‘ดร.ธนภณ’ รับดุษฎีบัณฑิตฯ มรภ.ลำปาง ชู ‘ทุนวัฒนธรรม’ สร้างชาติ ปลุกบัณฑิต “ต้องมีความรับผิดชอบร่วมต่อบ้านเกิด”

       ในงานจัด “พิธีวันแห่งความภาคภูมิใจ บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง” ประจำปี 2569 ดร.ธนภณ วัฒนกุล ได้กล่าวปาฐกถาในโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นคลังปัญญาของท้องถิ่น และฝากข้อคิดเตือนใจถึงบัณฑิตจบใหม่ให้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ในการตอบแทนสังคมและบ้านเกิด

         ดร.ธนภณ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปริญญากิตติมศักดิ์ที่ได้รับมิได้เป็นเพียงเกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นคำยืนยันว่าการทำงานเพื่อท้องถิ่นและการนำ “ทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน” มาเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศนั้นเป็นภารกิจที่มีคุณค่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมาตนมีความเชื่อเสมอว่า ชุมชนไม่ใช่เพียงพื้นที่ของการพัฒนา แต่คือรากฐานของชาติ ทุนวัฒนธรรมที่มีอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะจารีต ประเพณี อาหาร หรืองานหัตถกรรม แม้จะไม่มีมูลค่าปรากฏในบัญชีทางเศรษฐกิจ แต่มีคุณค่าในหัวใจผู้คน ซึ่งสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้ประเทศได้

         ดร.ธนภณ เน้นย้ำว่า การพัฒนาที่แท้จริงไม่ใช่การทำให้ชุมชนกลายเป็นเหมือนที่อื่น แต่คือการทำให้ชุมชนสามารถยืนอยู่บนรากของตนเองและก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม

          “การรักษาคุณค่าต้องเดินไปพร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม หากเราสร้างมูลค่าโดยไม่รักษาคุณค่า วันหนึ่งเราจะเหลือเพียงสินค้าแต่ไม่มีจิตวิญญาณ แต่หากเรารักษาคุณค่าไว้โดยไม่นำมาต่อยอด คุณค่าที่งดงามนั้นก็อาจจะเลือนหายไป หน้าที่ของเราคือการเชื่อมอดีตเข้ากับอนาคต เชื่อมภูมิปัญญาคนรุ่นเก่ากับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังในการพัฒนาคนและประเทศในที่สุด”

        นอกจากนี้ ดร.ธนภณ ยังได้ฝากข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางและคณะผู้บริหาร โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ผลิตบัณฑิต แต่ควรทำหน้าที่เป็น “คลังปัญญาของแผ่นดินลำปาง” เป็นพื้นที่ที่ความรู้สมัยใหม่ได้มาพบกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้เฒ่าผู้แก่กับเยาวชน ชุมชนกับนักวิชาการ ตลอดจนเชื่อมคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการทำลายรากเหง้าของตนเอง

       ในช่วงท้ายของการปาฐกถา ดร.ธนภณ ได้ฝากข้อคิดสำคัญถึงบัณฑิตที่กำลังจะก้าวออกสู่สังคม โดยย้ำว่าปริญญาในมือคือเกียรติยศ แต่ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคือหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทนสังคม บัณฑิตทุกคน ต้องมีความรับผิดชอบร่วมต่อบ้านเกิด

        “ในวันที่ท่านเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ขออย่าเดินออกจากความรับผิดชอบต่อแผ่นดินที่ให้กำเนิดเรา ขอให้บัณฑิตทุกคนกลับไปมองบ้านเกิดของตนเองใหม่ มองวัดเก่า บ้านเก่า อาหารพื้นถิ่น ภาษา หรืองานศิลปะ ไม่ใช่ในฐานะสิ่งที่กำลังจะสูญหาย แต่ในฐานะทุนของอนาคต หน้าที่ของคนรุ่นเราคือ รักษาสิ่งที่ควรรักษา ฟื้นฟูสิ่งที่กำลังสูญหาย และสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยรักษารากของตนเองไว้ให้ได้”

        ดร.ธนภณ สรุปทิ้งท้ายว่า เมื่อชุมชนตระหนักรู้ถึงคุณค่าของรากเหง้าตนเอง ชุมชนจะเข้มแข็ง ส่งผลให้ประเทศชาติมีความมั่นคง และหากคนไทยร่วมกันรักษาและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จะไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างชาติต่อไป