ประการ
-
ยกความสันติสุขเป็นวาระแห่งชาติ: ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและแนวทาง “การเมืองนำการทหาร”
-
แก้ปัญหาเอกภาพ: ให้อำนาจเต็มในการบูรณาการงานความมั่นคงและการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
-
ต่อยอดผลการศึกษา: นำรายงานจากกรรมาธิการชุดเดิมที่ศึกษามากว่า 2 ปี มาบังคับใช้จริงในสภาฯ
จี้สางคดียิง “กมลศักดิ์” ยุติวัฒนธรรมพ้นผิด
นายขดดะรี แสดงความห่วงใยต่อเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกำกับการสอบสวนให้มีความอิสระ โปร่งใส และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อลบภาพ “วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
“อังคณา” ตอกกลับสภาที่ปรึกษาฯ: มีอำนาจในมือแต่ไม่ใช้
ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ความเห็นในเชิงท้วงติงว่า สภาที่ปรึกษาฯ มีอำนาจตาม พรบ.ศอ.บต. พ.ศ. 2553 อยู่เต็มมือ โดยเฉพาะมาตรา 22 (5) และ (8) ที่สามารถตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องสิทธิประชาชนได้เองอยู่แล้ว
“อยากเห็นสภาที่ปรึกษาฯ ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองประชาชน มากกว่าการออกมาแถลงการณ์เรียกร้องเพียงอย่างเดียว” นางอังคณากล่าว


