เปิด 4 ย่านวัฒนธรรมชุมชน ‘พนัสนิคม’ ชลบุรี ดันโมเดล ‘ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ’ ยกระดับเมืองรอง

       การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอด กำลังเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเมืองรองให้เติบโตอย่างยั่งยืน หนึ่งในพื้นที่ศึกษาที่สะท้อนภาพความสำเร็จนี้อย่างเป็นรูปธรรมคือ “อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี” ซึ่งมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตที่ผสมผสานอย่างลงตัว

      จากการเปิดเผยผลการศึกษาในโครงการวิจัยเรื่อง ‘การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน’ (รวมถึงระยะที่ 2) ได้ชี้ให้เห็นถึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของพนัสนิคม ผ่านการจัดแบ่งและทำความรู้จักกับ 4 ย่านวัฒนธรรมชุมชน ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ดังนี้

      1. ย่านเอ็งกอ: การผสานรอยต่อทางวัฒนธรรมไทย-จีน ย่านนี้เป็นศูนย์กลางการสืบสานการแสดงเอ็งกอ ซึ่งมีรากฐานมาจากประเทศจีน ย้อนกลับไปในช่วงรัชกาลที่ 3–5 (พ.ศ. 2390–2450) ชาวจีนแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนจำนวนมากได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภาคตะวันออกของไทย พร้อมนำศิลปะการแสดงนี้ติดตัวมาด้วย จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นคือ การนำ “กลองไทย” มาผสมผสานกับกลองจีน และปรับท่ารำให้มีความอ่อนช้อยขึ้น ก่อให้เกิดศิลปะแขนงใหม่ที่เรียกว่า “เอ็งกอพนัส” ซึ่งไม่ใช่ศิลปะจีนแบบดั้งเดิม 100% แต่เป็นวัฒนธรรมผสมผสานไทย–จีน ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “การละเล่นร่วมของคนพนัส” อย่างแท้จริง

     2. ย่านตลาดจักสาน: ศูนย์กลางภูมิปัญญาไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุด พื้นที่แห่งนี้คือหมุดหมายสำคัญของงานหัตถกรรม โดยเป็นแหล่งรวมสถานที่สำคัญอย่าง ‘ศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 โดยคุณปราณี บริบูรณ์ ปัจจุบันย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์เครื่องจักสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์เครื่องจักสาน และตลาดจักสาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดฝีมือช่างท้องถิ่นที่ถูกยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ระดับสากล

      3. ย่านเมืองเก่าสร้างสรรค์: พื้นที่ศิลป์ของคนรุ่นใหม่บนรากฐานพันปี ย่านที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศเรโทร สะท้อนวิถีชีวิตชุมชนเมืองในอดีต (ช่วงปี พ.ศ. 2500 – 2530) ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ทำงานและจุดนัดพบของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศิลปิน นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ที่ตัดสินใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิด นอกจากความร่วมสมัยแล้ว พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญที่ปรากฏหลักฐานการนับถือศาสนาพุทธมายาวนานไม่น้อยกว่า 1,000 ปี

      4. ย่านพนัสชวนชิม: พหุวัฒนธรรมบนจานอาหาร ย่านที่สะท้อนความหลากหลายทางเชื้อชาติ (ชาวไทย, ไทยเชื้อสายลาว, ไทยเชื้อสายจีน) ผ่านวัฒนธรรมอาหารและการกิน ศูนย์กลางของย่านนี้ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดเก่า/ตลาดสดเทศบาล ตลาดคิวรถเก่า (ตลาดวัฒนธรรมชุมชน) โรงเจ ตลาดโต้รุ่ง ไปจนถึงศาลเจ้า เมนูอาหารในย่านนี้ถูกสืบทอดตามภูมิปัญญา ความเชื่อ ประเพณี และเทศกาลต่างๆ ตัวอย่างเมนูที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน ได้แก่ หมี่แดงแกงลาว (การนำหมี่แดงตำรับจีน มารับประทานคู่กับแกงลาวหรือต้มเปรอะหน่อไม้), กุยช่ายทอดสูตรพนัสนิคม, ก๋วยบะไส้กรอกหมู, แกงขี้เหล็กใส่หอยแมลงภู่, หมูเย็น และ ขนมก้นถั่ว

      “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ” “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ”

     ข้อมูลของ 4 ย่านวัฒนธรรมข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

    โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ นำทีมโดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”

     ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดได้รับการสนับสนุนหลักจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.), สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เพื่อผลักดันให้ทุนทางวัฒนธรรมในระดับชุมชน กลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติต่อไป