ข้อเท็จจริง 2 ด้าน ปม “ยิงจาก ฮ.” – หน่วยข่าวเตือน “น้ำผึ้งหยดเดียว!”

ข้อเท็จจริง 2 ด้าน! แกะรอยปริศนากระสุนเจาะร่างวัยรุ่นจะแนะ “ชาวบ้าน-คนเจ็บ” ยันหนักแน่น “ยิงจาก ฮ.” ขณะที่ฝ่ายทหาร ทั้ง กอ.รมน. – ฉก.นราธิวาส ประสานเสียงภาคเสธ ยิงจริงแต่ไม่มีอาวุธ ขณะที่ “หมอ” อธิบายวิถีกระสุนจากบาดแผล เผยเอกสารหน่วยข่าว เตือนสุดอ่อนไหว แจงไม่ดี มีบานปลาย
จากกรณีมีสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ป่วนใหญ่นับร้อยจุดใน 27 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วปรากฏเหตุการณ์ซ้อนทับที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี นายซอและ ดอเลาะ เยาวชนวัย 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส (ถนนทางไปหมู่บ้านไอยือรุส) โดยมีคำให้การจากฝั่งผู้บาดเจ็บและชาวบ้านที่ระบุตรงกันว่า “ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์”
ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง นำมาสู่การค้นหา “ความจริง” ที่ยังมีช่องโหว่และข้อต่อที่รอการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์
@@ ปากคำวัยรุ่น ยันโดนยิงจาก ฮ.

นายซอและ ดอเลาะ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงนาทีเฉียดตายว่า ตนและเพื่อนรวม 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน เดินทางกลับจากการไปตั้งแคมป์ที่หาดยือลาปี อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
ระหว่างทางกลับได้ผ่านจุดตรวจหน้าอำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้ค้นตัวตามปกติและปล่อยผ่าน แต่เมื่อขับรถเข้าเขตพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ผ่านโรงเรียนบ้านกูมุง สังเกตเห็นเฮลิคอปเตอร์บินตามหลังมา
“พอถึงทางโค้ง เขากราดยิงเลย ครั้งแรกยิงหลายนัด แต่ยังไม่โดน แล้วเขาบินกลับมา จังหวะนั้นทางขึ้นเนิน เฮลิคอปเตอร์มาจ่อดักอยู่ข้างหน้าเลย ประกบอยู่ข้างหน้า เห็นประตูข้างของเฮลิคอปเตอร์เปิด เห็นปืนยิงลงมา เห็นแสงไฟสีเขียวรวมกับแสงปืน พวกเราชูมือแสดงความจำนงทั้ง 4 คนแล้ว แต่เขาก็ยิง โดนที่ท้องใต้สะดือ ทะลุเฉียงที่น่องขวา” นายซอและ เล่าเหตุการณ์ที่ตนเองอ้างว่าเผชิญมาอย่างระทึกขวัญ
@@ พี่ชายคนเจ็บ – ผญบ. รับมี ฮ.บิน แต่ไม่ยันยิงจาก ฮ.
ด้านพี่ชายของนายซอและ ยืนยันว่า ภายหลังน้องชายและเพื่อนถูกยิง ไม่ได้หลบหนีไปซ่อนตัว แต่รีบขับขี่รถไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทันที

สอดคล้องกับคำบอกเล่าของ นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ช้างเผือก ที่บอกว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น. มีเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาในพื้นที่ในลักษณะบินต่ำและไม่ได้เปิดไฟ ซึ่งชาวบ้านคิดว่าเป็นการบินลาดตระเวนตามปกติ
ผู้ใหญ่บ้านระบุว่า กลุ่มของนายซอและขับรถผ่านมา และได้ทักทายตนที่หน้า อบต.ช้างเผือก บอกว่าเพิ่งกลับจากแคมป์ปิ้ง หลังจากเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ขับรถคล้อยหลังพ้น อบต. ไปทางสามแยกโรงเรียนเพื่อเข้าหมู่บ้านไอยือรุสเพียงพักเดียว ก็ปรากฏเสียงปืนดังขึ้น
“ฮ.บินออกไป แล้วบินวนกลับมาเลย อบต.ไป จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังทีละนัด ปัง ปัง ปัง ประมาณ 5-6 นัด แล้วหยุดพักหนึ่ง ก่อนจะมีรอบสองที่ยิงเยอะกว่ารอบแรก เสียง ฮ.กับเสียงปืนอยู่ในละแวกเดียวกัน ผมโทรเช็ค ชรบ. เขาบอกว่าเสียงมาจากหลังโรงเรียน… สักพักเด็ก 4 คนนี้ก็ขับรถทุรนทุรายออกมา ซอและลงไปกองกับพื้น มีเลือดออก ผมจึงให้รถรองนายก อบต. รีบพาส่งโรงพยาบาล” นายนูเซ็ง กล่าว
นายนูเซ็ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงเช้าวันที่ 23 ส.ค. ได้กลับไปดูจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยคล้ายรูกระสุนปืนประมาณ 10 กว่ารูบนพื้นดิน ขนาดความกว้างประมาณลูกแก้วเล็กๆ ซึ่งขณะนี้ต้องรอทางกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบชี้ชัด

