บพท. นำคณะลงพื้นที่ทุ่งสง 18-20 ก.ค. นี้! พลิกโฉม “ทุ่งสง”

จากเมืองทางผ่านสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรม! ร้อยเรียง 4 ย่านสร้างสรรค์ ดันเศรษฐกิจฐานราก
พลิกโฉมเมืองทางผ่านสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม! อาจารย์ปิยานาถ ถอดรหัส 8 ปีความสำเร็จโมเดล “ทุ่งสงนิยม” จากผังเมืองมีดอีโต้สู่ “กุญแจเมือง” ร้อยเรียง 4 ย่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ปลุกอัตลักษณ์ “รถไฟ-ยิปอินซอย-ยาหนม” ด้าน บพท. เตรียมนำคณะลงพื้นที่ 18-20 ก.ค. ระดมสมองภาคีเครือข่าย ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากยั่งยืน
นางปิยานาถ กลิ่นภักดี นักวิจัยในพื้นที่อำเภอทุ่งสง พื้นที่โครงการวิจัยทุน “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” เปิดเผยถึงความสำเร็จตลอด 8 ปี (ตั้งแต่ปี 2558-2569) ในการขับเคลื่อนอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากเมืองศูนย์กลางคมนาคมทางรางที่ไม่มีใครมองเป็นเมืองท่องเที่ยว สู่โมเดล “ทุ่งสงนิยม” ที่ปลุกจิตวิญญาณคนในท้องถิ่นให้ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง
นางปิยานาถ ย้อนอดีตให้ฟังว่า การขับเคลื่อนนี้เริ่มต้นในปี 2558 โดย นายทรงชัย วงษ์วัชรดำรง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง ที่มีวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองโดยนำทุนวัฒนธรรมมาเป็นตัวนำ เริ่มจากการจัดทำผังวัฒนธรรมเมืองในพื้นที่เขตเทศบาล 7.17 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในอดีตรูปร่างผังมีลักษณะคล้าย “มีดอีโต้” ก่อนจะถูกพัฒนาต่อยอดมาเป็นผัง “กุญแจเมือง”

ต่อมาในปี 2560 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้เข้ามาสนับสนุนงานวิจัยเชิงลึก นำไปสู่การตั้ง “คณะกรรมการประชาคมวัฒนธรรมเมืองทุ่งสง” ซึ่งรวบรวมภาคีเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษา ศิลปิน ครูภูมิปัญญา และกลุ่มจิตอาสาภายใต้ชื่อ “กลุ่มคนรักเมืองทุ่งสง” ร่วมกันสร้างแนวคิด “ทุ่งสงนิยม” เพื่อฝังชิปความคิดให้คนในท้องถิ่นรักและภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
“เราใช้คำว่าทุ่งสงนิยม ขนมจีนทุ่งสงต้องอร่อยที่สุด คนทุ่งสงน่ารักที่สุด สถานที่ทุ่งสงสวยที่สุด เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนร่วมกัน เริ่มต้นทำกิจกรรมจากไม่มีเงินเลย เรี่ยไรเงินกันสองสามหมื่นจนสำเร็จ ขยับเป็นหลักแสนก็ทำได้ จนเกิดความเชื่อมั่นว่าถ้ามีใจ…เมืองก็เปลี่ยนได้” นางปิยานาถ กล่าว
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชิ้นแรกจากงานวิจัยและแรงผลักดันของประชาคม คือการกำเนิด “หลาดชุมทางทุ่งสง” เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 ณ บริเวณสี่แยกชนปรีดา ซึ่งปัจจุบันขยายตัวต่อเนื่องมาถึงครั้งที่ 394 แล้ว

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ นางปิยานาถ เผยว่า โจทย์แรกที่อดีตนายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสงตั้งไว้ตอนนั้น คือ “ถ้าเปิดตลาดถนนคนเดินแล้ว มีแต่พ่อค้าแม่ค้าจากนอกพื้นที่เข้ามาขายของ แล้วขนเงินของคนทุ่งสงกลับบ้านเขา มันไม่ใช่การพัฒนาเมือง” หลาดชุมทางทุ่งสงจึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนในชุมชนอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายใน
ปัจจุบันการพัฒนาพื้นที่ได้ร้อยเรียงจิ๊กซอว์ทางวัฒนธรรมเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็น 4 ย่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ คือ ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชนและการแสดงออกทางวัฒนธรรม ย่านชุมทางประวัติศาสตร์ พื้นที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นเมืองรากแก้ว ย่านนิคมบ้านพักรถไฟ อัตลักษณ์เมืองรางที่มีบ้านไม้สถาปัตยกรรมเก่าแก่กว่า 100 หลัง มีโรงซ่อมหัวรถจักร-โบกี้ขนาดใหญ่ และเป็น 1 ในไม่กี่แห่งของประเทศที่มี “วงเวียนกลับหัวรถจักร”
ย่านพื้นที่ประวัติศาสตร์ของบริษัท ยิปอินซอย จำกัด พื้นที่ของบริษัทเอกชนที่เข้ามาทำเหมืองแร่และเกษตรกรรมในทุ่งสงครบ 100 ปีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งยังหลงเหลือร่องรอยสถาปัตยกรรมไม้กึ่งกลางเมืองท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมและไฟไหม้ในอดีต

นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้เข้าไปส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารและของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์แท้จริงของทุ่งสงในปัจจุบัน อาทิ “ยาหนม” (ขนมไทยอัตลักษณ์ทุ่งสง) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกาละแม แต่มีความพิเศษคือใช้เมล็ดข้าวเหนียว (ไม่ใช่แป้ง) มาเคี่ยวและกวนผสมกับกะทิและน้ำตาลจากปากพนังยาวนานถึง 12 ชั่วโมง จนเนื้อเนียนหนึบ ห่อด้วยกาบหมาก ปัจจุบันสร้างมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละ 300-350 บาท
รวมถึงการริเริ่มเทศกาล “เปตะเฟสติวัล” ซึ่งเป็นการตีความประเพณีสารทเดือนสิบใหม่ โดยปรับ Mindset ของคนรุ่นใหม่ให้มองการทำบุญเดือนสิบเป็นเรื่องของ “ความกตัญญูกตเวทิตา” ต่อบรรพบุรุษ ผ่านสัญลักษณ์ “หุ่นทองสูง” ที่มีความสวยงาม สง่างาม แทนภาพลักษณ์ความน่ากลัวของเปรตในอดีต ชูเป็นเทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปโฉมใหม่
สำหรับการลงพื้นที่ของ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือการระดมสมองเพื่อต่อยอดทุ่งสงสู่เมืองรองเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งกรอบการทำงานเป็น 3 วัน โดย วันที่ 18 กรกฎาคม โฟกัสกรุ๊ปร่วมกับกลุ่มประชาคมวัฒนธรรมเดิมที่ขับเคลื่อนพื้นที่ วันที่ 19 กรกฎาคม ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายเต็มรูปแบบ (อบจ., อำเภอทุ่งสง, สภาวัฒนธรรม, กำนันผู้ใหญ่บ้าน, สถาบันการศึกษา และกลุ่มเยาวชนยุววัฒนธรรม) เพื่อรับฟังทิศทางที่เมืองต้องการและสิ่งที่ทุนวิจัยจะเข้ามาหนุนเสริมและวันที่ 20 กรกฎาคม ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา (อาทิ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ) ในการขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่อง
“8 ปีที่ผ่านมา ทุ่งสงเปลี่ยนไปมาก จากเมืองทางผ่านที่ไม่มีใครคิดเรื่องท่องเที่ยว ปัจจุบันมีโฮมสเตย์และโรงแรมขนาดกลางเกิดขึ้นจำนวนมาก แม้กระทั่งโรงแรมเครือใหญ่อย่าง Hop Inn ยังมาลงทุนสร้างเองโดยไม่ใช้แฟรนไชส์ สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงพื้นที่อื่น ๆ คือ แต่ละเมืองมีบริบทต่างกัน ก๊อบปี้กันไม่ได้ทั้งหมด คุณต้องรู้จักเมืองของคุณอย่างถ่องแท้ ทั้งสถานที่ ประชากร และวิถีชีวิต จึงจะสามารถขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืนของชุมชนได้อย่างแท้จริง” นางปิยานาถ กล่าวทิ้งท้าย
อนึ่ง โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” อยู่ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)


