<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สัมภาษณ์พิเศษ &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<atom:link href="https://www.jsdsouth.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<description>สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 01:03:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/jsd-south-logo.png</url>
	<title>สัมภาษณ์พิเศษ &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จ่อครบ 2 เดือนยิง สส.นราฯ รวมพลังขอดุอา &#8211; เร่งล่าผู้บงการ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3160</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 01:03:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3160</guid>

					<description><![CDATA[21 องค์กรชายแดน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3161" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>21 องค์กรชายแดนใต้รวมพลังละหมาดฮายัต ยื่น 6 ข้อถึง “นายกฯอนุทิน” หวังฟื้นความเชื่อมั่นไม่ให้พังทลาย – “วันนอร์-กมลศักดิ์” เรียกร้องตำรวจตรวจหลักฐานการใช้โทรศัพท์ เอาผิดกลุ่มผู้บงการสังหาร สส.นราฯให้ได้</strong></h2>
<h2>เหตุการณ์อุกอาจคนร้ายใช้รถ กอ.รมน.และอาวุธสงครามยิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นั้น แม้ตำรวจจะจับกุมทีมปฏิบัติการได้ 5 คน และแจ้งข้อหาทหารเรือ 2 นาย เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มที่ลงมือสังหาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้สังคมหายแคลงใจ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้บงการที่สูงกว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว แต่เมื่อตำรวจทำท่าจะตัดจบคดีแค่นี้ จึงส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมหนักขึ้น</h2>
<h2>ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.69 ที่จังหวัดยะลา มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของภาคประชาชน เมื่อสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) จับมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชนในพื้นที่รวม 21 องค์กร อาทิ ศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดยะลา เครือข่ายผู้นำอิสลามปาตานี องค์กรผู้หญิงปาตานี และมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ร่วมกันจัดกิจกรรม <strong>“ละหมาดฮายัตขอดุอา ขอให้พี่น้องภาคใต้ปลอดภัยร่วมกัน”</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3162" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ประเด็นที่น่าจับตาก็คือ กิจกรรมครั้งนี้มีบุคคลสำคัญในพื้นที่เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมพิธีอย่างใกล้ชิด ทั้ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายอับดุลบาซิ เจ๊ะมะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และ สส.พรรคประชาชาติ</h2>
<h2>ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศแถลงการณ์ร่วมในหัวข้อ <strong>“เสียงดุอายืนยันศักดิ์ศรีและความยุติธรรม”</strong> ซึ่งเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า การรวมตัวกันของภาคประชาสังคมและผู้นำศาสนาในครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองเพื่อปกป้องกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการลุกขึ้นมาปกป้อง <strong>“คุณค่าของชีวิตมนุษย์”</strong> ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก</h2>
<h2>แกนนำภาคประชาสังคมชี้ว่า ระยะหลังมานี้ความรุนแรงไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักข่าว นักกิจกรรม ผู้นำศาสนา หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ล้วนตกเป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะกรณีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าพื้นที่สาธารณะของภาคประชาชนกำลังถูกบีบให้แคบลงด้วยกระสุนปืน</h2>
<h2>“ความเห็นต่างทางการเมือง ศาสนา หรืออัตลักษณ์ ไม่ควรถูกตอบโต้ด้วยความเกลียดชัง การคุกคาม หรือความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ</h2>
<h2>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดโปงถึง <strong>“ภัยคุกคามรูปแบบใหม่”</strong> ที่น่ากลัวไม่แพ้อาวุธสงคราม นั่นคือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ (IO) ในโลกออนไลน์ ที่มีการระดมสรรพกำลังมาบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างวาทกรรมแบ่งแยก และด้อยค่าผู้เห็นต่างอย่างเป็นระบบและขบวนการ ซึ่งกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้ความเกลียดชังในพื้นที่ขยายวงกว้าง</h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3163" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>โอกาสนี้ กลุ่มภาคประชาสังคมชายแดนใต้ได้ยื่นหนังสือด่วนที่สุดส่งตรงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผ่านทาง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เพื่อสะท้อนเสียงของคนในพื้นที่ และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำงาน โดยกางข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 6 ข้อ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Trust) ที่พังทลายลง</h2>
<h2>1. เร่งรัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน ศาสนสถาน และตลาด</h2>
<h2>2.ส่งเสริมการสื่อสารเพื่อสันติภาพ สกัดกั้นข่าวลวงและถ้อยคำสร้างความแตกแยกอย่างจริงจัง</h2>
<h2>3.สนับสนุนสื่อมวลชนและสื่อในพื้นที่ให้สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้อย่างอิสระ รอบด้าน และสร้างสรรค์</h2>
<h2>4.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา เยาวชน สตรี และผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่จัดฉากรับฟังแค่บางกลุ่ม</h2>
<h2>5.ฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและการบริหารงานของรัฐ โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากล</h2>
<h2>6.หนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่องและจริงใจ โดยต้องให้คนในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่อำนาจรัฐส่วนกลาง</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3164" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ “แวยูแฮ – วันนอร์” ประสานเสียงจี้ตำรวจเร่งสืบข้อมูลโทรศัพท์ ล่าผู้บงการยิง สส.</strong></h2>
<h2>นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือ <strong>“สส.แวยูแฮ”</strong> เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นพิธีว่า ปัจจุบันคดีคนร้ายลอบสังหารตน มีผู้ต้องหารวมแล้ว 7 คน พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนให้อัยการ และพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลในลำดับต่อไป</h2>
<h2>ในอีก 2 วันข้างหน้าจะครบ 2 เดือนเต็มหลังจากเกิดเหตุ แม้ช่วงนี้กระแสข่าวจะดูเงียบไป แต่ตนและทีมทนายความยังคงประชุมและทำงานกันอย่างหนักทุกวัน โดยมองว่าตำรวจไม่ควรหยุดการสืบสวนสอบสวนอยู่แค่ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือ <strong>“ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง”</strong></h2>
<h2>“หากเราไม่สาวไปให้ถึงที่สุด เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนั้น ใครอยู่เบื้องหลัง มีวัตถุประสงค์อะไร และทำไปเพื่ออะไร สิ่งสำคัญที่สุดที่เรากำลังรอคอยและติดตามอย่างใกล้ชิด คือ <strong>‘หลักฐานการเชื่อมโยงทางโทรศัพท์’</strong> เพราะหลักฐานทางโทรศัพท์นี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีใครบ้างที่ติดต่อบงการอยู่เบื้องหลังผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่ถูกจับกุมไปแล้ว” นายกมลศักดิ์ ระบุ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3165" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740-768x512.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกันแสดงพลังละหมาดขอพรให้เกิดความปลอดภัย ตนอยากชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ สส.กมลศักดิ์ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของทนายความสิทธิมนุษยชนและทีมงานเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึงปัญหาความไม่ยุติธรรมที่กดทับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน</h2>
<h2>“ทนายความ (หมายถึง นายกมลศักดิ์ ซึ่งเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนด้วย) ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำร้ายหรือทรยศใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาไม่ยอมก้มหัวให้กับอธรรม และการที่ประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากในวันนี้ คือข้อพิสูจน์ว่าประชาชนไม่ยอมรับความชั่วร้าย”</h2>
<h2>“ตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน ทั้งคนขับรถและคนยิง แต่เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะเราต้องรู้ให้ได้ว่า <strong>‘</strong><strong>ใครอยู่เบื้องหลัง’</strong> ใครคือนายทุนที่จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อสั่งการเรื่องนี้ เราต้องไม่ยอมแพ้ต่ออิทธิพล และต้องไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงิน” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว</h2>
<h2><strong>@@ คุยผู้ว่านราฯ &#8211; ตำรวจ ยังต้องการหลักฐานเพิ่ม</strong></h2>
<h2>ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หากใครพบเห็นหรือมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่ทำร้าย สส.กมลศักดิ์ ขอให้ช่วยกันแจ้งข้อมูล อย่าไปกลัวหรือกังวล หากสามารถมาเป็นพยานอย่างเปิดเผยได้จะดีมาก แต่หากไม่อยากเปิดเผยตัว ก็สามารถเขียนเป็นจดหมายมาบอกเล่าได้ โดยทางทีมงานพร้อมจะดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่</h2>
<h2>“ผมได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะทำคดีอย่างเต็มที่ แต่ยังต้องการพยานหลักฐานเพิ่ม เพื่อลากตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมารับโทษให้ได้ และผมยินดีที่จะรับหนังสือร้องเรียน เพื่อนำไปเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป เพื่อให้คดีนี้ได้รับความเป็นธรรมและเป็นบทเรียนแก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างถึงที่สุด” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวทิ้งท้าย</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะแผนลับดับไฟใต้ &#8211; ใช้พรรค PAS เปิดเจรจา “ผู้นำตัวจริง BRN”</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3149</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 00:54:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3149</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดระยะเวลา 22]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3150" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>ตลอดระยะเวลา 22 ปีของไฟใต้ที่ยังคงคุกรุ่น รัฐบาลไทยทุกชุดถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่ากำลัง “ชกลม” กับศัตรูที่ไม่มีตัวตนอยู่หรือไม่?</strong></h2>
<h2>ท่ามกลางกระบวนการสันติภาพที่ซบเซามากว่าทศวรรษ ข้อมูลลับที่ปรากฏออกมาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ความรุนแรงไม่เคยยุติลงได้จริง สาเหตุสำคัญอาจเป็นเพราะรัฐบาลกำลัง <strong>“คุยผิดคน”</strong> อยู่ก็เป็นได้</h2>
<h2>เพราะตัวจริงผู้กุมบังเหียนขบวนการ BRN ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด</h2>
<h2>แหล่งข่าวระดับสูงในแวดวงความมั่นคง เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ BRN มีความแข็งแกร่ง คือการวางโครงสร้างในแบบที่ไม่ใช้ <strong>“ผู้นำเดี่ยว”</strong> แต่เป็นรูปแบบ <strong>“คณะบุคคล”</strong> ที่เรียกว่า <strong>“สภาซูรอ”</strong></h2>
<h2>สภานี้เปรียบเสมือน <strong>“คณะรัฐมนตรีเงา”</strong> ประกอบด้วยผู้นำ 10-15 คน รับผิดชอบ <strong>“6 กระทรวง”</strong> หรือ <strong>“6 สายงาน”</strong> ของ <strong>“รัฐเงา”</strong> ที่แทรกซึม แทรกซ้อนอยู่ในทุกมิติของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกเขาบางส่วนเรียกว่าดินแดน <strong>“ปาตานี”</strong> หรือ <strong>“ปัตตานี”</strong></h2>
<h2>องคาพยพต่างๆ ที่ BRN เข้าแทรกซึม มีตั้งแต่สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงหน่วยงานราชการ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3151" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>โดยมี 3 ผู้นำจิตวิญญาณและสายบังคับบัญชาที่แท้จริง ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำอูลามา ควบคุมเครือข่ายครูสอนศาสนากระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เป็นผู้ปลูกฝังอุดมการณ์และควบคุมมวลชน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเรียกว่า <strong>“การบ่มเพาะ”</strong> ให้เกิดการต่อสู้และต่อต้านอำนาจรัฐไทย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมฝ่ายกองกำลัง ซึ่งมีกำลังหลักฝ่ายทหารประมาณ 2,000 คน และแนวร่วมกองหนุนโดยตรง ประมาณ 1,000 คน</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมสายงานบริหาร ซึ่งแปรนโยบายจากสภาองค์กรนำไปสู่ฝ่ายปฏิบัติการ</h2>
<h2>แหล่งข่าวระบุว่า ตลอดมาฝ่ายความมั่นคงของไทยตกอยู่ใน <strong>“วงจรข้อมูลที่จำกัด”</strong> และเปิดโต๊ะพูดคุยเฉพาะกับระดับ <strong>“ผู้ประสานงาน”</strong> ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจสั่งการ หรือตัดสินใจอย่างแท้จริง แม้จะมีตัวแทนจากรัฐบาลมาเลเซียเป็น<strong> “ผู้อำนวยความสะดวก”</strong> แล้วก็ตาม</h2>
<p style="text-align: center;">
<h2><strong>@@ แง้ม “ยุทธศาสตร์ลับ” ชงอดีตที่ปรึกษาประธานอาเซียน</strong></h2>
<h2>จากการตรวจสอบของแหล่งข่าว ยังพบเอกสาร <strong>“ลับที่สุด”</strong> ที่จัดทำขึ้นราวๆ เดือนเมษายน 2568 เป็นข้อเสนอการเจรจาทางลับที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่เป็น <strong>“ที่ปรึกษาประธานอาเซียน”</strong> ของ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียในขณะนั้น เป็นผู้ดำริขึ้น เพื่อหวังจัดการปัญหาชายแดนภาคใต้ให้จบลงในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ขณะนั้นเป็นรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร)</h2>
<h2>เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาไฟใต้รอบปัจจุบันที่ยืดเยื้อมากว่า 22 ปีปะทุรุนแรงขึ้นในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (ช่วงระหว่างปี 2544-2548) จากเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จากนั้นก็มีการสร้างสถานการณ์ในลักษณะการก่อความไม่สงบ หรือ insurgency ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลามากกว่า 22 ปี</h2>
<h2>หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ปัญหาไฟใต้ที่ปะทุขึ้น และประสบกับภาวะยืดเยื้อ มีเหตุปัจจัยหนึ่งจากการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจผิดพลาดของนายทักษิณ ทำให้เขาพยายามมาตลอดที่จะแก้ไขและจบปัญหานี้ให้ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในรัฐบาลของน้องสาว คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2554-2557 มีการเปิดโต๊ะพูดคุยสันติภาพอย่างเปิดเผย เป็นทางการครั้งแรก และมีการพบปะพูดคุยทางลับอีกหลายครั้งภายใต้การอำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซีย แม้แต่การพบปะระหว่างผู้นำกลุ่มขบวนการต่างๆ กับนายทักษิณเองที่ประเทศมาเลเซียก็ยังเคยเกิดขึ้นในช่วงที่เขายังพำนักอยู่ในต่างประเทศ</h2>
<h2>กระทั่งปี 2566 อดีตนายกฯทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย และพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ ประกอบกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม เพื่อนสนิทของเขา ขึ้นเป็นผู้นำมาเลเซีย และเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นโอกาสสำคัญของการจัดการปัญหาไฟใต้ โดยมีรัฐบาลมาเลเซียร่วมมืออย่างแข็งขัน</h2>
<h2>เพราะกุญแจสำคัญของปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย อยู่ที่ <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> ซึ่งมีข้อมูลการข่าวยืนยันว่า พำนักอยู่ที่มาเลเซีย</h2>
<h2>ด้วยเหตุนี้ จึงมีข่าวมาตลอดว่า อดีตนายกฯทักษิณ มอบหมายให้ทีมงานที่ตนไว้วางใจ จัดทำยุทธศาสตร์ <strong>“ดับไฟใต้”</strong> ที่ปิดช่องโหว่ของกระบวนการจัดการปัญหาที่ผ่านๆ มาให้ได้มากที่สุด</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3153" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดแผน 7 เดือน “เจรจาตัวจริง” ปิดเกมไฟใต้</strong></h2>
<h2>แหล่งข่าวในแวดวงความมั่นคง เผยว่า มีเอกสารที่เชื่อกันว่าเป็น <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> ที่เสนอไปยังอดีตนายกฯทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน</h2>
<h2>อย่างไรก็ดี ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์นี้ถูกเสนอถึงมืออดีตนายกฯทักษิณหรือยัง และหากเสนอถึงมือแล้ว ก็ไม่ชัดว่าอดีตนายกฯเห็นชอบหรือไม่ และได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว</h2>
<h2><strong>“เอกสารลับ”</strong> สรุปยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน ดังนี้</h2>
<h2>เดือนที่ 1-2 สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการสนับสนุนให้แกนนำ BRN ไปประกอบพิธีฮัจญ์ พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับความต้องการอื่นๆ</h2>
<h2>เดือนที่ 3-5 เริ่มการเจรจาทางลับเพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงของสภาองค์กรนำ โดยมีพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซียเป็นตัวกลาง</h2>
<h2>สำหรับ <strong>“พรรค PAS”</strong> คือพรรคการเมืองของมาเลเซียซึ่งมีอิทธิพลสูงในรัฐทางตอนเหนือของประเทศที่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะกลันตัน ตรังกานู เปอร์ลิส และเคดาห์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งพำนักของบรรดาแกนนำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 6 ปิดจ็อบการเจรจา โดยเสนอ <strong>“ทางลง”</strong> หรือ <strong>“ทางออกที่พอยอมรับกันได้”</strong> ให้แก่ผู้นำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 7 สิ้นสุดสถานการณ์ ผู้นำเข้าสู่กระบวนการดูแลและรับรองความปลอดภัยของรัฐบาล</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3154" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดรายชื่อ “สภาองค์กรนำ” พร้อมข้อเสนอ “วางมือ”</strong></h2>
<h2>จะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของ <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> คือการเข้าถึง <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> โดยใช้กลไกของพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซีย ซึ่งรับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี</h2>
<h2>สำหรับรายชื่อแกนนำเป้าหมาย ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; บือราเฮง ปะจูศาลา ผู้นำจิตวิญญาณในสภาซูรอ</h2>
<h2>&#8211; ดูนเลาะ แวมะนอ (เปาะซูลอ) ประธานสภาอูลามา</h2>
<h2>&#8211; เด็ง อะแวจิ (เปาะวอเด็ง) ที่ปรึกษาฝ่ายทหาร</h2>
<h2>&#8211; อิบรอน หรือ อารฟาน บินอับดุลฮามิด เลขาธิการสภาองค์กรนำ</h2>
<h2>เนื้อหาในเอกสารลับยังระบุชัดเจนถึงข้อเสนอเพื่อให้ผู้นำเหล่านี้ยุติบทบาทการต่อสู้ ทั้งการดูเรื่องสวัสดิการระยะยาวทั้งตัวเองและครอบครัว ตลอดจนตำแหน่งทางการเมือง เช่น สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือตำแหน่งในหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เช่น ที่ปรึกษา ศอ.บต. หรือที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภายใต้หลักอิสลาม</h2>
<h2>พร้อมพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม หรือยกเลิกหมายจับ</h2>
<h2>นอกจากการเจรจาระดับบน แผนลับนี้ยังระบุถึงยุทธศาสตร์เชิงรุก 1-2 ปี เพื่อทำลายรากฐาน BRN โดยการจับกุม RKK (หน่วยรบขนาดเล็กที่ผ่านการฝึกแบบจรยุทธ์), สกัดกั้นเครือข่ายผู้หญิง และนักศึกษามุสลิมในต่างประเทศ, ให้ผู้นำจิตวิญญาณที่ยอมรับกระบวนการสันติภาพ ออกมาแก้ต่างว่าการต่อสู้ของบรรดานักรบไม่ใช่ <strong>“ญิฮาด”</strong> พร้อมดำเนินการกับสถาบันการศึกษาในเครือข่ายที่เชื่อว่ามีการบ่มเพาะ</h2>
<h2>แต่การดำเนินการจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และไม่มีปฏิบัติการนอกกฎหมายหรือนอกกระบวนการยุติธรรม</h2>
<h2><strong>@@ เปิดหมด! 4 ยุทธศาสตร์ ยุติเป้าหมายสุดท้าย BRN</strong></h2>
<h2>รายละเอียดแผนระยะกลางและระยะยาว ที่มีกรอบเวลาดำเนินการ 1-2 ปี คือประสานกับการเจรจากับผู้นำ BRN ตัวจริง โดยมีพรรค PAS และสันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย เป็นผู้ประสานงาน</h2>
<h2>ยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการ ประกอบด้วย</h2>
<h2>1.Counter Shadow State</h2>
<h2>&#8211; สกัดกั้นปฏิบัติการใต้ดินของ BRN<br />
&#8211; เปิดช่องทางลงให้ผู้นำ BRN<br />
&#8211; จับกุม RKK ในพื้นที่<br />
&#8211; เปิดเผยบทบาทกลุ่มสนับสนุน BRN และจับกุม<br />
&#8211; สกัดกั้นการดำเนินกิจกรรมของ BRN กับ นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในต่างประเทศ</h2>
<h2>2. CVE Strategy</h2>
<h2>&#8211; ต่อต้านการเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งในกลุ่มเยาวชนอย่างเป็นระบบ<br />
&#8211; ผู้นำจิตวิญญาณ BRN ทำความเข้าใจกับเยาวชนในพื้นที่ว่าการต่อสู้ไม่ใช่ญิฮาด และปัตตานีหรือจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ <strong>“ดินแดนดารุลฮารบี”</strong></h2>
<h2>3. Counter Financing</h2>
<h2>&#8211; ระบุแหล่งเงินทุนของ BRN เช่น ค่าสมาชิก กิจการทางธุรกิจ ทั้งในไทยและมาเลเซีย<br />
&#8211; กีดขวางเส้นทางการสนับสนุนการเงินแก่ BRN เช่น ตรวจบัญชีสถานศึกษาในเครือข่าย, มูลนิธิ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในมาเลเซีย หากพบความผิดปกติต้องปิดบัญชีทั้งหมด โดยดำเนินการร่วมกับมาเลเซีย</h2>
<h2>4. Human Rights Protection</h2>
<h2>&#8211; ปฏิบัติการบนพื้นที่ฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่มีการทรมาน หรือวิสามัญฆาตกรรม ตลอดจนการคุกคามโดยภาครัฐ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากพรรค PAS สันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย และมวลชนในมาเลเซีย</h2>
<h2></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชันโรง หลักหมื่น</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3079</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 01:37:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3079</guid>

					<description><![CDATA[  ช่างเฟอร์นิเจ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3080" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><b data-path-to-node="0" data-index-in-node="0">  ช่างเฟอร์นิเจอร์ยะลาเปลี่ยนเศษไม้เป็น &#8220;มัสยิดจำลอง&#8221; อัพราคา ชันโรง หลักหมื่น</b></h2>
<h2 data-path-to-node="1"><b data-path-to-node="1" data-index-in-node="0">       เปิดแนวคิด &#8220;อิสมาเอล เสะนุง&#8221; ช่างฝีมือปัตตานีสู่อำเภอรามัน เนรมิตกล่องเลี้ยงผึ้งจิ๋วทรงมัสยิด ผสานงานไม้-เรซิน ชูอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ยกระดับเกษตรประณีต เก็บน้ำผึ้งปีละครั้งเน้นคุณภาพพรีเมียม พบกล่องรุ่นท็อปราคาพุ่ง 20,000 บาท</b></h2>
<hr data-path-to-node="2" />
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">   </b> ในขณะที่การเลี้ยง &#8220;ชันโรง&#8221; หรือผึ้งจิ๋ว กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่ตำบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา การเลี้ยงชันโรงไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตน้ำหวานเพื่อจำหน่ายเท่านั้น ทว่าได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นงานศิลปะทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ</h2>
<h2 data-path-to-node="4"><b data-path-to-node="4" data-index-in-node="0">จากเศษไม้เหลือทิ้ง สู่ศิลปกรรม &#8220;มัสยิดจำลอง&#8221;</b></h2>
<h2 data-path-to-node="5"><b data-path-to-node="5" data-index-in-node="0">นายอิสมาเอล เสะนุง</b> ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ผู้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง เจ้าของแบรนด์ <b data-path-to-node="5" data-index-in-node="89">&#8220;ArttikBees ชันโรงคราฟท์&#8221;</b> เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราถึงที่มาของไอเดียสุดสร้างสรรค์นี้ว่า ด้วยพื้นฐานอาชีพช่างไม้ที่เน้นความละเอียดประณีต เมื่อหันมาเลี้ยงชันโรงจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างความแตกต่าง โดยนำทักษะเชิงช่างมาประยุกต์เข้ากับความเชื่อและอัตลักษณ์ในพื้นที่</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3081" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p data-path-to-node="6,0"><i data-path-to-node="6,0" data-index-in-node="0">&#8220;ผมไม่อยากทำกล่องไม้สี่เหลี่ยมธรรมดาเหมือนคนอื่น ในเมื่อเรามีต้นทุนเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว จึงนำเศษไม้หายากที่มีมูลค่าเหลือจากการทำงานหลัก มาผสมผสานกับเทคนิคไม้เรซิน ออกแบบเป็นกล่องเลี้ยงชันโรงรูปทรงมัสยิดย่อส่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งแล้ว ยังเป็นงานตกแต่งบ้านที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวมุสลิมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&#8221;</i> นายอิสมาเอล กล่าว</p>
<h2 data-path-to-node="7"><b data-path-to-node="7" data-index-in-node="0"> กล่องละ 2 หมื่นบาท</b></h2>
<h2 data-path-to-node="8">จากการสำรวจพบว่า กล่องเลี้ยงชันโรงทั่วไปในท้องตลาดมีราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท แต่ชิ้นงานของนายอิสมาเอลกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการขยับราคาขึ้นไปสูงถึง <b data-path-to-node="8" data-index-in-node="153">20,000 บาท</b> สำหรับรุ่นท็อปที่เป็นรูปทรงมัสยิดประณีตศิลป์ ส่วนกล่องลวดลายทั่วไปที่ผ่านการดีไซน์เริ่มต้นที่ 2,000 บาท</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3082" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="9"><b data-path-to-node="9" data-index-in-node="0">รายละเอียดผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการ:</b></h2>
<ul data-path-to-node="10">
<li>
<h2 data-path-to-node="10,0,0"><b data-path-to-node="10,0,0" data-index-in-node="0">วัสดุ:</b> เศษไม้เนื้อแข็งหายาก ผสมผสานเรซินสีสันสวยงาม</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="10,1,0"><b data-path-to-node="10,1,0" data-index-in-node="0">สายพันธุ์ที่เลี้ยง:</b> โทราซิก้า, อิตาม่า, ปากแตร และบาคารี่</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="10,2,0"><b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="0">พื้นที่ดำเนินการ:</b> 2 ไร่ ใน ต.บาโงย อ.รามัน รองรับได้กว่า 100 ลัง</h2>
</li>
</ul>
<hr data-path-to-node="11" />
<h2 data-path-to-node="12"><b data-path-to-node="12" data-index-in-node="0">กลยุทธ์ &#8220;365 วัน&#8221; เน้นคุณภาพเหนือปริมาณ</b></h2>
<h2 data-path-to-node="13">นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์กล่องที่มีมูลค่าสูงแล้ว กระบวนการผลิตน้ำผึ้งของ &#8220;ArttikBees&#8221; ยังใช้กลยุทธ์สร้างความต่างด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง <b data-path-to-node="13" data-index-in-node="139">&#8220;ปีละครั้ง&#8221;</b> เท่านั้น</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3083" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="14">นายอิสมาเอล อธิบายว่า การทิ้งระยะเวลาให้ครบ 365 วัน เพื่อต้องการให้น้ำผึ้งมีความเข้มข้นสูงสุดและสะสมสารอาหารจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนที่สุด ถือเป็นน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ให้ความสนใจอย่างมาก</h2>
<h2 data-path-to-node="15"><b data-path-to-node="15" data-index-in-node="0">โมเดลเกษตรสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน</b></h2>
<h2>ปัจจุบัน พื้นที่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มผลิตน้ำผึ้ง แต่ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจเกษตรประณีต นายอิสมาเอลยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทั้ง <b data-path-to-node="16" data-index-in-node="189">Facebook: Ismaail Senung</b> และ <b data-path-to-node="16" data-index-in-node="218">TikTok: ArttikBees</b> ในการสื่อสารงานศิลปะคู่ไปกับการเกษตร</h2>
<h2>นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ <b data-path-to-node="17" data-index-in-node="36">Soft Power</b> และทักษะฝีมือแรงงานท้องถิ่น มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างน่าสนใจ</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทนายอาดิลัน งัด หลักฐาน โยงผู้บงการ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3056</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 00:55:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3056</guid>

					<description><![CDATA[“ทีมข่าว” ไปขอส]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3057" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/phonesignal01051.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/phonesignal01051.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/phonesignal01051-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/phonesignal01051-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>“ทีมข่าว”</strong> ไปขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ ทนายอาดิลัน สรุปข้อมูลได้แบบนี้</h2>
<h2>&#8211; มีหลักฐาน</h2>
<h2>สัญญาณการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องสงสัย ปฏิบัติการสังหาร สส.กมลศักดิ์</h2>
<h2>&#8211; มี 10 หมายเลขที่เกี่ยวข้อง</h2>
<h2>&#8211; เชื่อมโยงกับทีมปฏิบัติการที่กระทำความผิด 7 คน (5 คนทีมสังหาร + 2 คนทีมสนับสนุน)</h2>
<h2>&#8211; สรุปได้ว่าต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้มากกว่า 5 คน</h2>
<h2>&#8211; พบการเตรียมการ วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน</h2>
<h2>&#8211; ข้อมูลการโทร จะบอกได้ว่า&#8230;.หลังก่อเหตุ มือปืนโทรหาใคร, มีการประสานเปิดด่าน หรือชะลอการตั้งด่านหรือไม่, มีการประสานเรื่องจุดซ่อนปืน ทิ้งปืน ทิ้งรถหรือไม่ อย่างไร และที่สำคัญ คือ จะสาวต่อถึงตัวผู้บงการได้อย่างแน่นอน</h2>
<h2>“ต้องยอมรับว่าการจะหาพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นพยานนิติวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน สัญญาณโทรศัพท์เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือมาก เรามีประสบการณ์จากคดีความมั่นคง ทำให้เราได้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เองสามารถรวบรวมพยานหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของคนหนึ่งคนที่จะเชื่อมต่อกับผู้ร่วมก่อเหตุ ผู้ร่วมก่อการว่าติดต่อกันในเวลาใด ความถี่ของการติดต่อสื่อสาร รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของเสาสัญญาณเบสที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร”</h2>
<h2>“เหล่านี้เป็นพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของพนักงานสอบสวน เช่น บอกว่ามีการไปรับรถเพื่อนำไปก่อเหตุ ณ สถานที่หนึ่ง เราก็จะดูว่าในเวลานั้นมีใครติดต่อกันบ้าง ที่มีการอ้างถึงว่ามีการไปรับรถเพื่อจะไปก่อเหตุ หรือมีการไปติดฟิล์มรถ ในวันเวลาใด เราก็จะเห็นว่าใครไปที่ไหนอย่างไร โดยการใช้สัญญาณโทรศัพท์เป็นตัวติดตาม”</h2>
<h2>ทนายอาดิลัน ยังบอกด้วยว่า การไปยื่นหนังสือถึงผู้การตำรวจภูธรนราธิวาส เพราะเป็นห่วงว่าสัญญาณโทรศัพท์จะถูกลบไป เนื่องจากโดยระบบแล้ว เอกชนผู้ให้บริการจะเก็บรักษาไว้เพียง 3 เดือน</h2>
<h2>ท้ายที่สุด ที่ปรึกษาศูนย์ทนายมุสลิมยังเอ่ยขอบคุณชุดสืบสวนสอบสวนในคดีที่ทำงานกันอย่างทุ่มเท จนได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บิ๊ก จชต.” วอนสังคมมอง “เจตนา” เหนือกว่า “คำพูด” หลังปมดราม่าถ้อยแถลง มทภ.4</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2880</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2026 06:58:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2880</guid>

					<description><![CDATA[      “ผู้บริหา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2881" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/ab3e10a2-d4c2-454e-9dac-0256eab10c96.jpg" alt="" width="513" height="417" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/ab3e10a2-d4c2-454e-9dac-0256eab10c96.jpg 513w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/ab3e10a2-d4c2-454e-9dac-0256eab10c96-300x244.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 513px) 100vw, 513px" /></h2>
<h2><strong>      “ผู้บริหารสูงสุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” เปิดใจเบื้องหลังกระแสร้อน กรณีคำชี้แจงของแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อคดีลอบสังหาร “สส.แวยูแฮ” ชี้พลังโซเชียลเปราะบางและรุนแรง ทำคนตีความเพียงเปลือกนอกจนมองข้ามความปรารถนาดี ตัดพ้อหากมุ่งโจมตีตัวบุคคล วันหน้าจะไม่มีใครกล้าพูดความจริง พร้อมวอนยึดหลักประชาธิปไตย ฟังเสียงข้างน้อยแต่ต้องเดินหน้าเพื่อส่วนรวม</strong></h2>
<h2><strong>   จากกรณีดราม่าร้อนแรงในพื้นที่ภายหลังการแถลงข่าวของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เกี่ยวกับความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (สส.แวยูแฮ) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งมีการพาดพิงถึงความเชื่อมโยงของรถยนต์ในสังกัด กอ.รมน. และอดีตกำลังพล จนนำไปสู่ประเด็นการ “ปิดไมค์” และการตอบโต้อย่างดุเดือดบนโลกออนไลน์  </strong></h2>
<h2><strong>     ล่าสุด ผู้บริหารระดับสูงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ออกมาสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าวด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายแต่แฝงด้วยความกังวล โดยกล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า </strong></h2>
<h2><strong>   “โอ้โห&#8230; สังคมโซเชียลที่นี่รุนแรงเหลือเกิน ทุกคนต่างคิดต่างเห็นกันได้เต็มที่ ใครมีความเชื่อแบบไหนก็ปักใจแบบนั้น แต่ปัญหาสำคัญคือทุกคนตีความตาม ‘คำพูด’ โดยไม่ดู ‘เจตนา’ ถ้าเรามองลึกลงไปถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใน จะรู้ว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครคิดร้ายต่อกันหรอก เราไม่มีใครอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย จะไปโกรธเคืองกันทำไม”</strong></h2>
<h2><strong>     ผู้บริหารสูงสุดรายนี้ชี้ให้เห็นว่า ปมดราม่าที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนบาดแผลทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ที่ยังไม่สนิทดีนัก ทำให้ความหวาดระแวงมีอำนาจเหนือความเข้าใจ</strong></h2>
<h2><strong>    “สิ่งที่เกิดขึ้นคือตัวอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ในอดีตมันฝังลึกจนเกิดความระแวง วันนี้การพัฒนาเศรษฐกิจหรือการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่พอแล้ว โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไข ‘ความไม่เข้าใจ’ และปรับมุมมองที่แตกต่างให้จูนเข้าหากันได้”</strong></h2>
<h2><strong>     นอกจากประเด็นเรื่องการสื่อสาร เขายังยกตัวอย่างถึงความยากลำบากในการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีความเปราะบาง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างโจทย์ขัดแย้ง หากโครงการหนึ่งคน 80 เปอร์เซ็นต์ เอา แต่ 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่เอา เราจะเดินต่ออย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>
<h2><strong>   จุดสมดุล การฟังเสียงส่วนน้อยตามหลักประชาธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากทุกเรื่องต้องทำประชามติจนขยับไปไหนไม่ได้ พื้นที่ก็จะย่ำอยู่กับที่อย่างที่เป็นมา</strong></h2>
<h2><strong>    ในช่วงท้ายของการเปิดใจ ผู้บริหารสูงสุดได้แสดงความกังวลว่า หากบรรยากาศการวิพากษ์วิจารณ์ยังมุ่งเน้นไปที่การ “โจมตีตัวบุคคล” มากกว่าการถกเถียงด้วยเหตุผล ในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อความโปร่งใสของระบบราชการ </strong></h2>
<h2><strong>    “ถ้าเป็นแบบนี้ วันหลังจะไม่มีใครกล้าพูด กล้าแถลง หรือกล้าให้ความเห็นอะไรเลย เพราะพูดไปก็เจ็บตัว ทั้งที่จริงๆ เราควรยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ว่ากันตามเนื้อผ้า ไม่ใช่รุมถล่มกัน”</strong></h2>
<h2><strong>     เขาทิ้งท้ายด้วยการขอให้ทุกฝ่ายลด “ธงในใจ” และลดอคติลง เพื่อร่วมกันหาจุดสมดุลในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทายที่สุดในการสร้างสันติสุขให้กลับคืนสู่ปลายด้ามขวานในนาทีนี้</strong></h2>
<h2><strong>      </strong></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผอ.รร.การเมือง จับมือนายก อบต.กายูบอเกาะ เตรียมรับ &#8220;ฮาบีบจินดัล&#8221;</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2815</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 12:56:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2815</guid>

					<description><![CDATA[  ผู้นำศาสนาอิน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><b data-path-to-node="0" data-index-in-node="0"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2818" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/1189306.jpg" alt="" width="480" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/1189306.jpg 480w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/1189306-240x300.jpg 240w" sizes="auto, (max-width: 480px) 100vw, 480px" /> </b></h2>
<h2><b data-path-to-node="0" data-index-in-node="0">ผู้นำศาสนาอินโดฯ เสริมสร้างความเข้าใจอิสลามที่ถูกต้อง 11-13 เม.ย.นี้</b></h2>
<hr data-path-to-node="1" />
<h2 data-path-to-node="2">       เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 เวลา 14.00 น. ณ ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา มีความเคลื่อนไหวสำคัญในการเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ในพื้นที่ โดย <b data-path-to-node="2" data-index-in-node="202">พ.อ. เอกธวุฒิ คงคาเขตร</b> ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ผอ.รร.การเมือง ศสว.) พร้อมด้วย <b data-path-to-node="2" data-index-in-node="300">นายอาสมี เซะบากอ</b> นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกายูบอเกาะ ในฐานะสมาชิกองค์กรมัจลิสมูวาซอละห์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามความเรียบร้อยและหารือแนวทางการดำเนินงาน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2816" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744466_0_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744466_0_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744466_0_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744466_0_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744466_0_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="4">    การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและฝ่ายปกครอง ทั้ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรามัน (ผกก.สภ.รามัน) ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 (ผบ.ฉก.ทพ.41) หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุดควบคุมที่ 953) ชุดเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด (ชสจ.) หน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 2 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) ร้อย.ทพ.4104 รวมถึงกลุ่มผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2819" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744455_0_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744455_0_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744455_0_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744455_0_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744455_0_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="7">      สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนและเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม <b data-path-to-node="7" data-index-in-node="92">&#8220;เสริมสร้างความเข้าใจหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง&#8221;</b> ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่มุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ตามแนวทางทางสายกลาง โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาจากต่างประเทศ คือ <b data-path-to-node="7" data-index-in-node="269">ท่านฮาบีบจินดัล โนเวล (Habib Jindal bin Novel bin Salim Jindan)</b> ผู้นำศาสนาชื่อดังจากประเทศอินโดนีเซีย เดินทางมาเป็นองค์ปาฐกหลัก</h2>
<h2 data-path-to-node="8,0"><b data-path-to-node="8,0" data-index-in-node="0">รายละเอียดกิจกรรม </b><b data-path-to-node="8,1,0,0" data-index-in-node="0">กำหนดการ:</b> วันที่ 11-13 เมษายน 2569 บริเวณพื้นที่ตรงข้ามบ้านพักนายก อบต.กายูบอเกาะ ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา</h2>
<h2 data-path-to-node="8,1,2,0">       เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับฟังแนวทางศาสนาที่ถูกต้องจากผู้รู้ระดับสากล เสริมสร้างสันติสุขและความเข้าใจอันดีในสังคมพหุวัฒนธรรม</h2>
<h2 data-path-to-node="10">   การที่คณะทำงานชุดใหญ่ลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการวางมาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากท่านฮาบีบจินดัลเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงในกลุ่มมุสลิมในภูมิภาคอาเซียน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2820" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744461_0_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744461_0_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744461_0_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744461_0_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__16744461_0_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="11"></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยิง สส.นราฯ “คดีอาชญากรรม” ไม่เกี่ยวความมั่นคง-ไม่โยงราชการ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2802</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2026 13:11:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2802</guid>

					<description><![CDATA[เลขาฯศอ.บต.ยัน ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2803" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/piyasirisbpac06040.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/piyasirisbpac06040.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/piyasirisbpac06040-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/piyasirisbpac06040-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>เลขาฯศอ.บต.ยัน คดียิง สส.กมลศักดิ์ ไม่เกี่ยวความมั่นคง ไม่โยงราชการ ย้ำเป็น “อาชญากรรมทั่วไป” ส่วนการใช้ “รถหลวง” มีการสอบสวนกระบวนการยืมไปใช้ส่วนตัวแล้ว ไม่มีละเว้น ลั่นคดีไม่เงียบ แค่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล</strong></h2>
<h2>นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวกับ <strong>“ทีมข่าวอิศรา”</strong> ถึงความคืบหน้าของคดียิงถล่มรถ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นโชเฟอร์ และตำรวจติดตาม ส่วน สส.รอดมาได้หวุดหวิด โดยภายหลังเกิดเหตุมีการทยอยจับกุมอดีตทหารหลายรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นั้น</h2>
<h2>นายปิยะศิริ หรือ <strong>“เลขาฯบอย”</strong> ยืนยันว่า คดีนี้เป็น <strong>“เรื่องอาชญากรรม”</strong> ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางราชการ โดยบุคคลที่ร่วมกันกระทำการไม่ได้มีสถานะใดๆ ในทางราชการแล้ว จึงเป็นเรื่องของอาชญากรรมแน่นอน อาจจะมีความขัดแย้งอะไรกัน แล้วมีการจ้างวานให้มาก่อเหตุ</h2>
<h2>ส่วนกรณีที่มีการใช้รถของทางราชการ ซึ่งเป็นรถกระบะสี่ประตู สีขาว ของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนีนั้น นายปิยะศิริ บอกว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ความจงใจ เพราะรถของทางราชการมีจำนวนมาก และมีหลายหน่วยงาน จึงอาจมีปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้น แต่ทางหน่วยต้นสังกัดไม่ได้ปล่อยผ่าน และได้ตรวจสอบตามระบบอย่างเข้มงวดและตรงไปตรงมาแล้ว</h2>
<h2>เลขาธิการ ศอ.บต. บอกด้วยว่า ตนติดตามคดีนี้มาตลอด และให้ความสำคัญอย่างมาก โดยตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นระยะ คดีนี้มีความคืบหน้าตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รู้ตัวทีมที่ปฏิบัติการเกือบทั้งหมด เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะดูเงียบไปบ้างในช่วงแรก เพราะอยู่ในกระบวนการสอบสวนขยายผล เพื่อการจับกุมผู้เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งหมด</h2>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิชาการจี้รัฐบาลใหม่ เลิกส่ง “คนนอก” คลำเป้าดับไฟใต้</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2768</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 03:05:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2768</guid>

					<description><![CDATA[ท่ามกลางบรรยากา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2769" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/tayudinmangsod30030.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/tayudinmangsod30030.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/tayudinmangsod30030-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/tayudinmangsod30030-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>ท่ามกลางบรรยากาศการจัดสรรโควตารัฐมนตรี และรอลุ้นโผ ครม. “อนุทิน 2.0 พลัส” ที่กำลังจะมีการประกาศ</strong></h2>
<h2>เสียงสะท้อนจากปลายด้ามขวานเริ่มดังระงมขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อเรียกร้องเรื่องงบประมาณ แต่เป็น <strong>“บทพิสูจน์ความจริงใจ”</strong> ต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้</h2>
<h2>ผศ.ดร.ตายูดิน อุสมาน นักวิชาการจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ <strong>“ทีมข่าวอิศรา”</strong> โดยชี้ให้เห็นถึงรอยร้าวลึกที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเร่งอุด ก่อนที่นโยบายดับไฟใต้จะกลายเป็นเพียงตัวอักษรบนกระดาษที่ไร้ความหมาย</h2>
<h2>ผศ.ดร.ตายูดิน วิเคราะห์ว่า ความล้มเหลวที่ผ่านมาของหลายรัฐบาล เกิดจากการส่ง <strong>“คนนอก”</strong> หรือบุคคลที่ขาดความเชื่อมโยงกับพื้นที่เข้ามาบริหารจัดการปัญหา ในลักษณะ <strong>“คลำเป้า”</strong> ไม่ตรงจุด</h2>
<h2>“ที่ผ่านมาเราเห็นรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาใต้ มักเป็นคนที่มองพื้นที่ผ่านเลนส์ของความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ขาดความเข้าใจใน <strong>‘หัวใจ’</strong> และวิถีโองการทางศาสนา รวมถึงบริบททางสังคมที่ซับซ้อน” ผศ.ดร.ตายูดิน ตั้งประเด็น</h2>
<h2>ข้อเสนอที่ นักวิชาการจากราชภัฏยะลารายนี้ส่งตรงถึงรัฐบาลอนุทิน คือการพิจารณาสัดส่วน ครม.ที่มีความเข้าใจเชิงลึกต่อพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อลด <strong>“ช่องว่างความระแวง”</strong> ระหว่างรัฐบาลส่วนกลางกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากยังใช้ตัวเลือกเดิมๆ หรือคนที่ไม่เข้าใจวิถีชีวิตชาวมลายูมุสลิม การแก้ปัญหาก็จะวนลูปอยู่ในอ่างเดิม</h2>
<h2><strong>@@ “กม.พิเศษ” สร้างเงื่อนไข รัฐบาลใหม่ควรทบทวน</strong></h2>
<h2>อีกหนึ่งประเด็นที่ ผศ.ดร.ตายูดิน มองว่าเป็น <strong>“เผือกร้อน”</strong> คือการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ที่ต่ออายุมาอย่างยาวนานจนกลายเป็น <strong>“ความปกติใหม่”</strong> ที่น่ากังวล</h2>
<h2>ในทัศนะของฝ่ายวิชาการที่มีต่อกฎหมายพิเศษ เขาเห็นว่า การบังคับใช้กลไกที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินปกติ กลายเป็นเกราะกำบังให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจเกินขอบเขตโดยไม่ต้องรับผิดชอบมากกว่า ผลก็คือแทนที่จะลดความรุนแรง กลับกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความรู้สึกถูกกดทับ และถูกนำไปโฆษณาชวนเชื่อโดยกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ</h2>
<h2>ฉะนั้นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมาของ ผศ.ดร.ตายูดิน คือ รัฐบาลควรกล้าหาญที่จะ <strong>“ยกเลิก”</strong> และกลับไปใช้กฎหมายปกติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่สงครามถาวร</h2>
<h2><strong>@@ งบทะลักลงพื้นที่ แต่คนที่นี่ข้นแค้นกว่าเก่า</strong></h2>
<h2>ด้าน ดร.มังโสด หมะเต๊ะ นักวิชาการผู้คลุกคลีกับการดูแลเด็กกำพร้าในพื้นที่ และผู้จัดการวิทยาลัยเทคโนโลยีสันติวิทย์สงขลาสะท้อนมุมมองถึง <strong>“บาดแผลทางสังคม”</strong> ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ตัวเลขงบประมาณมหาศาลในภารกิจดับไฟใต้ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา</h2>
<h2>“ปัจจุบันอายุของเด็กที่ถูกส่งมาสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าต่ำลงเรื่อยๆ จากเดิมช่วงอายุ 10-12 ปี เหลือเพียง 2-3 ขวบ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง”</h2>
<h2>ความหมายที่ผู้จัดการวิทยาลัยเทคโนโลยีสันติวิทย์สงขลา ต้องการสื่อในประเด็นนี้ก็คือ สมัยก่อนพ่อแม่ยังมีกำลังพอที่จะเลี้ยงลูกน้อย อาจจะมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจบ้าง แต่ก็เป็นช่วงที่บุตรหลานโตแล้ว ต้องส่งเรียนสูงๆ ส่งเรียนนอกพื้นที่ จึงใช้วิธีนำลูกไปฝากสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อให้ช่วยดูแล และรับผิดชอบค่ากินอยู่</h2>
<h2>แต่ปัจจุบันแค่เด็กเกิดมา ก็ไม่มีกำลังพอจะเลี้ยงดูได้แล้ว สะท้อนว่าเศรษฐกิจย่ำแย่กว่าเก่า ทั้งๆ ที่มีงบประมาณลงสู่พื้นที่นี้กว่า 5 แสนล้านบาทในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา</h2>
<h2><strong>@@ เหมือนเดิม 22 ปี ควรเปลี่ยนวิธี-เลิกงบละเลง</strong></h2>
<h2>ดร.มังโสด ขยายความต่อ โดยเปรียบเทียบการแก้ปัญหาภาคใต้เหมือนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากทดลองตามสมมติฐานเดิมมา 22 ปีแล้วไม่ได้ผล ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลใหม่ต้อง <strong>“เปลี่ยนสมมติฐาน”</strong> และวิธีการทำงาน</h2>
<h2>เขายังได้เสนอให้รัฐบาลกล้าทดลองถอนทหารส่วนหน้ากลับ และยกเลิกกฎหมายพิเศษทั้งหมด เพื่อคืนความปกติสุขให้พื้นที่ โดยเชื่อว่าหากกำนันและผู้ใหญ่บ้านในท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง ปัญหาโจรหรือยาเสพติดจะลดลง เพราะคนในพื้นที่รู้เบาะแสดีที่สุด</h2>
<h2>นอกจากนั้นยังเสนอให้ลดบทบาท กอ.รมน. หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และตัดงบประมาณส่วนเกินที่มองว่าเป็น <strong>“งบละเลง”</strong> ในกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ เช่น กีฬา, อบรม ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างความยากจนของพี่น้องประชาชน แล้วให้กลับไปใช้โครงสร้างการบริหารปกติ คือ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ในฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ ในงานพิทักษ์สันติราษฎร์</h2>
<h2><strong>@@ วงจรเด็กชายแดนใต้ เรียนจบไปเป็นยาม?</strong></h2>
<h2>ดร.มังโสด ยังชี้ว่า ปัญหาความไม่มั่นคงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเข้ามา เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่เฉพาะคนข้างใน ปัญหาความยากจนจึงรุนแรงที่สุดในประเทศ ขณะที่ระบบการศึกษาก็ล้มเหลว เยาวชนเรียนตามกระแสหรือตาม <strong>“นายหน้า”</strong> หาเด็กเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อจบมาไม่มีงานรองรับ สุดท้ายต้องไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย (ยาม) ในกรุงเทพฯ เป็นวงจรไม่สิ้นสุด</h2>
<h2><strong>@@ ทหารพรานทิ้งรัก โจทย์ยากกองทัพ</strong></h2>
<h2>นอกจากนี้ ดร.มังโสด ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกถึงปัญหา <strong>“ทหารพรานทิ้งรัก”</strong> ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่บางคนจากนอกพื้นที่ เมื่อถูกส่งมาปฏิบัติงาน ก็มีสัมพันธ์กับหญิงในพื้นที่ บ้างก็อยู่กินกัน แต่เมื่อถึงเวลาย้ายกลับ ก็ไม่ได้พาครอบครัวใหม่ไปด้วย บางคนมีครอบครัวอยู่แล้วอีกต่างหาก</h2>
<h2>ทั้งหมดนี้สร้างความเปราะบางให้สถาบันครอบครัว และปัญหาเชิงโครงสร้างในกองทัพไปพร้อมกัน</h2>
<h2>“พื้นที่ภาคใต้กลายเป็นทางผ่านของข้าราชการบางคนที่ต้องการเพียงเงินเพิ่มพิเศษหรืออายุราชการทวีคูณ แต่ขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา”</h2>
<h2>ดร.มังโสด กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลใหม่ไม่กล้าทำสิ่งที่ควรทำจริงๆ และยังคงใช้วิธีเดิมๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ต่างจาก 22 ปีที่ผ่านมา</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รฟท. กางโรดแมป 1.3 แสนล้าน! &#8220;รถไฟทางคู่หาดใหญ่-โก-ลก&#8221;</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2721</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 07:43:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2721</guid>

					<description><![CDATA[ปักหมุดปี 69 เร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2722" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911769_0.jpg" alt="" width="800" height="470" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911769_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911769_0-300x176.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911769_0-768x451.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2>ปักหมุดปี 69 เริ่มศึกษาความเหมาะสม รับมือโจทย์หิน ‘น้ำท่วม-ความมั่นคง’</h2>
<h2>      เปิดเอกสารลับกึ่งเปิดเผยจากสไลด์นำเสนอโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยแพร่แผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ภาคใต้ตอนล่าง 4 เส้นทางรวด มูลค่าการลงทุนรวมพุ่งสูงกว่า 135,751 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ช่วง &#8220;หาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก&#8221; ระยะทาง 215 กิโลเมตร ที่เตรียมคิกออฟกระบวนการจ้างที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่ในปีหน้า</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2723" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911771_0.jpg" alt="" width="800" height="436" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911771_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911771_0-300x164.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911771_0-768x419.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>      จากการตรวจสอบเอกสารล่าสุด พบว่า รฟท. วางโครงข่ายทางคู่เพื่อเชื่อมไทยสู่มาเลเซียแบบไร้รอยต่อ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ช่วงหลัก จากงบ 1.35 แสนล้าน ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี: ระยะทาง 168 กม. ใช้วงเงินประมาณ 29,009 ล้านบาท รอ ครม. อนุมัติ  ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา: ระยะทาง 321 กม. งบ 64,578 ล้านบาท รอ ครม. อนุมัติ ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์: ระยะทาง 45 กม. งบ 7,574 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นโครงการแรกที่เสร็จสิ้นในปี 2572 และ ช่วงหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก: ระยะทาง 215 กม. วงเงินประมาณ 34,590 ล้านบาทอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2724" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911766_0.jpg" alt="" width="800" height="472" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911766_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911766_0-300x177.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911766_0-768x453.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>      โดย 3 เส้นทางแรกอยู่ระหว่างเสนอครม. อนุมัติ ขณะที่เส้นทางสายใต้สุดอย่าง &#8220;หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก&#8221; กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส) รวม 13 อำเภอ 53 ตำบล</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2725" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911767_0.jpg" alt="" width="800" height="451" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911767_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911767_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911767_0-768x433.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>       เอกสารยังลงลึกถึงการออกแบบ &#8220;ผังย่านสถานี&#8221; ที่จะถูกยกระดับใหม่ทั้งหมด 53 ตำบล โดยมีมาตรฐานสำคัญ 3 ประการ ระบบ Single Entry กำหนดทางเข้า-ออกทางเดียว พร้อมจุด Security Check และเครื่อง X-Ray เพื่อการคัดกรองผู้โดยสารที่เข้มงวดสอดรับกับสถานการณ์ความมั่นคง อารยสถาปัตย์ ติดตั้งลิฟต์และสะพานลอยคนข้ามแทนการเดินข้ามทางรถไฟระดับพื้นดิน เพื่อความปลอดภัยและรองรับผู้พิการ และ ย่านเศรษฐกิจชุมชน ในผัง Master Plan มีการจัดสรร &#8220;พื้นที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&#8221; และ &#8220;ลานอเนกประสงค์&#8221; ภายในสถานี เพื่อหวังให้รถไฟทางคู่ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามวัตถุประสงค์ด้านคุณภาพชีวิต</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2726" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911765_0.jpg" alt="" width="800" height="451" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911765_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911765_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911765_0-768x433.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>      ประเด็นที่น่าสนใจในเอกสารระบุถึงการออกแบบทางวิศวกรรมที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ข้อมูลในหน้า 29 ของเอกสารระบุว่า รฟท. มีแนวคิดเปลี่ยนรูปแบบ &#8220;คันทาง&#8221; (ซึ่งเดิมอาจเป็นคันดินขวางทางน้ำ) ให้กลายเป็น สะพานช่วงสั้น ขนาด 6-10 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2727" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911758_0.jpg" alt="" width="800" height="451" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911758_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911758_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911758_0-768x433.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>        นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบ ETCS (European Train Control System) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลมาใช้ พร้อมระบบป้องกันขบวนรถอัตโนมัติ (ATP) เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินรถในพื้นที่เสี่ยง</h2>
<h2>       สำหรับ แผนการดำเนินงานของช่วงหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ถูกวางไว้ค่อนข้างรัดกุม โดยมีกรอบเวลา ใน ปี 2569 เริ่มศึกษาความเหมาะสม (FS) และรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ปี 2570 ออกแบบรายละเอียดและทำรายงาน EIA (ซึ่งถือเป็นด่านหินสำคัญ) ปี 2571 ขออนุมัติโครงการ และ ปี 2572 &#8211; 2576 เริ่มประกวดราคาและดำเนินการก่อสร้าง โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2577</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2728" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911749_0.jpg" alt="" width="800" height="442" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911749_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911749_0-300x166.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911749_0-768x424.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>       ในแง่ของผลกระทบสิ่งแวดล้อม รฟท. เตรียมจัดทำรายงาน IEE (Initial Environmental Examination) โดยกำหนดขอบเขตการศึกษาข้างละ 500 เมตรจากกึ่งกลางราง พร้อมแผนลงพื้นที่ปฐมนิเทศโครงการครั้งแรกในช่วงวันที่ 12-15 มกราคม 2569 เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ 13 อำเภอ ตั้งแต่หาดใหญ่ไปจนถึงชายแดนโก-ลก</h2>
<h2>       &#8220;เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่การเดินรถ แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเศรษฐกิจชายแดน&#8221; เอกสารระบุไว้เช่นนั้น</h2>
<h2>     แม้ตัวเลข EIRR (ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ) ของเส้นทางอื่นจะอยู่ที่ 14-16% แต่ในส่วนของช่วง &#8220;หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก&#8221; เอกสารระบุว่าอยู่ระหว่างการคำนวณอย่างละเอียด เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยด้านความมั่นคงและต้นทุนการก่อสร้างที่สูงกว่าปกติจากการปรับรูปแบบโครงสร้างเป็นสะพานช่วงสั้น</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2729" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911760_0.jpg" alt="" width="800" height="457" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911760_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911760_0-300x171.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911760_0-768x439.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>     ในเอกสารเห็นชัดว่า รฟท. พยายามชูเรื่อง &#8220;การเชื่อมโยงระหว่างประเทศ (มาเลเซีย)&#8221; และ &#8220;พื้นที่เศรษฐกิจชุมชน&#8221; เข้ามา เพื่อให้โครงการนี้ &#8220;สอบผ่าน&#8221; ในสายตาสำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ฯ</h2>
<h2>      โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การวางรางเหล็กเพิ่มอีกหนึ่งเส้น แต่คือการ &#8220;รีเซ็ต&#8221; โครงสร้างพื้นฐานชายแดนใต้ภายใต้งบประมาณมหาศาล ซึ่งมีทั้งมิติของ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม (น้ำท่วม), การยกระดับความมั่นคง (ระบบควบคุม) และ การเดิมพันทางเศรษฐกิจ กับมาเลเซีย</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2730" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911756_0.jpg" alt="" width="800" height="462" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911756_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911756_0-300x173.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10911756_0-768x444.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ &#8220;ความคุ้มค่าทางการเงิน&#8221; และ &#8220;มาตรการความปลอดภัย&#8221; ในการก่อสร้างพื้นที่อ่อนไหว คงต้องติดตามความคืบหน้ากันอีกต่อไป</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมสื่อชายแดนใต้ฯกางงบปี 68 ก่อนถกใหญ่รับวันนักข่าว</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2655</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 05:05:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2655</guid>

					<description><![CDATA[ ชูวาระยกระดับส]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2656" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149905_0.jpg" alt="" width="483" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149905_0.jpg 483w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149905_0-242x300.jpg 242w" sizes="auto, (max-width: 483px) 100vw, 483px" /></h2>
<h2> ชูวาระยกระดับสวัสดิภาพ 10 ข้อ-เยียวยาคนทำงาน</h2>
<h2>            สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ ดีเดย์ 3 มี.ค.นี้ นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ พรุบาโกย &#8220;นาซือเราะ เจะฮะ&#8221; นายกสมาคมฯ เตรียมกางงบประมาณโชว์ความโปร่งใส พบปี 68 มียอดเหลือหมื่นเศษ พร้อมเปิดวาระ &#8220;สวัสดิภาพคนทำงาน&#8221; รับสัปดาห์วันนักข่าว 5 มีนาคม จับตาช่วงเย็น &#8220;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง&#8221; นำทีมมอบขวัญกำลังใจสื่อ-ภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบฯ</h2>
<h2>      เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 มีรายงานความเคลื่อนไหวขององค์กรสื่อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ ได้ทำหนังสือเชิญคณะกรรมการและสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 (ครั้งที่ 1/2569) ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ ร้านอาหารฮาสานะห์ พรุบาโกย อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับสมาคมฯ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2657" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149906_0.jpg" alt="" width="465" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149906_0.jpg 465w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149906_0-233x300.jpg 233w" sizes="auto, (max-width: 465px) 100vw, 465px" /></p>
<h2>      สำหรับการประชุมที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น. มีวาระสำคัญคือการสรุปผลการดำเนินงานตั้งแต่ปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ซึ่งสมาคมฯ มีบทบาทเด่นในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา โดยได้รับการประสานงานจาก นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ (กปพ.) ศอ.บต. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม &#8220;ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง&#8221; และการส่งเสริมศาสนกิจโดยส่งสมาชิก 3 รายไปแสวงบุญอุมเราะฮ์ ซึ่งเดินทางกลับถึงไทยอย่างปลอดภัยก่อนเกิดสถานการณ์สงครามในต่างประเทศเพียง 2 วัน</h2>
<h2>      ในส่วนของสถานะทางการเงิน สมาคมฯ ได้แสดงความโปร่งใสโดยระบุว่า งบประมาณปี 2568 ที่ได้รับรวมทั้งสิ้น 12,000 บาท ได้ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมียอดงบประมาณคงเหลือ 10,985 บาท โดยทิศทางในอนาคตจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือ &#8220;กลุ่มเปราะบาง&#8221; ตามที่มีการร้องเรียนเข้ามาเป็นลำดับความสำคัญแรกๆ</h2>
<h2>     ประเด็นที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ คือการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติม และการทบทวน &#8220;แถลงการณ์ข้อเรียกร้องเพื่อยกระดับสวัสดิภาพและเสรีภาพสื่อมวลชนชายแดนภาคใต้ 10 ข้อ&#8221; ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่สมาชิกจะร่วมกันระดมสมองเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะในวาระสัปดาห์ &#8220;วันนักข่าว&#8221; (5 มีนาคม) ที่จะถึงนี้</h2>
<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2658" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149903.jpg" alt="" width="487" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149903.jpg 487w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/03/S__10149903-244x300.jpg 244w" sizes="auto, (max-width: 487px) 100vw, 487px" /></h2>
<h2>      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสมาคมฯ ในเวลา 16.00 น. จะเริ่มกิจกรรม &#8220;พบปะสื่อมวลชนและภาคีเครือข่าย&#8221; เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนทำงานสื่อ ภาคการเมือง และหน่วยงานรัฐ</h2>
<h2>       โดยในช่วงเวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ จะเดินทางมาเป็นประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นในเวลา 17.50 น. นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ (ศอ.บต.) จะเป็นตัวแทนมอบขวัญกำลังใจให้แก่สื่อมวลชนและเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ เนื่องในสัปดาห์วันนักข่าว</h2>
<h2>     ก่อนจะปิดท้ายด้วยเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมสนทนาหาแนวทางการทำงานร่วมกัน และรับฟังข้อเสนอแนะระหว่างสื่อมวลชนกับภาคีเครือข่าย พร้อมร่วมพิธีละศีลอดและรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในเวลา 18.30 น.</h2>
<h2>     การเคลื่อนไหวของสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนทำงานสื่อในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งในมิติของสวัสดิภาพ การปฏิบัติหน้าที่ และการเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มเปราะบางท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงยืดเยื้อ</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
