ยกระดับเมืองรอง: เมื่อ ‘ตลาด’ ไม่ใช่แค่ที่ค้าขาย

   แต่คือ ‘ทุนวัฒนธรรมชุมชน’ สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

   การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ไม่อาจพึ่งพาเพียงแค่การอุดหนุนงบรากหญ้าแบบชั่วครั้งชั่วคราว หากแต่ต้องอาศัยการขุดค้น “รากเหง้า” และ “ต้นทุนทางวัฒนธรรม” ของแต่ละพื้นที่ขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม “เมืองรอง” ที่กำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับทางเศรษฐกิจและสังคม

แนวคิดเรื่อง “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” หรือ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ” จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ถูกนำมาตีความและยกระดับให้เป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการและการพัฒนาพื้นที่

ย่อยมิติ ‘ตลาดชุมชน’ สู่นิยามใหม่ทางวัฒนธรรม

ดร.ธนภณ วัฒนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานวิจัยเชิงพัฒนาพื้นที่ ด้านทุนทางวัฒนธรรมชุมชน ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับพื้นที่เศรษฐกิจฐานรากไว้อย่างคมชัดว่า:

“ตลาด…มิใช่เพียงพื้นที่ซื้อขายสินค้า แต่เป็น ‘พื้นที่ทางวัฒนธรรม’ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และการปรับตัวของผู้คน”

นิยามดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ในความเคลื่อนไหวของการซื้อขายสินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอมือ เครื่องจักสาน หรืออาหารพื้นถิ่น สิ่งที่แฝงอยู่เบื้องหลังไม่ใช่เพียงแค่มูลค่าเป็นตัวเงิน แต่คือ “คุณค่า” ขององค์ความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และความสามารถในการปรับตัวของชาวบ้านเพื่อให้อยู่รอดในโลกยุคใหม่

พลิกโจทย์วิจัย บพท. – กองทุน ววน. ดันสื่อวัฒนธรรมขับเคลื่อน ‘เมืองสร้างสรรค์’

     ข้อมูลเชิงนโยบายพบว่า แนวคิดดังกล่าวได้ถูกยกระดับสู่โครงการวิจัยอย่างเป็นระบบ ภายใต้ชื่อ โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งดำเนินการโดย มูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน

     โครงการนี้อยู่ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การกระจายความเจริญและความมั่งคั่งสู่ภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนงบรากฐานที่สำคัญจากองค์กรระดับประเทศ ได้แก่:

  • กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)

  • สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ความท้าทายเชิงโครงสร้าง จากสินค้าชุมชน สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

      เป้าหมายสำคัญของการวิจัยชุดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การทำเอกสารทางวิชาการขึ้นหิ้ง แต่คือการเข้าไปบริหารจัดการ “สื่อวัฒนธรรมชุมชน” เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “วิถีชีวิตดั้งเดิม” กับ “ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่” เปลี่ยนเมืองรองที่เคยถูกมองข้าม ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์

      หากโครงการนี้สามารถสัมฤทธิผลในวงกว้าง จะช่วยตอบโจทย์เชิงโครงสร้างในการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้จาก “ทุนวัฒนธรรม” ที่พวกเขามีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องรอการพึ่งพิงส่วนกลางเพียงอย่างเดียว

     นี่คือบทพิสูจน์สำคัญว่า หากรัฐสามารถเปลี่ยน “ทุนวัฒนธรรม” ให้เป็น “ทุนชาติ” ได้สำเร็จ ตลาดชุมชนทุกแห่งในเมืองรอง ก็พร้อมที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง