แฉหั่นงบปราบยาเสพติด 50 ล้าน สะเทือนสามจังหวัดใต้

ทุบงบน้ำ-ถนนหมู่บ้าน ไปโปะ ‘งบกลาง-ตีเช็คเปล่า‘
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. เมื่อเวลา 13.07 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการโอนงบประมาณจากหน่วยงานรับงบประมาณต่าง ๆ กลับไปเป็นงบกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
พันตำรวจเอก ทวี เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดคือปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุชัดเจนว่า ประชาชนในพื้นที่หวั่นวิตกกับปัญหายาเสพติดมากกว่าปัญหาความไม่สงบเสียด้วยซ้ำ แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ลงถึง 50 ล้านบาท การตัดงบประมาณดังกล่าวส่งผลกระทบต่อมาตรการสำคัญ 2 ส่วน คือการตัดงบสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น (30 ล้านบาท) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรยาเสพติด เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่แหล่งผลิต แต่เป็นการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ
และ ตัดงบสืบสวนจับกุมนักค้ารายสำคัญ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นผู้มีอิทธิพล มีสายสัมพันธ์กับนักการเมือง ไม่เคยแตะต้องยาเสพติดโดยตรง การทำงานจึงต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษและงบขยายผล แต่กลับถูกตัดลดลงไป
“ปัญหายาเสพติดมันไม่มีเท้า มันเดินเองไม่ได้ มันต้องมีนักค้า และยาเสพติดก็ไม่ได้ผลิตในไทย การไปตัดงบสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ จึงเป็นการทำลายหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหายาเสพติด” พันตำรวจเอก ทวี ระบุ
จากการตรวจสอบโครงสร้างการโอนงบประมาณใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ พันตำรวจเอก ทวี ชี้ให้เห็นว่ามี 3 กระทรวงหลักที่ถูกดึงงบประมาณคืนมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่าครึ่งหนึ่งของการโอนงบประมาณทั้งหมด โดยอันดับหนึ่งคือ กระทรวงคมนาคม ถูกโอนงบสูงสุดถึง 2,400 ล้านบาท (คิดเป็น 23%) ตามมาด้วย กระทรวงมหาดไทย ถูกโอนงบ 1,800 ล้านบาท (คิดเป็น 21%) และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกประมาณ 800 กว่าล้านบาท (คิดเป็น 13%)
พันตำรวจเอก ทวี ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่ถูกตัดส่วนใหญ่เป็น “งบน้ำและงบถนน” ของประชาชนในระดับฐานราก เช่น โครงการของกรมทางหลวงชนบทกว่า 24 โครงการ มูลค่ารวม 500 กว่าล้านบาท บางโครงการมีมูลค่าเพียงหลักแสนถึงล้านกว่าบาท เช่น สะพานข้ามคลองเพื่อให้เกษตรกรขนส่งพืชผักไปขายในตลาด ซึ่งชาวบ้านบางพื้นที่เฝ้ารอมานานกว่า 20 ปี แต่กลับถูกตัดงบไปโดยไม่มีหลักประกันว่าในอนาคตจะได้คืนหรือไม่
นอกจากนี้ ในพื้นที่เชิงลึกยังพบว่ามีการตัดงบประมาณป้องกันน้ำท่วมเมืองยะลาไปถึง 11 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดนราธิวาสด้วย ซึ่งย้อนแย้งกับข้ออ้างของรัฐบาลที่ระบุว่าจะนำงบประมาณที่โอนไปใช้เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติเร่งด่วน
ในตอนท้าย พันตำรวจเอก ทวี ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานงบประมาณ ซึ่งเปิดเพียง 3 วัน (19-21 มิถุนายน) และตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้มีประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นเพียง 17 คนเท่านั้น
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) ยังเคยชี้มูลว่า งบประมาณที่โอนไปเป็นงบกลางถึง 79% มักถูกนำไปใช้โดยไม่มีวินัยการเงินการคลังอย่างเหมาะสม และหลายครั้งถูกนำไปใช้ในลักษณะ “มักง่าย” เพื่อจัดสรรเป็นค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการ หรือเงินเดือนข้าราชการที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ
เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบงบประมาณ พันตำรวจเอก ทวี ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อรัฐบาล ห้ามนำงบประมาณที่โอนในครั้งนี้ไปผูกพันข้ามปีเด็ดขาด ต้องมีการตั้งตัวชี้วัดความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
เด็ดขาดห้ามนำงบประมาณก้อนนี้ไปโปะเป็นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกริบริดงบพัฒนาท้องถิ่นไป
Post Views: 2