ห้องเช่าเล็กๆ แต่มีชื่อลูกจ้าง 843 คน

     

     ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) เปิดเผยว่า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ได้สั่งการและมอบหมายให้ กองบังคับการควบคุมการแก้ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ บูรณาการกำลังร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต และสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต

เปิดปฏิบัติการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แห่ง เพื่อจัดระเบียบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติที่อาจเข้าข่ายใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจต้องห้าม

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบข้อมูลและข้อพิรุธในการดำเนินกิจการของกลุ่มทุนต่างด้าวใน 3 จุดยุทธการสำคัญ ดังนี้

เจาะลึก 3 จุดยุทธการตรวจเข้มทุนต่างด้าวภูเก็ต

  • จุดแรก: ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด จดทะเบียนที่ตั้งเลขที่ 19/2 ซอย 10 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงของเจ้าหน้าที่กลับไม่พบการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานประกอบการแต่อย่างใด โดยสภาพจริงเป็นเพียงห้องเช่าขนาดเล็กและมีผู้พักอาศัยอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น ทว่าเมื่อตรวจสอบในระบบสารสนเทศกลับพบข้อมูลน่าตกใจว่า ห้างหุ้นส่วนแห่งนี้มีแรงงานต่างด้าวในฐานะลูกจ้างผูกพันอยู่ในระบบมากถึง 843 คน

  • จุดที่สอง: บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ทรู เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ดำเนินธุรกิจนำเข้าแรงงานต่างด้าว เบื้องต้นผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

  • จุดที่สาม: บริษัท ทรู เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ประกอบธุรกิจรับจัดทำเอกสารและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว แม้ตัวบริษัทจะไม่พบความผิดโดยตรง แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า ภายในสำนักงานมีการดำเนินงานของ ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด ควบคู่ไปด้วย จึงนำไปสู่การขยายผลการตรวจสอบในเชิงลึกทันที

พบพิรุธ “หจก.ต่างด้าว” ทำธุรกิจต้องห้าม-ส่อเอี่ยว “นอมินี”

      จากการตรวจสอบโครงสร้างและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบข้อมูลสำคัญว่า ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด มีสถานะเป็น “ห้างหุ้นส่วนต่างด้าว” เนื่องจากมีคนต่างชาติเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่กลับจดทะเบียนประกอบกิจการรับดำเนินการด้านเอกสารให้แก่แรงงานต่างด้าว ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่กฎหมายไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบการตามบัญชีท้ายกฎหมาย

     นอกจากนี้ ตรวจสอบเชื่อมโยงยังพบชื่อ นายปาย โซ ตู (MR. PYE SOE THU) สัญชาติเมียนมา ปรากฏรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ทรู เซอร์วิส จำกัด และบริษัท ทรู เซอร์วิส จำกัด (ซึ่งไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์บริษัท) แต่กลับพบว่า นายปาย โซ ตู ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 2 หุ้นส่วนผู้จัดการของ ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด เจ้าหน้าที่จึงชี้มูลความผิดว่าเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายในลักษณะนอมินีและประกอบธุรกิจต้องห้าม

ข้อกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง: การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลจะมีโทษปรับเพิ่มเติมอีกวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

ประสาน ตร. ดำเนินคดี-จ่อยื่นศาลสั่งเลิกกิจการ ลามกระทบ 843 แรงงาน

       ชุดจับกุมได้ประสานไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทางเอกสาร บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงินทั้งหมด เตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีกับกรรมการผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมทั้งจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งเลิกกิจการห้างหุ้นส่วนดังกล่าวต่อไป

     อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า หากศาลมีคำสั่งให้เลิกกิจการ ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อ แรงงานต่างด้าวจำนวน 843 คน ที่มีชื่อผูกพันอยู่ในระบบของห้างหุ้นส่วนแห่งนี้ โดยแรงงานทั้งหมดจะต้องดำเนินการหานายจ้างรายใหม่ให้ได้ภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาสถานะการทำงานและการพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องต่อไป หากมีความคืบหน้าสำนักข่าวอิศราจะนำเสนอให้ทราบอย่างต่อเนื่อง