
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่ห้องประชุมศุลกากรพิพัฒน์ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้งสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส, พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ตลอดจนตัวแทนจากด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันส่งมอบเงินชดเชยค่าเสียหายด้านทรัพย์สิน
ผู้รับมอบคือ นายมูฮัมหมัด ยูซรี บิน อูดิน อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ วิทยาเขตโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อโปรตอน (Proton) สีบรอนส์ ทะเบียนมาเลเซีย VJV 669 ที่ถูกแรงระเบิดจนพังเสียหายยับเยินจนไม่สามารถใช้งานได้
สำหรับวงเงินเยียวยาค่าเสียหายด้านทรัพย์สิน (รถยนต์) ในครั้งนี้มีมูลค่ารวม 650,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ ทางการไทยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วจำนวน 10,000 บาท
ส่วน นายอับดุลเลาะห์ ซายาปี บิน อับดุล ราห์มาน อายุ 45 ปี เพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ชาวมาเลเซียที่นั่งโดยสารมาด้วยกันและได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วจำนวน 50,000 บาท ปัจจุบันถูกส่งตัวกลับไปรักษาบาดแผลต่อที่โรงพยาบาลเมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอาการล่าสุดเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ย้อนรอยบึ้มตากใบ-เหยื่อมาเลย์เปิดใจ “ไม่โกรธ ถือเป็นคราวเคราะห์”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายชาวมาเลเซียทั้งสองรายกำลังขับรถยนต์เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่กลับถูกคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบนถนนสายสะปอม – ตากใบ บริเวณช่วงบ้านไพรวัน หมู่ 7 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย
ภายหลังรับมอบเงินเยียวยา นายมูฮัมหมัด ยูซรี บิน อูดิน เปิดเผยความรู้สึกว่า ตอนนี้อาการบาดเจ็บดีขึ้นมากแล้ว เหลือเพียงอาการปวดบริเวณหลังเล็กน้อย พร้อมยืนยันว่าหากรักษาตัวจนหายดีแล้ว ก็จะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกอย่างแน่นอน
“ผมมีทั้งเพื่อนและญาติๆ อยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นเรื่องโชคร้ายและไม่คิดโทษใครทั้งสิ้น ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของตัวเอง เพราะหากไม่ประสบอุบัติเหตุจากระเบิดที่นี่ อยู่ที่มาเลเซียก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากเรื่องอื่นได้เช่นกัน” นายมูฮัมหมัด กล่าว
ผู้ว่าฯ วอนคนพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา ย้ำดูแลนักท่องเที่ยวเต็มที่
ด้าน นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเป็นตัวแทนมอบเงินชดเชยความเสียหายด้านทรัพย์สินให้กับพี่น้องชาวมาเลเซีย พร้อมทั้งอยากวิงวอนไปยังประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและรีบแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่หากพบสิ่งผิดปกติ
เนื่องจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญของ จ.นราธิวาส และประเทศไทย ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางผ่านแดนเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ จะมีตัวเลขสูงถึงวันละ 20,000 คน ส่วนวันธรรมดาก็เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 10,000 คน
“ในนามของจังหวัดต้องกราบขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากสื่อสารไปยังพี่น้องชาวมาเลเซียทุกคนว่า หากเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เราจะดูแลความปลอดภัยให้อย่างถึงที่สุด ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บที่กลับไปรักษาตัวที่มาเลเซียนั้น ทางทีมแพทย์ของเราได้ประสานงานกับฝั่งมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง หากต้องการให้ช่วยเหลือในส่วนใดเรายินดีเต็มที่ ยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งและจะดูแลอย่างต่อเนื่องแน่นอน” ผู้ว่าฯ นราธิวาส กล่าวทิ้งท้าย
Post Views: 4