“ย้อนรอยวิถีชุมชน น้อมนำสองวัฒนธรรม 3 ตำบล” สัมผัสวิถีคนทำสวนทุเรียน-ตำนานรถจี๊ปตาชี

       ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ การนำเยาวชนกลับไปเรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความเข้าใจและสานสัมพันธ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ ล่าสุดได้มีการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือสานสัมพันธ์ภายใต้ชื่อ “ย้อนรอยวิถีชุมชน น้อมนำสองวัฒนธรรม 3 ตำบล” เพื่ออัลลอฮ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (2 วัน 1 คืน) ที่ผ่านมา ณ ลาน “Raw & Wild” คีรีแก่งนางรำ ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา

กิจกรรมครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าค่ายลูกเสือเพื่อเรียนรู้กฎระเบียบหรือเงื่อนเชือกตามตำราปกติ แต่เป็นการเปิดห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ให้เยาวชนได้ลงพื้นที่สัมผัส “ของจริง” เพื่อซึมซับวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมและหยาดเหงื่อของคนในชุมชน

ไฮไลต์สำคัญของค่ายลูกเสือครั้งนี้ คือการพานักเรียนไปเจาะลึกวิถีชีวิตของ “ชาวสวนทุเรียน” พืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้ว่า กว่าจะได้ทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยส่งถึงมือผู้บริโภค ชาวสวนต้องแลกมาด้วยความทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เวลา และทุนทรัพย์มากเพียงใด

       เด็กๆ ได้เรียนรู้วงจรชีวิตของชาวสวน ตั้งแต่การตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าป่า การถางหญ้าทำความสะอาดแปลง การใส่ปุ๋ยบำรุงต้นและดิน ตลอดจนการดูแลรักษาในแต่ละช่วงปีของการเจริญเติบโต ซึ่งต้องอาศัยความใส่ใจอย่างประณีต นอกจากนี้ ทางค่ายยังได้จำลองและให้นักเรียนได้สัมผัสสภาพการกินอยู่หลับนอนจริงของชาวสวนในขนำหรือที่พักกลางป่า เพื่อให้เห็นถึงความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอดทนของคนในพื้นที่

นอกจากวิถีเกษตรกรรมแล้ว เยาวชนยังได้สัมผัสกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของตำบลตาชี นั่นคือการเป็น “เมืองรถจี๊ป” (Jeep) โดยในปัจจุบัน ชาวตาชียังคงอนุรักษ์และใช้งานรถจี๊ปคลาสสิกในการขนส่งผลผลิตทุเรียนลงมาจากภูเขาสูงชัน ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปรับใช้ยานพาหนะให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศ

      ในด้านการดำรงชีพ ค่ายลูกเสือครั้งนี้ยังสอนทักษะชีวิต (Life Skills) แบบครบวงจร เด็กๆ ได้เรียนรู้วิถีการหาอาหารธรรมชาติ เช่น การจับปลาในแหล่งน้ำ การก่อไฟย่างปลา และการทำครัวด้วยอุปกรณ์ที่หาได้จากธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเป็นทักษะการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานที่หาเรียนไม่ได้ในห้องเรียนสี่เหลี่ยม

       กิจกรรมตลอด 2 วัน 1 คืนนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อหล่อหลอมเยาวชนให้เข้าใจถึงความเหนื่อยยากของคนรุ่นก่อน รู้จักคุณค่าของทรัพยากร และที่สำคัญคือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้ร่มเงาของ “สองวัฒนธรรม” ในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอยะหา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำความดีเพื่ออัลลอฮ์ และสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน

สำหรับสถานศึกษาหรือหน่วยงานใดที่สนใจเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนในรูปแบบวิถีชุมชนที่เข้มข้นและสัมผัสได้จริงเช่นนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพื่อนำนักเรียนมาร่วมกิจกรรมในรุ่นต่อไปได้