‘ร.ต.อ.วิชัย อุปนายกสมาคมสื่อฯ’ ผนึกเยาวชน-จิตอาสา พัฒนาโบราณสถานวัดคูหาภิมุข ปลูกฝังคนรุ่นใหม่รักษ์ถิ่นเกิด

     เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ อุปนายกสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ JSD-South  และอาสาสมัครรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) สำนักศิลปากรที่ 12 ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเป็นหัวเรือใหญ่จัดกิจกรรมพัฒนาโบราณสถานวัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ) ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งถือเป็นโบราณสถานสำคัญและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในพื้นที่ชายแดนใต้

     กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการดึงเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของ ร.ต.อ.วิชัย ที่สามารถเชื่อมโยงคนในพื้นที่ได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีคณะครูอาจารย์ นักเรียน และนักศึกษาจากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา เข้าร่วมอย่างคึกคัก นำโดย นางศิริพร ทองจำรูญ หัวหน้าโครงการ EP/ICEP ตลอดจนนักเรียนห้องเรียนพิเศษโครงการ English Program และโครงการ Intensive Chinese English Program

      นอกจากนี้ ยังมีแกนนำเยาวชนอย่าง เด็กชายธนกฤต ชูขำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 พร้อมเพื่อนนักเรียนรวม 22 คน ได้ร่วมบูรณาการการทำงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หน้าถ้ำ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บ้านหน้าถ้ำ

   ภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมเต็มไปด้วยความสามัคคี ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันลงพื้นที่พัฒนาโบราณสถานอย่างแข็งขัน ทั้งการตัดแต่งกิ่งไม้ ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว การทำความสะอาดภายในถ้ำพระพุทธไสยาสน์ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ลานวัดให้กลับมาสะอาดสวยงาม สมกับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า

      ในโอกาสนี้ ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ ได้เป็นประธานมอบวุฒิบัตรเชิดชูเกียรติและชมเชยให้กับกลุ่มนักเรียนจิตอาสาทั้งหมด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำความดี

     การขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการทำงานเชิงรุกของ ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ ที่ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการเป็นสื่อมวลชนที่คอยนำเสนอข่าวสาร แต่ยังลงมือปฏิบัติจริงในฐานะ อส.มศ. อย่างเต็มภาคภูมิ การดึงพลังเยาวชนและชุมชนมาร่วมกันปกป้องสมบัติของชาติในครั้งนี้ จึงนับเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ควรค่าแก่การยกย่อง และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป