<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยาเสพติด &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<atom:link href="https://www.jsdsouth.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<description>สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 May 2026 04:06:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/jsd-south-logo.png</url>
	<title>ยาเสพติด &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รวบแก๊งขนยานรกจากนราฯ ยึดไอซ์ 300 กิโลฯคาปั๊มกลางกรุง</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3120</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 04:06:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3120</guid>

					<description><![CDATA[   เหตุการณ์จับ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3122" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/icesouth13050.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/icesouth13050.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/icesouth13050-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/icesouth13050-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>   เหตุการณ์จับกุมและยึด “ไอซ์” ล็อตใหญ่ที่สุดในภาคใต้ คือ 900 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จนทำให้ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ถูกขนานนามจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็น “เมืองหลวงของยาไอซ์” นั้น</strong></h2>
<h2>ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี มีการจับกุมเครือข่ายผู้ค้า และยึดไอซ์ได้อีก 300 กิโลกรัม แม้จะเป็นการจับและยึดที่กรุงเทพฯ แต่กลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมปฏิบัติการขนย้าย เป็นชาว จ.นราธิวาส และมาจาก อ.สุไหงโก-ลก กับอำเภอใกล้เคียง</h2>
<h2>เหตุการณ์จับไอซ์ล็อตใหญ่ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันพุธที่ 13 พ.ค.69 โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงผลปฏิบัติการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (ขกท.ทบ.) ในการทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จากพื้นที่ชายแดนใต้</h2>
<h2>ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นรถตู้เป้าหมาย ที่สถานีบริการน้ำมัน แห่งหนึ่งในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ หลังสืบทราบพฤติการณ์ของกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ที่ใช้วิธีการอำพรางด้วยการใช้รถตู้และสลับป้ายทะเบียนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติด</h2>
<h2>ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด เป็น <strong>“ไอซ์”</strong> น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้ จับกุมผู้กระทำความผิดรวม 6 ราย ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นราธิวาส ได้แก่ อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก</h2>
<h2>ภายหลังการจับกุม สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สั่งการให้มีการขยายผลปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน 5 จุด ครอบคลุม อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อดำเนินการมาตรการทางทรัพย์สิน ทั้งยึดอายัดและตรวจสอบเส้นทางเงิน</h2>
<h2>โดยมีรายการทรัพย์สินที่ถูกตรวจยึดเบื้องต้น ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, กิจการร้านซักผ้าหยอดเหรียญ, ยานพาหนะหลายรายการ, เครื่องประดับและสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 46 ล้านบาท</h2>
<h2>พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า ยาเสพติดล็อตนี้ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่อื่นเพื่อมาพักคอย และเตรียมส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยมีจุดหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ที่ประเทศที่สาม ซึ่งถือเป็นการสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ</h2>
<h2>“การจับกุมครั้งนี้เป็นการสกัดกั้นก่อนที่ยาเสพติดจะถูกส่งออกนอกประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดย ป.ป.ส. จะร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายทุนผู้สั่งการและผู้บงการเบื้องหลังอย่างถึงที่สุด พร้อมใช้มาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้าอย่างเป็นระบบ” เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุ</h2>
<h2>ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ เผยกับ <strong>“ทีมข่าว”</strong> ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลสำคัญที่ยืนยันได้ว่า เครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายเดิมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งมีรายงานความเคลื่อนไหวมาตลอด โดยเฉพาะการจับกุมเยาวชนผู้เสพและเป็น <strong>“สายเดินยา”</strong> ของผู้มีอิทธิพล เมื่อสอบปากคำก็พบว่า เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายารายนี้ทั้งสิ้น</h2>
<h2>เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีกราย ให้ข้อมูลว่า การนำเงินจากการค้ายาเสพติดไปเปิดธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ เช่น กิจการซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นกิจกรรมที่นักค้ายานิยมทำ และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับนักธุรกิจสีเทาคนดัง ซึ่งมีอิทธิพลในพื้นที่</h2>
<h2><strong>@@ ย้อนรอยจับยา “เมืองหลวงไอซ์” ตากใบ &#8211; โก-ลก</strong></h2>
<h2>อนึ่ง พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และอำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ.ตากใบ กลายเป็นแหล่งพักและทางผ่านยาเสพติด โดยเฉพาะ <strong>“ไอซ์”</strong> ล็อตใหญ่ เพื่อส่งต่อไปต่างประเทศ</h2>
<h2>เฉพาะปี 2568 มีการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดและยึดไอซ์ล็อตมหึมาถึง 2 ครั้ง โดยครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งตามสถิติน่าจะยึดของกลางมากที่สุดในภาคใต้ คือ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 ที่ อ.ตากใบ ไอซ์จำนวน 900 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน</h2>
<h2>โดยการจับกุมไอซ์ล็อตดังกล่าว ขยายผลมาจากการตรวจยึดไอซ์อีกกว่า 600 กิโลกรัม ที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อเดือน มิ.ย. หรือเพียง 2 เดือนก่อนหน้า ซึ่งพบว่าของกลางทั้งหมดมาจากเครือข่ายผู้ค้ารายเดียวกัน</h2>
<h2>การจับกุมไอซ์ล็อตใหญ่เมื่อปีที่แล้ว มีการสั่งย้ายตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ และตั้งกรรมการสอบสวน แต่ภายหลังมีข่าวนายตำรวจที่ถูกสอบ ได้กลับเข้าพื้นที่ และเรื่องก็เงียบหายไป</h2>
<p>อ่านประกอบ : <a href="https://www.isranews.org/article/south-news/south-slide/141001-takbaipol-2.html">“บิ๊กต่าย” สั่งเด้ง “ผกก.ตากใบ” สงสัยโยงเครือข่ายค้ายาภาคใต้</a></p>
<p>อ่านประกอบ : <a href="https://www.isranews.org/article/south-news/south-slide/141080-policetakbaich.html">เปิดไทม์ไลน์ร้อน “จับยา-คาร์บอมบ์” รับข่าวย้ายฟ้าผ่า “ผกก.ตากใบ”</a></p>
<p>อ่านประกอบ : <a href="https://isranews.org/article/south-news/other-news/138800-icesouth-2.html">เอาจริงทลายเครือข่ายยาเสพติดใต้ ยึดไอซ์กว่าครึ่งตัน!</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;พ.ต.อ.ทวี&#8221; กางหลักฐานมัดตัวการใหญ่สั่งฆ่า! &#8220;สส.กมลศักดิ์&#8221;</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3023</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 May 2026 05:29:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3023</guid>

					<description><![CDATA[  บี้ ตร. เลิกเ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><strong> <img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3025" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803576.jpg" alt="" width="800" height="523" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803576.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803576-300x196.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803576-768x502.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></strong></h2>
<h2><strong>บี้ ตร. เลิกเล่นแง่-ออกหมายจับ หวั่นถูกตัดตอน—จับตา &#8220;มนตรี-เดโช&#8221;</strong></h2>
<h2><strong>      พรรคประชาชาติขยับแรง! &#8220;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง&#8221; นำทีมกางสำนวนคดีลอบสังหาร &#8220;กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ&#8221; ด้านเจ้าตัวเปิดใจหวั่นขบวนการ &#8220;ตัดตอน&#8221; จบแค่ผู้ต้องหา 5 รายแรก แฉพิรุธเอกสารสำคัญหลุดไปอยู่ชุดสืบสวน ศชต. แทนพนักงานสอบสวน จี้รีบดึงข้อมูลมือถือ 10 หมายเลขก่อนถูกลบตามระบบ </strong><strong>PDPA </strong><strong>ภายใน 3 เดือน ยันหลักฐานมัด &#8220;มนตรี-เดโช&#8221; ชัดพอออกหมายจับได้ทันที</strong></h2>
<h2><strong>    ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ล่าสุด เมื่อวันนี้ ที่ </strong><strong>1</strong><strong> พ.ค. </strong><strong>2569 </strong><strong>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะผู้เสียหายเข้าร่วมสรุปประเด็นพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง &#8220;ตัวการใหญ่&#8221;</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3026" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803566.jpg" alt="" width="800" height="485" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803566.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803566-300x182.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803566-768x466.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>     นายกมลศักดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับบุคคลอีก 2 ราย คือ นายมนตรี และ นายเดโช ในข้อหา &#8220;ใช้ จ้างวาน ตัวการ หรือสนับสนุนพยายามฆ่า&#8221; เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 5 รายแรก โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พรรคประชาชาติรวบรวมมานั้น มีน้ำหนักเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ทันที</strong><strong> </strong></h2>
<h2><strong>&#8220;ในมุมมองของเรา พฤติการณ์ของนายมนตรี ไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุนแน่นอน ทั้งเรื่องการให้ยืมรถ การติดฟิล์ม และการใช้ทะเบียนปลอม ข้อมูลเหล่านี้เพียงพอจะแจ้งข้อหาได้เลย แต่ทำไมพนักงานสอบสวนถึงยังรอเวลา</strong><strong>? </strong><strong>ก่อนหน้านี้คดีใน 3 จังหวัด แค่ข้อมูลจากการซักถามในชั้นกฎหมายพิเศษคุณก็แจ้งข้อหาแล้ว แต่พอเป็นคดีนี้กลับดูเหมือนมีมาตรฐานที่ต่างออกไป&#8221; นายกมลศักดิ์ ระบุ</strong></h2>
<h2><strong>    ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ การตรวจสอบการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ซึ่งนายกมลศักดิ์ระบุว่าได้ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมใน 7 ประเด็น โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ 10 หมายเลขที่เกี่ยวข้อง แต่กลับพบอุปสรรคเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย </strong><strong>PDPA </strong><strong>และการถ่วงเวลา</strong></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3027" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803580.jpg" alt="" width="800" height="416" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803580.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803580-300x156.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__13803580-768x399.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>    &#8220;เราทวงถามพนักงานสอบสวนว่าเอกสารการสื่อสารอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่ชุดสืบสวนของ ศชต. ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน ตรงนี้มันคืออะไร</strong><strong>? </strong><strong>ข้อมูลโทรศัพท์บริษัทจะเก็บไว้แค่ 3 เดือนแล้วลบอัตโนมัติ ยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหาย หรือนี่คือความพยายามจะตัดตอนให้จบแค่ 5 คนแรกตามกระแสข่าว</strong><strong>?&#8221;</strong></h2>
<h2><strong>    นายกมลศักดิ์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีความกังวลเรื่อง &#8220;ความเป็นธรรม&#8221; เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่บางนายที่ทำคดีนี้มีอคติส่วนตัวกับตน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผบ.ค่ายจุฬาภรณ์ ได้เข้าพบเพื่อทำความเข้าใจและยืนยันว่า หากมีบุคลากรในหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายองค์กร</strong></h2>
<h2><strong>      ในช่วงท้าย นายกมลศักดิ์ได้ส่งสัญญาณแรงถึงฝ่ายรัฐว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของตน แต่เป็นเรื่องที่คนทั้ง 3 จังหวัดและบางส่วนของสงขลากำลังเฝ้ามอง</strong></h2>
<h2><strong>     &#8220;อย่าช่วยคนแค่บางคนเพื่อให้เกิดปัญหาของคนส่วนใหญ่เลย อย่ามาเติมเชื้อไฟด้วยการทำคดีแบบ 2 มาตรฐาน ถ้ากระบวนการยุติธรรมถูกตัดตอน สังคมจะมองว่าเป็นภาพใหญ่ของหน่วยงานทันที และจะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ที่ทำให้การทำงานมวลชนยากขึ้นไปอีกร้อยปี&#8221; นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</strong></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;น้ำกระท่อมพ่วงสินค้าเถื่อน&#8217; สะเดา</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2604</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2026 08:07:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2604</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อยาแก้ไอ-บุ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2605" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637477400_999468422518591_97406359981440611_n.jpg" alt="" width="800" height="470" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637477400_999468422518591_97406359981440611_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637477400_999468422518591_97406359981440611_n-300x176.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637477400_999468422518591_97406359981440611_n-768x451.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2>เมื่อยาแก้ไอ-บุหรี่หนีภาษี กลายเป็นของแถมในซุ้มน้ำพืชสมุนไพร</h2>
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">       เปิดเบื้องลึกปฏิบัติการฝ่ายปกครองสะเดา บุกทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อมผสมยาอันตราย รวบ 3 ผู้ต้องหา พบพิรุธของกลางไม่ได้มีแค่ &#8216;น้ำต้ม&#8217; แต่พ่วง &#8216;บุหรี่-น้ำมันพืช&#8217; หนีภาษีเพียบ เผยแพร่ระบาดหนักในกลุ่มเยาวชน แม้ปลดล็อกกฎหมายแต่การ &#8216;ผสมยา-แปรรูป&#8217; ยังผิดเต็มประตู</b></h2>
<hr data-path-to-node="4" />
<h2 data-path-to-node="5">         กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาอีกครั้งสำหรับ &#8220;เสรีภาพพืชกระท่อม&#8221; ที่ดูเหมือนจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนกลายเป็นช่องว่างทางธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน</h2>
<h2 data-path-to-node="6">       ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ <b data-path-to-node="6" data-index-in-node="84">นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</b> และ <b data-path-to-node="6" data-index-in-node="132">นายกฤชณัทท พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา</b> ได้สั่งการให้ชุดป้องกันอำเภอและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อปท.) สนธิกำลังเข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนในพื้นที่ตำบลสะเดา หลังชาวบ้านสุดทนพฤติกรรมกลุ่มทุนรายย่อยลักลอบผลิต &#8220;น้ำกระท่อมสูตรผสม&#8221; มอมเมาเยาวชน</h2>
<h2 data-path-to-node="8">   จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถแยกการดำเนินคดีออกเป็น 2 คดี จับกุมผู้ต้องหารวม 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมหาศาลที่สะท้อนให้เห็นถึง &#8220;วงจรธุรกิจมืด&#8221; ในพื้นที่</h2>
<ul data-path-to-node="9">
<li>
<h2 data-path-to-node="9,0,0"><b data-path-to-node="9,0,0" data-index-in-node="0">น้ำกระท่อมแปรรูป</b> น้ำต้มใบพืชกระท่อมผสมยาแก้ไอ บรรจุขวดพร้อมดื่มกว่า 200 ขวด</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="9,1,0"> ยาแก้ไอ (ยาแผนปัจจุบันชนิดอันตราย) จำนวนมากที่เตรียมไว้เพื่อผสม</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="9,2,0"> บุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย 590 ซอง, น้ำมันพืช และสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="9,3,0"> หม้อต้มขนาดใหญ่, ถังแก๊ส, หัวแก๊ส และบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก</h2>
</li>
</ul>
<h2 data-path-to-node="10">ทำไม &#8216;น้ำกระท่อม&#8217; ถึงยังถูกจับ?</h2>
<h2 data-path-to-node="11">     แม้พืชกระท่อมจะถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษไปแล้ว แต่กรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้วางบรรทัดฐานการแจ้งข้อกล่าวหาที่ครอบคลุมทั้งกฎหมายอาหาร ยา และภาษี เพื่อสกัดกั้นการแปรรูปผิดประเภท</h2>
<h2 data-path-to-node="12,0,0"><b data-path-to-node="12,0,0" data-index-in-node="0">    ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522</b> ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข กรณีผลิต/จำหน่ายอาหารที่มีส่วนผสมพืชกระท่อมโดยไม่รับอนุญาต (การแปรรูปในลักษณะนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำโดยอิสระ)</h2>
<h2 data-path-to-node="12,1,0"><b data-path-to-node="12,1,0" data-index-in-node="0">    พ.ร.บ. ยา</b> ครอบครองเพื่อขายยาแผนปัจจุบัน (ยาแก้ไอ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็น &#8220;ตัวยาอันตราย&#8221; ที่ต้องควบคุมการขายโดยเภสัชกร</h2>
<h2 data-path-to-node="12,2,0"><b data-path-to-node="12,2,0" data-index-in-node="0">     กฎหมายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ</b> แจ้งข้อหาตาม <b data-path-to-node="12,2,0" data-index-in-node="42">พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560</b> และ <b data-path-to-node="12,2,0" data-index-in-node="77">พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560</b> จากการพบสินค้าหนีภาษีจำนวนมากในที่เกิดเหตุ</h2>
<h2 data-path-to-node="13">จาก &#8216;ร้านน้ำ&#8217; สู่ &#8216;แหล่งพักของเถื่อน&#8217;</h2>
<h2 data-path-to-node="14">       แหล่งข่าวระดับสูงจากชุดปฏิบัติการ เปิดเผยกับ  รูปแบบการกระทำผิดในพื้นที่สะเดาเริ่มเปลี่ยนไป ร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมไม่ได้ขายเพียงน้ำต้มพืชสมุนไพรอีกต่อไป แต่กลายเป็น &#8220;จุดกระจายสินค้าหนีภาษี&#8221; และ &#8220;ยาอันตราย&#8221; โดยใช้บังหน้าเป็นร้านขายน้ำกระท่อมบังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่</h2>
<p data-path-to-node="15,0">&#8220;สิ่งที่น่ากังวลคือการเข้าถึงยาแก้ไอและบุหรี่เถื่อนผ่านร้านเหล่านี้ทำได้ง่ายมาก และกลุ่มเป้าหมายหลักคือเยาวชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน&#8221; แหล่งข่าวระบุ</p>
<h2 data-path-to-node="17">     เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน <b data-path-to-node="17" data-index-in-node="67">สภ.สะเดา</b> เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะที่ทางฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลาเตรียมขยายผลตรวจสอบ &#8220;ต้นทาง&#8221; ของยาแก้ไอจำนวนมาก และขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหา</h2>
<h2 data-path-to-node="18"><b data-path-to-node="18" data-index-in-node="0">     ต้องติดตามกันต่อว่า มาตรการจัดระเบียบ &#8216;ร้านน้ำกระท่อม&#8217; ในพื้นที่ภาคใต้ จะเข้มข้นขึ้นเพียงใด เมื่อความจริงปรากฏว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของพืชสมุนไพร แต่คือเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายที่กำลังรุกคืบเยาวชนในพื้นที่ </b></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บุกทลายเครือข่ายยาเสพติดใต้! ยึดยาบ้า 1.32 ล้านเม็ด อายัดรถหรูเบนซ์-อัลพาร์ด มูลค่าทรัพย์สินรวม 9 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/1014</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 11:46:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=1014</guid>

					<description><![CDATA[เป็นผลต่อเนื่อง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1015" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/S__21168227.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/S__21168227.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/S__21168227-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/S__21168227-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>เป็นผลต่อเนื่องจากนโยบาย &#8220;วาระแห่งชาติ&#8221; ในการปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ชุดปฏิบัติการร่วม สตช. และ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ระดมกำลังเข้าทลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้เป็นทั้งแหล่งแพร่ระบาด จุดพักยา และเส้นทางลำเลียงเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ามหาศาลกว่า 1.32 ล้านเม็ด และขยายผลอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมเกือบ 10 ล้านบาท<br />
ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่าง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ ๔ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแสดงถึงความจริงจังในการขับเคลื่อนนโยบายต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่อ่อนไหว<br />
ชุดปฏิบัติการสืบสวน นำโดย กก.สส.2 บก.สส.จชต. ได้ทำการสืบสวนติดตามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับผู้ค้ายาเสพติดจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เพื่อลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในภาคใต้ และเตรียมส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน<br />
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการรับส่งยาบ้าจำนวนมากในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ หรือบริเวณใกล้เคียง จ.สงขลา จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าประจำจุดเฝ้าระวัง กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายโมฮัมหมัด เด็น (อายุ 40 ปี) และ น.ส.กอดีเย๊าะ บิลละเตะ (อายุ 39 ปี) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จว.สงขลา<br />
ของกลางสำคัญที่ตรวจยึดได้ มีดังนี้: ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,320,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถยนต์เก๋ง Toyota Camry สีบรอนซ์ทอง 1 คัน รถยนต์ Toyota Alphard สีดำ 1 คัน<br />
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา &#8220;ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อันมีลักษณะเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจาย&#8230;และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ&#8221; และได้ดำเนินการ ตรวจยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 9,000,000 บาท ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน เลขที่ 236/15 ม.7 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จว.สงขลารถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น B300 Bluetec hybrid สีขาว 1 คัน รถยนต์เก๋ง Toyota Camry สีบรอนซ์ทอง 1 คัน รถยนต์ Toyota Alphard สีดำ 4 คัน (อาจมีความคลาดเคลื่อนในการพิมพ์ข้อมูลต้นฉบับ เนื่องจากของกลางยึด 1 คัน แต่ทรัพย์สินยึด 4 คัน)<br />
การจับกุมเริ่มจากบริเวณริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 248 ม.7 ต.ท่าช้าง (จุดที่ 1) และขยายผลไปตรวจยึดยาบ้าเพิ่มเติมบริเวณมัสยิดทิฟตาฮุลญันนะฮ์ (แปดเลน) (จุดที่ 2) ในบริเวณใกล้เคียง<br />
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง ขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อตามจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือและทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามภูมิภาคนี้อย่างเด็ดขาดต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
