ดร.ธนภณ วัฒนกุล ชี้ รัฐต้องหนุน-ชุมชนเป็นเจ้าของ อย่าแย่งบทบาทชาวบ้าน

เปิดเบื้องหลังงานวิจัย ‘ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ’ 

ความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการวิจัย “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ผ่านหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.), สกสว., กระทรวง อว. และดำเนินงานโดยมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน

ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นและกลไกการผลักดันงานวิจัยทุนวัฒนธรรมว่า แนวคิดหลักมาจากการศึกษาบทบาทของ “ประชาคม” ตั้งแต่สมัยทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก โดยมองว่าประชาคมคือกลไกสำคัญที่สามารถแบ่งเบาภาระของภาครัฐ และเป็นจุดรวมความคิดของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ เมื่อนำมาผสานเข้ากับ “วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น” จึงกลายมาเป็นโจทย์วิจัยเรื่องการสร้างประชาคมทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน สถาบันการศึกษา และศิลปินในพื้นที่

ดร.ธนภณ ระบุถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย 6 จังหวัดในโครงการวิจัยว่า ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านผู้นำ ชุมชน และมีกระบวนการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็ง โดยแต่ละพื้นที่มีรูปแบบการขับเคลื่อนเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป อ.ทุ่งสง (นครศรีธรรมราช) ขับเคลื่อนโดยพลังภาคประชาคมเป็นแกนหลัก

จ.พัทลุง ขับเคลื่อนผ่านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด โดยมี “วัด” เป็นแกนประสานงานร่วม

จ.ลำพูน โมเดลร่วมทุนทางบทบาทระหว่างภาคประชาคมกับเทศบาลในสัดส่วนเท่าๆ กัน

จ.ลำปาง ขับเคลื่อนโดยการบูรณาการ 3 ภาคส่วน ได้แก่ อบจ., เทศบาล และหอการค้าจังหวัด

อ.พนัสนิคม (ชลบุรี) เทศบาลจับมือร่วมกับสมาคมท้องถิ่น

และ จ.กาฬสินธุ์ ผสานพลังระหว่างผู้นำ ประชาคม และกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่

ในมิติด้านการสื่อสาร ดร.ธนภณ ย้ำว่า งานวัฒนธรรมชุมชนเปรียบเสมือน “กองทัพเล็ก ๆ” ที่ต้องยืนหยัดได้ด้วยตนเอง การใช้สื่อท้องถิ่นทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นคือกุญแจสำคัญ ขณะที่สื่อกระแสหลักระดับมืออาชีพจะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ภาคขยาย” ในระดับล้านคน

 

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญของการวิจัยไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ภาพลักษณ์ แต่คือการเติมเครื่องมือและองค์ความรู้จริงให้ชาวบ้าน เช่น การฝึกอบรมทักษะการกระจายสินค้า การทำตลาดออนไลน์ด้วยตนเอง เพื่อทลายข้อจำกัดเดิม และทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาคนกลาง

ดร.ธนภณ สรุปปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้งานวิจัยและทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนได้อย่างยั่งยืนว่า ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คนในชุมชน: ต้องสร้างจิตสำนึกร่วมให้ตระหนักว่าวัฒนธรรมคือมรดกที่บรรพชนส่งต่อมาให้

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ทำหน้าที่เสมือนผู้เปิดทางน้ำ เพราะวัฒนธรรมเหมือนสายน้ำที่ต้องไหลต่อเนื่อง หากท้องถิ่นไม่สนับสนุน งานจะหยุดชะงักและเน่าเสีย

รัฐบาลกลาง (รัฐชาติ): ต้องจำกัดบทบาทเฉพาะ “การกำหนดนโยบายและส่งเสริม” ต้องไม่ลงมาทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบการแข่งกับประชาชน โดยหน้าที่ปฏิบัติในรายละเอียดต้องกระจายให้ท้องถิ่นและชาวบ้านเป็นผู้ลงมือทำ

“ถ้า 3 องค์กรนี้ประกอบกันได้ ปลายทางชาติจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะทุนวัฒนธรรมคือทุนสร้างชาติ และคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือคนไทยทุกคน” ดร.ธนภณ ระบุทิ้งท้าย

โครงการดังกล่าวนำทีมขับเคลื่อนร่วมกันระหว่าง ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธาน PC และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์ฯ (PD) เพื่อเป้าหมายในการพลิกฟื้นเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ