<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สารคดี &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<atom:link href="https://www.jsdsouth.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<description>สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 00:54:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/jsd-south-logo.png</url>
	<title>สารคดี &#8211; สำนักข่าว JSD-South</title>
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะแผนลับดับไฟใต้ &#8211; ใช้พรรค PAS เปิดเจรจา “ผู้นำตัวจริง BRN”</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3149</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 00:54:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3149</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดระยะเวลา 22]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3150" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>ตลอดระยะเวลา 22 ปีของไฟใต้ที่ยังคงคุกรุ่น รัฐบาลไทยทุกชุดถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่ากำลัง “ชกลม” กับศัตรูที่ไม่มีตัวตนอยู่หรือไม่?</strong></h2>
<h2>ท่ามกลางกระบวนการสันติภาพที่ซบเซามากว่าทศวรรษ ข้อมูลลับที่ปรากฏออกมาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ความรุนแรงไม่เคยยุติลงได้จริง สาเหตุสำคัญอาจเป็นเพราะรัฐบาลกำลัง <strong>“คุยผิดคน”</strong> อยู่ก็เป็นได้</h2>
<h2>เพราะตัวจริงผู้กุมบังเหียนขบวนการ BRN ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด</h2>
<h2>แหล่งข่าวระดับสูงในแวดวงความมั่นคง เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ BRN มีความแข็งแกร่ง คือการวางโครงสร้างในแบบที่ไม่ใช้ <strong>“ผู้นำเดี่ยว”</strong> แต่เป็นรูปแบบ <strong>“คณะบุคคล”</strong> ที่เรียกว่า <strong>“สภาซูรอ”</strong></h2>
<h2>สภานี้เปรียบเสมือน <strong>“คณะรัฐมนตรีเงา”</strong> ประกอบด้วยผู้นำ 10-15 คน รับผิดชอบ <strong>“6 กระทรวง”</strong> หรือ <strong>“6 สายงาน”</strong> ของ <strong>“รัฐเงา”</strong> ที่แทรกซึม แทรกซ้อนอยู่ในทุกมิติของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกเขาบางส่วนเรียกว่าดินแดน <strong>“ปาตานี”</strong> หรือ <strong>“ปัตตานี”</strong></h2>
<h2>องคาพยพต่างๆ ที่ BRN เข้าแทรกซึม มีตั้งแต่สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงหน่วยงานราชการ</h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3151" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>โดยมี 3 ผู้นำจิตวิญญาณและสายบังคับบัญชาที่แท้จริง ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำอูลามา ควบคุมเครือข่ายครูสอนศาสนากระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เป็นผู้ปลูกฝังอุดมการณ์และควบคุมมวลชน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเรียกว่า <strong>“การบ่มเพาะ”</strong> ให้เกิดการต่อสู้และต่อต้านอำนาจรัฐไทย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมฝ่ายกองกำลัง ซึ่งมีกำลังหลักฝ่ายทหารประมาณ 2,000 คน และแนวร่วมกองหนุนโดยตรง ประมาณ 1,000 คน</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมสายงานบริหาร ซึ่งแปรนโยบายจากสภาองค์กรนำไปสู่ฝ่ายปฏิบัติการ</h2>
<h2>แหล่งข่าวระบุว่า ตลอดมาฝ่ายความมั่นคงของไทยตกอยู่ใน <strong>“วงจรข้อมูลที่จำกัด”</strong> และเปิดโต๊ะพูดคุยเฉพาะกับระดับ <strong>“ผู้ประสานงาน”</strong> ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจสั่งการ หรือตัดสินใจอย่างแท้จริง แม้จะมีตัวแทนจากรัฐบาลมาเลเซียเป็น<strong> “ผู้อำนวยความสะดวก”</strong> แล้วก็ตาม</h2>
<p style="text-align: center;">
<h2><strong>@@ แง้ม “ยุทธศาสตร์ลับ” ชงอดีตที่ปรึกษาประธานอาเซียน</strong></h2>
<h2>จากการตรวจสอบของแหล่งข่าว ยังพบเอกสาร <strong>“ลับที่สุด”</strong> ที่จัดทำขึ้นราวๆ เดือนเมษายน 2568 เป็นข้อเสนอการเจรจาทางลับที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่เป็น <strong>“ที่ปรึกษาประธานอาเซียน”</strong> ของ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียในขณะนั้น เป็นผู้ดำริขึ้น เพื่อหวังจัดการปัญหาชายแดนภาคใต้ให้จบลงในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ขณะนั้นเป็นรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร)</h2>
<h2>เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาไฟใต้รอบปัจจุบันที่ยืดเยื้อมากว่า 22 ปีปะทุรุนแรงขึ้นในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (ช่วงระหว่างปี 2544-2548) จากเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จากนั้นก็มีการสร้างสถานการณ์ในลักษณะการก่อความไม่สงบ หรือ insurgency ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลามากกว่า 22 ปี</h2>
<h2>หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ปัญหาไฟใต้ที่ปะทุขึ้น และประสบกับภาวะยืดเยื้อ มีเหตุปัจจัยหนึ่งจากการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจผิดพลาดของนายทักษิณ ทำให้เขาพยายามมาตลอดที่จะแก้ไขและจบปัญหานี้ให้ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในรัฐบาลของน้องสาว คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2554-2557 มีการเปิดโต๊ะพูดคุยสันติภาพอย่างเปิดเผย เป็นทางการครั้งแรก และมีการพบปะพูดคุยทางลับอีกหลายครั้งภายใต้การอำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซีย แม้แต่การพบปะระหว่างผู้นำกลุ่มขบวนการต่างๆ กับนายทักษิณเองที่ประเทศมาเลเซียก็ยังเคยเกิดขึ้นในช่วงที่เขายังพำนักอยู่ในต่างประเทศ</h2>
<h2>กระทั่งปี 2566 อดีตนายกฯทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย และพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ ประกอบกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม เพื่อนสนิทของเขา ขึ้นเป็นผู้นำมาเลเซีย และเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นโอกาสสำคัญของการจัดการปัญหาไฟใต้ โดยมีรัฐบาลมาเลเซียร่วมมืออย่างแข็งขัน</h2>
<h2>เพราะกุญแจสำคัญของปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย อยู่ที่ <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> ซึ่งมีข้อมูลการข่าวยืนยันว่า พำนักอยู่ที่มาเลเซีย</h2>
<h2>ด้วยเหตุนี้ จึงมีข่าวมาตลอดว่า อดีตนายกฯทักษิณ มอบหมายให้ทีมงานที่ตนไว้วางใจ จัดทำยุทธศาสตร์ <strong>“ดับไฟใต้”</strong> ที่ปิดช่องโหว่ของกระบวนการจัดการปัญหาที่ผ่านๆ มาให้ได้มากที่สุด</h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3153" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดแผน 7 เดือน “เจรจาตัวจริง” ปิดเกมไฟใต้</strong></h2>
<h2>แหล่งข่าวในแวดวงความมั่นคง เผยว่า มีเอกสารที่เชื่อกันว่าเป็น <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> ที่เสนอไปยังอดีตนายกฯทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน</h2>
<h2>อย่างไรก็ดี ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์นี้ถูกเสนอถึงมืออดีตนายกฯทักษิณหรือยัง และหากเสนอถึงมือแล้ว ก็ไม่ชัดว่าอดีตนายกฯเห็นชอบหรือไม่ และได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว</h2>
<h2><strong>“เอกสารลับ”</strong> สรุปยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน ดังนี้</h2>
<h2>เดือนที่ 1-2 สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการสนับสนุนให้แกนนำ BRN ไปประกอบพิธีฮัจญ์ พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับความต้องการอื่นๆ</h2>
<h2>เดือนที่ 3-5 เริ่มการเจรจาทางลับเพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงของสภาองค์กรนำ โดยมีพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซียเป็นตัวกลาง</h2>
<h2>สำหรับ <strong>“พรรค PAS”</strong> คือพรรคการเมืองของมาเลเซียซึ่งมีอิทธิพลสูงในรัฐทางตอนเหนือของประเทศที่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะกลันตัน ตรังกานู เปอร์ลิส และเคดาห์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งพำนักของบรรดาแกนนำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 6 ปิดจ็อบการเจรจา โดยเสนอ <strong>“ทางลง”</strong> หรือ <strong>“ทางออกที่พอยอมรับกันได้”</strong> ให้แก่ผู้นำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 7 สิ้นสุดสถานการณ์ ผู้นำเข้าสู่กระบวนการดูแลและรับรองความปลอดภัยของรัฐบาล</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3154" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดรายชื่อ “สภาองค์กรนำ” พร้อมข้อเสนอ “วางมือ”</strong></h2>
<h2>จะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของ <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> คือการเข้าถึง <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> โดยใช้กลไกของพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซีย ซึ่งรับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี</h2>
<h2>สำหรับรายชื่อแกนนำเป้าหมาย ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; บือราเฮง ปะจูศาลา ผู้นำจิตวิญญาณในสภาซูรอ</h2>
<h2>&#8211; ดูนเลาะ แวมะนอ (เปาะซูลอ) ประธานสภาอูลามา</h2>
<h2>&#8211; เด็ง อะแวจิ (เปาะวอเด็ง) ที่ปรึกษาฝ่ายทหาร</h2>
<h2>&#8211; อิบรอน หรือ อารฟาน บินอับดุลฮามิด เลขาธิการสภาองค์กรนำ</h2>
<h2>เนื้อหาในเอกสารลับยังระบุชัดเจนถึงข้อเสนอเพื่อให้ผู้นำเหล่านี้ยุติบทบาทการต่อสู้ ทั้งการดูเรื่องสวัสดิการระยะยาวทั้งตัวเองและครอบครัว ตลอดจนตำแหน่งทางการเมือง เช่น สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือตำแหน่งในหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เช่น ที่ปรึกษา ศอ.บต. หรือที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภายใต้หลักอิสลาม</h2>
<h2>พร้อมพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม หรือยกเลิกหมายจับ</h2>
<h2>นอกจากการเจรจาระดับบน แผนลับนี้ยังระบุถึงยุทธศาสตร์เชิงรุก 1-2 ปี เพื่อทำลายรากฐาน BRN โดยการจับกุม RKK (หน่วยรบขนาดเล็กที่ผ่านการฝึกแบบจรยุทธ์), สกัดกั้นเครือข่ายผู้หญิง และนักศึกษามุสลิมในต่างประเทศ, ให้ผู้นำจิตวิญญาณที่ยอมรับกระบวนการสันติภาพ ออกมาแก้ต่างว่าการต่อสู้ของบรรดานักรบไม่ใช่ <strong>“ญิฮาด”</strong> พร้อมดำเนินการกับสถาบันการศึกษาในเครือข่ายที่เชื่อว่ามีการบ่มเพาะ</h2>
<h2>แต่การดำเนินการจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และไม่มีปฏิบัติการนอกกฎหมายหรือนอกกระบวนการยุติธรรม</h2>
<h2><strong>@@ เปิดหมด! 4 ยุทธศาสตร์ ยุติเป้าหมายสุดท้าย BRN</strong></h2>
<h2>รายละเอียดแผนระยะกลางและระยะยาว ที่มีกรอบเวลาดำเนินการ 1-2 ปี คือประสานกับการเจรจากับผู้นำ BRN ตัวจริง โดยมีพรรค PAS และสันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย เป็นผู้ประสานงาน</h2>
<h2>ยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการ ประกอบด้วย</h2>
<h2>1.Counter Shadow State</h2>
<h2>&#8211; สกัดกั้นปฏิบัติการใต้ดินของ BRN<br />
&#8211; เปิดช่องทางลงให้ผู้นำ BRN<br />
&#8211; จับกุม RKK ในพื้นที่<br />
&#8211; เปิดเผยบทบาทกลุ่มสนับสนุน BRN และจับกุม<br />
&#8211; สกัดกั้นการดำเนินกิจกรรมของ BRN กับ นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในต่างประเทศ</h2>
<h2>2. CVE Strategy</h2>
<h2>&#8211; ต่อต้านการเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งในกลุ่มเยาวชนอย่างเป็นระบบ<br />
&#8211; ผู้นำจิตวิญญาณ BRN ทำความเข้าใจกับเยาวชนในพื้นที่ว่าการต่อสู้ไม่ใช่ญิฮาด และปัตตานีหรือจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ <strong>“ดินแดนดารุลฮารบี”</strong></h2>
<h2>3. Counter Financing</h2>
<h2>&#8211; ระบุแหล่งเงินทุนของ BRN เช่น ค่าสมาชิก กิจการทางธุรกิจ ทั้งในไทยและมาเลเซีย<br />
&#8211; กีดขวางเส้นทางการสนับสนุนการเงินแก่ BRN เช่น ตรวจบัญชีสถานศึกษาในเครือข่าย, มูลนิธิ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในมาเลเซีย หากพบความผิดปกติต้องปิดบัญชีทั้งหมด โดยดำเนินการร่วมกับมาเลเซีย</h2>
<h2>4. Human Rights Protection</h2>
<h2>&#8211; ปฏิบัติการบนพื้นที่ฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่มีการทรมาน หรือวิสามัญฆาตกรรม ตลอดจนการคุกคามโดยภาครัฐ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากพรรค PAS สันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย และมวลชนในมาเลเซีย</h2>
<h2></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชันโรง หลักหมื่น</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3079</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 01:37:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3079</guid>

					<description><![CDATA[  ช่างเฟอร์นิเจ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3080" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686959707_1300258945618103_3350435841659732743_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><b data-path-to-node="0" data-index-in-node="0">  ช่างเฟอร์นิเจอร์ยะลาเปลี่ยนเศษไม้เป็น &#8220;มัสยิดจำลอง&#8221; อัพราคา ชันโรง หลักหมื่น</b></h2>
<h2 data-path-to-node="1"><b data-path-to-node="1" data-index-in-node="0">       เปิดแนวคิด &#8220;อิสมาเอล เสะนุง&#8221; ช่างฝีมือปัตตานีสู่อำเภอรามัน เนรมิตกล่องเลี้ยงผึ้งจิ๋วทรงมัสยิด ผสานงานไม้-เรซิน ชูอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ยกระดับเกษตรประณีต เก็บน้ำผึ้งปีละครั้งเน้นคุณภาพพรีเมียม พบกล่องรุ่นท็อปราคาพุ่ง 20,000 บาท</b></h2>
<hr data-path-to-node="2" />
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">   </b> ในขณะที่การเลี้ยง &#8220;ชันโรง&#8221; หรือผึ้งจิ๋ว กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่ตำบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา การเลี้ยงชันโรงไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตน้ำหวานเพื่อจำหน่ายเท่านั้น ทว่าได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นงานศิลปะทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ</h2>
<h2 data-path-to-node="4"><b data-path-to-node="4" data-index-in-node="0">จากเศษไม้เหลือทิ้ง สู่ศิลปกรรม &#8220;มัสยิดจำลอง&#8221;</b></h2>
<h2 data-path-to-node="5"><b data-path-to-node="5" data-index-in-node="0">นายอิสมาเอล เสะนุง</b> ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ผู้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง เจ้าของแบรนด์ <b data-path-to-node="5" data-index-in-node="89">&#8220;ArttikBees ชันโรงคราฟท์&#8221;</b> เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราถึงที่มาของไอเดียสุดสร้างสรรค์นี้ว่า ด้วยพื้นฐานอาชีพช่างไม้ที่เน้นความละเอียดประณีต เมื่อหันมาเลี้ยงชันโรงจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างความแตกต่าง โดยนำทักษะเชิงช่างมาประยุกต์เข้ากับความเชื่อและอัตลักษณ์ในพื้นที่</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3081" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686916482_1300257852284879_6096165902903583913_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p data-path-to-node="6,0"><i data-path-to-node="6,0" data-index-in-node="0">&#8220;ผมไม่อยากทำกล่องไม้สี่เหลี่ยมธรรมดาเหมือนคนอื่น ในเมื่อเรามีต้นทุนเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว จึงนำเศษไม้หายากที่มีมูลค่าเหลือจากการทำงานหลัก มาผสมผสานกับเทคนิคไม้เรซิน ออกแบบเป็นกล่องเลี้ยงชันโรงรูปทรงมัสยิดย่อส่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งแล้ว ยังเป็นงานตกแต่งบ้านที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวมุสลิมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&#8221;</i> นายอิสมาเอล กล่าว</p>
<h2 data-path-to-node="7"><b data-path-to-node="7" data-index-in-node="0"> กล่องละ 2 หมื่นบาท</b></h2>
<h2 data-path-to-node="8">จากการสำรวจพบว่า กล่องเลี้ยงชันโรงทั่วไปในท้องตลาดมีราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท แต่ชิ้นงานของนายอิสมาเอลกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการขยับราคาขึ้นไปสูงถึง <b data-path-to-node="8" data-index-in-node="153">20,000 บาท</b> สำหรับรุ่นท็อปที่เป็นรูปทรงมัสยิดประณีตศิลป์ ส่วนกล่องลวดลายทั่วไปที่ผ่านการดีไซน์เริ่มต้นที่ 2,000 บาท</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3082" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/687033731_1300258238951507_3441140264643211792_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="9"><b data-path-to-node="9" data-index-in-node="0">รายละเอียดผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการ:</b></h2>
<ul data-path-to-node="10">
<li>
<h2 data-path-to-node="10,0,0"><b data-path-to-node="10,0,0" data-index-in-node="0">วัสดุ:</b> เศษไม้เนื้อแข็งหายาก ผสมผสานเรซินสีสันสวยงาม</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="10,1,0"><b data-path-to-node="10,1,0" data-index-in-node="0">สายพันธุ์ที่เลี้ยง:</b> โทราซิก้า, อิตาม่า, ปากแตร และบาคารี่</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="10,2,0"><b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="0">พื้นที่ดำเนินการ:</b> 2 ไร่ ใน ต.บาโงย อ.รามัน รองรับได้กว่า 100 ลัง</h2>
</li>
</ul>
<hr data-path-to-node="11" />
<h2 data-path-to-node="12"><b data-path-to-node="12" data-index-in-node="0">กลยุทธ์ &#8220;365 วัน&#8221; เน้นคุณภาพเหนือปริมาณ</b></h2>
<h2 data-path-to-node="13">นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์กล่องที่มีมูลค่าสูงแล้ว กระบวนการผลิตน้ำผึ้งของ &#8220;ArttikBees&#8221; ยังใช้กลยุทธ์สร้างความต่างด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง <b data-path-to-node="13" data-index-in-node="139">&#8220;ปีละครั้ง&#8221;</b> เท่านั้น</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3083" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/686939209_1300258242284840_64072946570439570_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="14">นายอิสมาเอล อธิบายว่า การทิ้งระยะเวลาให้ครบ 365 วัน เพื่อต้องการให้น้ำผึ้งมีความเข้มข้นสูงสุดและสะสมสารอาหารจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนที่สุด ถือเป็นน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ให้ความสนใจอย่างมาก</h2>
<h2 data-path-to-node="15"><b data-path-to-node="15" data-index-in-node="0">โมเดลเกษตรสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน</b></h2>
<h2>ปัจจุบัน พื้นที่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มผลิตน้ำผึ้ง แต่ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจเกษตรประณีต นายอิสมาเอลยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทั้ง <b data-path-to-node="16" data-index-in-node="189">Facebook: Ismaail Senung</b> และ <b data-path-to-node="16" data-index-in-node="218">TikTok: ArttikBees</b> ในการสื่อสารงานศิลปะคู่ไปกับการเกษตร</h2>
<h2>นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ <b data-path-to-node="17" data-index-in-node="36">Soft Power</b> และทักษะฝีมือแรงงานท้องถิ่น มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างน่าสนใจ</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แก๊งยิง สส.ชายแดนใต้ เรื่องใหญ่กว่าที่คิด!</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2998</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 03:25:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2998</guid>

					<description><![CDATA[    แม้ผู้ต้องห]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2999" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/casenaramp05040.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/casenaramp05040.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/casenaramp05040-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/casenaramp05040-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>    แม้ผู้ต้องหาที่ร่วมทีมยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นอดีตทหารนอกราชการ</strong></h2>
<h2>แต่ความเกี่ยวพันแยกกันไม่ออก เพราะใช้รถของทางราชการที่ยังไม่ถูกจำหน่ายออก</h2>
<h2>เรื่องนี้สะเทือนภาพลักษณ์ กอ.รมน. เพราะเป็นรถในราชการของ กอ.รมน.</h2>
<h2>โดยเฉพาะความหละหลวมในการควบคุมรถ เพราะรถถูกยืมไปใช้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์</h2>
<h2>สะท้อนปัญหาใน กอ.รมน. แหล่งรวมกำลังพลแบบใด?</h2>
<h2>เพราะทหารใน กอ.รมน.ให้เพื่อนอดีตทหารยืมรถ และถูกนำรถไปยิง สส. เกิดคำถามว่าเขาไม่รู้เลยหรือว่าเพื่อนรับงานอะไรอยู่</h2>
<h2>เครือข่ายทหารสีเดียวกัน ทั้งในและนอกราชการ ทำภารกิจทั้งในและนอกกฎหมายอยู่หรือไม่?</h2>
<h2>เพราะอดีตทหารที่ก่อเหตุเป็นอดีต นย. ทหารเรือ, ลูกน้องที่นำรถไปส่งอู่เพื่อชำแหละ ก็เป็นอดีตทหารเรือ, ทหารใน กอ.รมน.ที่ให้ยืมรถ เป็นทหารเรือด้วยหรือไม่?</h2>
<h2>แต่ <strong>“บิ๊ก กอ.รมน.จังหวัด”</strong> เป็นทหารเรือยศสูงแน่นอน ขณะนี้มีข่าวโดนสอบ</h2>
<h2>คนกลุ่มนี้รู้จักกัน และรู้จักอู่รถที่รับงานผิดกฎหมาย</h2>
<h2>อาวุธปืนมาจากไหน ทำไมมีอาวุธสงคราม<strong> “ไม่มีประวัติ”</strong> ถึงถูกนำมาใช้ก่อเหตุลักษณะนี้ รวมทั้งเครื่องกระสุน ทั้งๆ ที่ชายแดนใต้มีทหาร ตำรวจ และ อส.เต็มไปหมด หลายหมื่นนาย</h2>
<h2><strong>“ทฤษฎีปืนโจร &#8211; ปืนเวียน &#8211; ปืนไร้ที่มา”</strong> ดังก้องเต็มสองหูผู้คนในสามจังหวัดชายแดน</h2>
<h2>สมมติเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่เหตุการณ์หนึ่ง กลุ่มโจรก่อเหตุแล้วชิงปืนเจ้าหน้าที่ไป แต่ชิงไปไม่หมด เหลืออยู่ 1 กระบอก หากมีเจ้าหน้าที่หัวใส แต่จิตใจไม่สะอาด เก็บปืนนั้นไว้ แล้วแทงบัญชีว่าถูกโจรใต้ชิงเอาไป ปืนนั้นจะกลายเป็น <strong>“ปืนโจร”</strong></h2>
<h2>เมื่อปืนถูกนำไปยิงใคร ยิงนักการเมือง ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือไปรับจ้างยิง รับงานจากคู่ขัดแย้งต่างๆ เหยื่อที่ตายก็จะถูกระบุว่าเป็น <strong>“ฝีมือโจรใต้”</strong> เป็นคดีความมั่นคง รับเงินเยียวยาจากรัฐ แถมสาเหตุการถูกสังหารก็จะเป็นความลับดำมืด</h2>
<h2>นี่คือต้นตอของเสียงเรียกร้องให้ <strong>“ขึ้นทะเบียนปืนและยุทโธปกรณ์ทั้งหมด”</strong> ที่ใช้ในชายแดนใต้ ไม่ใช่เฉพาะ <strong>“ปืนโจร”</strong> แต่ต้องรวมถึงปืนเจ้าหน้าที่เองด้วย</h2>
<h2>ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่ต้องป้องกันพวกหัวใจ จิตใจไม่สะอาด สร้างตำนาน <strong>“ปืนโจร”</strong> ซึ่งมีอยู่จริง</h2>
<h2>เหตุการณ์แบบนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ถ้าไม่รื้อโครงสร้างทั้ง กอ.รมน. กฎหมายพิเศษ การขึ้นทะเบียนอาวุธปืน และเคลียร์ข้อข้องใจอื่นๆ จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเพื่อดับไฟใต้ได้เลย</h2>
<h2>1.คนชายแดนใต้จะตั้งคำถามตลอดว่า เหตุร้ายแต่ละเหตุ ใครก่อกันแน่ เจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์เองหรือไม่</h2>
<h2>2.กระบวนการตรวจพิสูจน์หลักฐานจะสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้เลยว่า ผลที่ออกมาปราศจากข้อสงสัยจริงๆ</h2>
<h2>3.กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน/ต่อต้านรัฐ จะนำไปขยายผลไม่จบ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่เชื่อใจรัฐ</h2>
<h2>4.งบประมาณที่ละลายไปแล้วกว่า 5.1 แสนล้าน จะถูกตั้งคำถามไม่เลิกว่า คุ้มค่าจริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วคือการสร้างสถานการณ์เพื่อเอางบกันแน่</h2>
<h2>5.กอ.รมน.และกฎหมายพิเศษทุกฉบับ จะถูกตั้งคำถามว่า ควรมีและใช้ต่อไปหรือไม่ เพราะนอกจากจะไม่สามารถสกัดกั้นเหตุร้ายจากกลุ่มโจรใต้ (หน่วยในพื้นที่ยอมรับเอง) ยังมีภัยแทรกซ้อนจากพวกเดียวกันเองท่ามกลางกฎหมายพิเศษอีกด้วย!</h2>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;IO vs IO&#8221;สงครามข่าวสาร นิรนามกลางไฟใต้ เมื่อ &#8220;ความจริง&#8221; ถูกทำให้เป็น อาวุธ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2974</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 06:54:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2974</guid>

					<description><![CDATA[       ท่ามกลาง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2976" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/27cbd77f-d10f-4fcd-a515-0d3d2cf9821c.jpg" alt="" width="800" height="437" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/27cbd77f-d10f-4fcd-a515-0d3d2cf9821c.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/27cbd77f-d10f-4fcd-a515-0d3d2cf9821c-300x164.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/27cbd77f-d10f-4fcd-a515-0d3d2cf9821c-768x420.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>       ท่ามกลางเสียงปืนและระเบิดที่ยังคงดังเป็นระยะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกหนึ่งสมรภูมิที่ทวีความรุนแรงไม่แพ้กันคือ &#8220;พื้นที่เสมือน&#8221; บนโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันได้วิวัฒนาการไปไกลกว่าการโฆษณาชวนเชื่อแบบเดิม สู่สภาวะที่เรียกกันว่า &#8220;ไอโอซ้อนไอโอ&#8221; </strong><strong> </strong></h2>
<h2><strong>      จากการตรวจสอบ พบว่าปฏิบัติการข่าวสารในพื้นที่ไม่ได้เป็นการต่อสู้ระหว่าง &#8220;รัฐ&#8221; กับ &#8220;กลุ่มผู้เห็นต่าง&#8221; แบบเส้นตรงอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างเครือข่ายบัญชีอวตารและเพจเฟซบุ๊กนิรนามที่สวมรอยเป็นทั้งฝ่ายหนุนรัฐ ฝ่ายคัดค้าน และที่น่ากังวลที่สุดคือฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็น &#8220;คนกลาง&#8221; เพื่อปั่นกระแสและทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นระบบ</strong></h2>
<h2><strong>    ยุทธวิธี &#8220;ไอโอสองหน้า&#8221;  ใครเป็นใครในโลกเสมือน</strong><strong>?</strong><strong> คือ ปรากฏการณ์ &#8220;ไอโอซ้อนไอโอ&#8221; มีลักษณะเด่นที่น่าสนใจ 3 ประการที่กำลังกัดเซาะความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่</strong></h2>
<h2><strong>      มีการสร้างเพจที่ดูเหมือนเป็นเพจสิทธิมนุษยชน หรือเพจรายงานสถานการณ์ท้องถิ่นเพื่อดึงดูดผู้ติดตามกลุ่มเป้าหมาย ก่อนจะค่อยๆ สอดแทรกเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง หรือบิดเบือนข้อมูลเพื่อโยนความผิดให้ฝ่ายตรงข้ามทันทีเมื่อเกิดเหตุรุนแรง</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2979" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/402930.jpg" alt="" width="569" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/402930.jpg 569w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/402930-285x300.jpg 285w" sizes="auto, (max-width: 569px) 100vw, 569px" /></p>
<h2><strong>      ปฏิบัติการ &#8220;ทัวร์ลง&#8221; ปิดปาก เมื่อมีบุคคลสาธารณะ นักวิชาการ หรือนักข่าว นำเสนอข้อมูลที่ขัดต่อแนวทางของไอโอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะมีการระดมบัญชีหลุมเข้าโจมตี ขุดคุ้ยประวัติส่วนตัว หรือสร้างวาทกรรม &#8220;ขายชาติ&#8221; หรือ &#8220;สมุนเผด็จการ&#8221; เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือและกดดันให้หยุดการนำเสนอ</strong></h2>
<h2><strong>       กลยุทธ์ &#8220;ลอกคราบ&#8221; ดิสเครดิต ที่ไอโอฝ่ายหนึ่งพยายาม &#8220;แฉ&#8221; ว่าเพจคู่แข่งเป็นไอโอของอีกฝั่ง โดยใช้หลักฐานที่ผสมปนเปกันทั้งเรื่องจริงและเรื่องเท็จ เป้าหมายคือสร้างภาวะความสับสน จนประชาชนไม่กล้าเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใดเลย แม้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีข้อเท็จจริงก็ตาม</strong></h2>
<h2><strong>      ประเด็นที่น่าจับตาคือ &#8220;งบประมาณ&#8221; ที่ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการเหล่านี้ ในขณะที่ภาคประชาสังคมพยายามเรียกร้องความโปร่งใสเรื่องงบประมาณลับของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในการทำไอโอ แต่อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายผู้เห็นต่างและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองก็มีเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำปฏิบัติการข่าวสารเชิงอุดมการณ์ที่รุนแรงไม่แพ้กัน</strong></h2>
<h2><strong>        &#8220;เมื่อเกิดเหตุวิสามัญฆาตกรรมหรือการลอบทำร้าย ข้อมูลจากทั้งสองฝั่งจะถูกผลิตออกมาในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงภายในไม่กี่นาที&#8221; </strong></h2>
<h2><strong>     สงครามนี้ไม่ได้สู้กันเพียงเพื่อชัยชนะของข้อมูล แต่กำลังลาก &#8220;คนในพื้นที่&#8221; ให้เลือกข้างและสร้างความเกลียดชังกันเองผ่านช่องทางคอมเมนต์ ส่งผลให้กระบวนการสันติภาพบนโต๊ะเจรจาถูกบั่นทอนด้วยกระแสกดดันจากโซเชียลที่ถูกปั่นขึ้นมาอย่างจงใจ</strong><strong>   </strong></h2>
<h2><strong>       ตราบใดที่มาตรการทางกฎหมายยังไม่สามารถจัดการกับบัญชีอวตารได้ และประชาชนยังขาดภูมิคุ้มกันในการแยกแยะข่าวปลอม สงคราม &#8220;ไอโอซ้อนไอโอ&#8221; จะยังคงเป็นเชื้อไฟที่หล่อเลี้ยงความรุนแรงในชีวิตจริงต่อไป สงครามนี้ไม่มีวันจบตราบเท่าที่ &#8220;ความจริง&#8221; ยังคงเป็นรอง &#8220;อารมณ์&#8221;</strong></h2>
<h2><strong>      นี่คือโจทย์ใหญ่ของทั้งรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง ว่าจะเลือกใช้ &#8220;ความจริงใจ&#8221; และ &#8220;ความโปร่งใส&#8221; เป็นอาวุธในการสยบไอโอ หรือจะยอมกระโดดลงไปเล่นในปลักของสงครามน้ำเน่านี้ ซึ่งมีแต่จะทำให้ต้นทุนความเชื่อมั่นของรัฐพังทลายลงไปทุกวัน</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2975" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__13131787.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__13131787.jpg 600w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__13131787-300x300.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/S__13131787-150x150.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></strong></h2>
<h2><strong>     คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ในยุคที่ </strong><strong>AI </strong><strong>เริ่มเข้ามามีบทบาท ปฏิบัติการ &#8220;ไอโอซ้อนไอโอ&#8221; ในชายแดนใต้จะยกระดับไปสู่อันตรายในรูปแบบใด และใครจะเป็นผู้กู้คืนพื้นที่แห่งความจริงกลับคืนมาให้คนในพื้นที่อย่างแท้จริง</strong></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>22 ปีไฟใต้ ย้าย 3 แม่ทัพ ยุคปล้นปืน-ตากใบ-ตันหยงลิมอ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2918</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 02:34:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2918</guid>

					<description><![CDATA[   ตั้งแต่ไฟใต้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2919" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/threegensouth16040.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/threegensouth16040.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/threegensouth16040-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/04/threegensouth16040-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>   ตั้งแต่ไฟใต้ปะทุหลังเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 นับถึงวันนี้ รวมระยะเวลากว่า 22 ปีแล้ว</strong></h2>
<h2>ปัญหาชายแดนใต้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและรับผิดชอบของ <strong>“แม่ทัพภาคที่ 4”</strong> เพราะเป็นปัญหาความมั่นคง เป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก และยังมีสถานะเป็น ผอ.รมน.ภาค 4 ในหมวกของ กอ.รมน. ที่มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยหลักรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้แบบบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเข้าด้วยกัน</h2>
<h2>ตลอดระยะเวลา 22 ปี นับจาก 4 มกราคม 2547 ภาคใต้มีแม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้ว 17 คน</h2>
<h2>มีแม่ทัพที่ถูกย้ายด้วยเหตุผลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ไฟใต้ 3 คน คือ</h2>
<h2>หนึ่ง พลโท พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ เป็นแม่ทัพตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546</h2>
<h2>โดยในช่วงที่เป็นแม่ทัพ มีเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนถูกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547</h2>
<h2>หลังถูกย้าย ก็มีการส่ง พลโท พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ไปรักษาการแทน และรับไม้ต่อ เป็นแม่ทัพเต็มตัว ในวันที่ 1 เมษายน 2547</h2>
<h2>สอง พลโท พิศาล ซึ่งมาดำรงตำแหน่งแทน พลโทพงษ์ศักดิ์ อยู่ในตำแหน่งได้ถึงแค่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 โดยในช่วงที่อยู่ตำแหน่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 2 เหตุการณ์ คือ</h2>
<h2>เหตุการณ์กรือเซะ มีผู้เสียชีวิต 108 ราย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547<br />
เหตุการณ์สลายม็อบตากใบ มีผู้เสียชีวิต 85 ราย วันที่ 25 ตุลาคม 2547</h2>
<h2>จากเหตุการณ์ตากใบ ทำให้ พลโท พิศาล ถูกย้ายไปช่วยราชการที่กองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 โดยมี พลตรี ขวัญชาติ กล้าหาญ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น มารักษาการแทน และรับไม้ต่อ เป็นแม่ทัพเต็มตัว เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2548</h2>
<h2>สาม พลโท ขวัญชาติ ซึ่งมารับตำแหน่งแทน พลโท พิศาล ก็อยู่ในตำแหน่งได้แค่วันที่ 10 ธันวาคม 2548</h2>
<h2>โดย พลโท ขวัญชาติ ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จากกรณีเหตุการณ์สังหาร 2 นาวิกโยธิน ที่ ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 และยังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอีกหลายเหตุการณ์ เช่น เหตุคนร้ายถล่มที่ว่าการอำเภอและโรงพักบันนังสตา, สังหารหมู่ 9 ศพยกครัว ที่บ้านกะทอง ตำบลบองอ อำเภอระแงะ</h2>
<h2>นับจากนั้นก็ไม่มีแม่ทัพคนไหนโดนย้ายอีก และไม่มีกระแสเรียกร้องจากคนในพื้นที่ให้ย้ายอย่างเซ็งแซ่ กระทั่งถึงรายของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพคนล่าสุดนี้เอง</h2>
<h2>อย่างไรก็ดี ถัดจาก พลโท ขวัญชาติ นายทหารที่มารับตำแหน่งแม่ทัพแทน คือ พลโท องค์กร ทองประสม รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขยับขึ้นมาเป็นแม่ทัพ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2548 ถึง 30 กันยายน 2549</h2>
<h2>นอกจากนั้นยังมีแม่ทัพภาคที่ 4 ที่อยู่ในตำแหน่งไม่นาน และถูกมองว่าโดนโยกย้ายนอกฤดู ได้แก่</h2>
<h2>&#8211; พลโท สกล ชื่นตระกูล อยู่ในตำแหน่งได้ 1 ปี แต่เป็นการดำรงตำแหน่งช่วงการแต่งตั้งกลางปี ชนถึงกลางปีถัดมา คือ 1 เมษายน 2556 ถึง 31 มีนาคม 2557</h2>
<h2>&#8211; พลโท วลิต โรจนภักดี อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 ถึง 30 กันยายน 2557 นับเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ที่อยู่ในตำแหน่งในระยะเวลาสั้นที่สุดในยุคหลัง</h2>
<h2>จากนั้นก็มี พลโท ปราการ ชลยุทธ และ พลโท วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ ที่มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ตามลำดับคนละ 1 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559</h2>
<h2>หลังจากนั้นตามลำดับตั้งแต่ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช, พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ พลโท ศานติ ศกุนตนาค ทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คนละ 2 ปีตามนโยบาย</h2>
<h2>จนมาถึง พลโท ไพศาล หนูสังข์ ได้อยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แค่ปีเดียวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 และมี พลโท นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 ข้ามห้วยมารับไม้ต่อในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 กระทั่งถึงปัจจุบัน</h2>
<h2>(หมายเหตุ : ยศของแม่ทัพทั้งหมด เป็นยศขณะดำรงตำแหน่ง ไม่ใช่ยศสุดท้ายของการรับราชการ)</h2>
<h2><strong>@@ เปลี่ยนตัวโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ไม่เกี่ยวแม่ทัพปิดไมค์</strong></h2>
<h2>ส่วนข่าวการเปลี่ยนตัว โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จาก พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง เป็น พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 จนมี สส.พรรคประชาชนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการย้ายเพราะสื่อสารล้มเหลว กรณีแม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าว รวมไปถึงการให้ข่าวในคดียิง สส.กมลศักดิ์ หรือไม่นั้น</h2>
<h2><strong>“ทีมข่าวอิศรา”</strong> ตรวจสอบแล้ว พบว่า การเปลี่ยนตัวโฆษก ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิง สส. หรือ การแถลงข่าวของแม่ทัพ เนื่องจาก พันเอก ยุทธนาม ได้ขยับขึ้นเป็น <strong>“พลตรี”</strong> ในตำแหน่งเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ในการโยกย้ายกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงไปรับตำแหน่งใหม่ และมีคำสั่งเปลี่ยนตัวโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็น พลตรี ชาคริต ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน</h2>
<h2><strong>@@ รู้จัก “รองคิ้ว” รับ 3 ตำแหน่ง &#8211; 3 ภารกิจ</strong></h2>
<h2>สำหรับ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน หรือที่รู้จักกันในนาม <strong>“รองคิ้ว”</strong> ถือเป็นนายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชนและสันติภาพในพื้นที่ โดยปัจจุบัน พลตรี ชาคริต แบกภารกิจสำคัญถึง 3 ตำแหน่งหลัก คือ</h2>
<h2>&#8211; รองแม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลงานยุทธศาสตร์ภาพรวม<br />
&#8211; ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี ขับเคลื่อนการพูดคุยและสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อสันติสุข<br />
&#8211; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตำแหน่งล่าสุด ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงหลักในการแถลงข้อเท็จจริง</h2>
<h2>คำสั่งแต่งตั้งโฆษกคนใหม่นี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามของกองทัพในการใช้ <strong>“นายทหารสายพิราบ”</strong> ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาและงานสันติวิธี เข้ามาทำหน้าที่ชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับภาคประชาสังคมในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมีความละเอียดอ่อนสูง</h2>
<h2>กรณีนี้จึงไม่ใช่การ <strong>“เด้ง”</strong> เพราะพิษข่าวคดียิง สส. แต่เป็นการปรับทัพตามกลไกปกติของกองทัพ เพื่อรองรับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่งหน้าที่ใหม่ของนายทหารแต่ละนาย</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กำแพงหมื่นล้าน” เตรียมปิดตาย พรมแดนธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2607</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2026 11:56:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2607</guid>

					<description><![CDATA[มาเลเซียขีดเส้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0">
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2608" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838626_0.jpg" alt="" width="700" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838626_0.jpg 700w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838626_0-300x257.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<hr data-path-to-node="1" />
<h2 data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">มาเลเซียขีดเส้นตาย &#8216;โก-ลก&#8217; สิ้น ตำนานเรือข้ามฟากศตวรรษ </b></h2>
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">     โครงการเมกะโปรเจกต์ความมั่นคงรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ ทุ่มงบหมื่นล้านผุดกำแพงยักษ์-คันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำโก-ลก ปักป้ายเตือนโทษหนักปรับ 8 หมื่น-คุก 5 ปี สั่งตายท่าเรือธรรมชาติ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงไทยขานรับเชื่อลดเหตุรุนแรง แต่ชาวบ้านโอดสั่นคลอนเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจรากหญ้า ทางรอดดับไฟใต้ หรือชนวนเหตุความเหลื่อมล้ำใหม่?&#8221; </b></h2>
<hr data-path-to-node="4" />
<h2 style="text-align: center;" data-path-to-node="5"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2610" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838625_0.jpg" alt="" width="778" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838625_0.jpg 778w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838625_0-300x231.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838625_0-768x592.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 778px) 100vw, 778px" /></h2>
<h2 data-path-to-node="5"><b data-path-to-node="5" data-index-in-node="0">จาก &#8220;เส้นเลือดใหญ่&#8221; สู่ &#8220;กำแพงคอนกรีต&#8221;</b></h2>
<h2 data-path-to-node="6">     ภาพเรือข้ามฟากลำน้อยที่แล่นว่อนรับส่งผู้คนและสินค้าเกษตรระหว่าง อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันทางเครือญาติและการค้าชายแดนที่แนบแน่นมานานนับศตวรรษ กำลังกลายเป็นเพียง &#8220;ภาพจำในอดีต&#8221;</h2>
<h2 data-path-to-node="7">      จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ฝั่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ตลอดแนวลำน้ำมีการวางแนวลวดหนามหีบเพลงอย่างแน่นหนา พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยระดับสูง ทั้งกล้อง CCTV เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และการบินลาดตระเวนด้วยโดรนที่ถี่ขึ้นอย่างผิดหูผิดตา</h2>
<h2 data-path-to-node="8">    สิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่มากที่สุด คือการปรากฏขึ้นของ <b data-path-to-node="8" data-index-in-node="72">&#8220;ป้ายเตือนสีแดง&#8221;</b> ขนาดใหญ่ 3 ภาษา (มาเลย์-อังกฤษ-ไทย) ที่ระบุบทลงโทษเฉียบขาดตามกฎหมายคนเข้าเมืองของมาเลเซีย โดยระบุว่า</h2>
<p data-path-to-node="9,0"><b data-path-to-node="9,0" data-index-in-node="0">&#8220;บุคคลใดก็ตามที่เข้า-ออกผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 ริงกิต (ประมาณ 7-8 หมื่นบาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ&#8221;</b></p>
<h2 data-path-to-node="10">   &#8220;ตอนนี้ใครข้ามผ่านช่องทางธรรมชาติถูกจับดำเนินคดีทันที เจ้าหน้าที่เขากำชับมาว่าเอาจริงไม่มีผ่อนปรน&#8221; ชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่    สะท้อนความกังวลกับทีมข่าว</h2>
<h2 data-path-to-node="10">  &#8220;บรรยากาศริมน้ำที่เคยคึกคักดูเงียบเหงาลงมาก อนาคตถ้ากำแพงเสร็จ คงทำมาหากินกันไม่ได้เลย&#8221;</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2611" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838624_0-1.jpg" alt="" width="468" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838624_0-1.jpg 468w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838624_0-1-234x300.jpg 234w" sizes="auto, (max-width: 468px) 100vw, 468px" /></p>
<h2 data-path-to-node="12">     เบื้องหลังความเข้มงวดนี้ คือโครงการความมั่นคงระดับเมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลมาเลเซียอนุมัติงบประมาณอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยวางเงินลงทุนสูงถึง <b data-path-to-node="12" data-index-in-node="168">1,500 ล้านริงกิต (ประมาณ 11,700 ล้านบาท)</b> เพื่อสร้างกำแพงความมั่นคงและคันกั้นน้ำ ซึ่งถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนด้านชายแดนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย</h2>
<h2 data-path-to-node="13"><b data-path-to-node="13" data-index-in-node="0">   โครงการระยะแรก </b><b data-path-to-node="14,0,0" data-index-in-node="0">ระยะทาง</b> 45 กิโลเมตร ตั้งแต่เขตตุมปัต ยาวไปจนถึง &#8220;ตันเมาะเราะห์&#8221; ขนานไปกับแม่น้ำโก-ลก (ครอบคลุมพื้นที่ตรงข้าม อ.ตากใบ, อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง)</h2>
<h2 data-path-to-node="14,2,0"><b data-path-to-node="14,2,0" data-index-in-node="0">    แผนในอนาคต</b> ขยายโครงการไปยังรัฐปะลิส เกดะห์ และเประ รวมระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร</h2>
<h2 data-path-to-node="14,3,0"><b data-path-to-node="14,3,0" data-index-in-node="0">     ปัจจุบัน</b>อยู่ระหว่างการประกวดราคาและจัดทำสัญญา คาดว่าจะเริ่ม &#8220;ลงเสาเข็ม&#8221; ก่อสร้างเต็มรูปแบบภายในปี 2569</h2>
<h2 data-path-to-node="16">      ผลกระทบจากโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสัญจร แต่กำลังสั่นคลอนโครงสร้างเศรษฐกิจระดับฐานราก</h2>
<h2 data-path-to-node="16">     นักธุรกิจส่งออกรายย่อยให้ข้อมูลว่า การปิดช่องทางธรรมชาติจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าวสาร แพะ วัว และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ หากต้องเปลี่ยนไปใช้ด่านพรมแดนปกติ จะมีภาระค่าขนส่งและระยะทางที่เพิ่มขึ้นมหาศาล</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2612" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838623_0.jpg" alt="" width="756" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838623_0.jpg 756w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9838623_0-300x238.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 756px) 100vw, 756px" /></p>
<h2 data-path-to-node="17">&#8220;ทุกบ้านตั้งแต่ตากใบถึงแว้งทำธุรกิจส่งของเข้าออกหมด ทุกคนอยู่ได้รุ่นต่อรุ่นเพราะอาชีพนี้ แต่วันนี้เมื่อมาเลเซียเลือกปิดตายทางน้ำ มองไม่ออกเลยว่าคนในพื้นที่ที่ผูกพันกันมาจะไปต่อกันอย่างไร&#8221; แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุ</h2>
<h2 data-path-to-node="19">    ในมุมของหน่วยงานความมั่นคงไทยอย่าง <b data-path-to-node="19" data-index-in-node="35">กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.)</b> กลับมองว่าโครงการนี้จะเป็นผลดีในระยะยาว โดยเฉพาะการลดภาระในการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มักใช้แม่น้ำโก-ลกเป็นเส้นทางหลบหนีและกบดาน รวมถึงการสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดน</h2>
<h2 data-path-to-node="20">    นายทหารระดับสูงจาก กอ.รมน. ภาค 4 สน. เปิดเผยกับทีมข่าวว่า &#8220;ในส่วนของฝั่งไทย เราเคยเสนอโครงการสร้างรั้วความมั่นคงไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาถูกคณะกรรมาธิการในสภาฯ โดยเฉพาะ ส.ส. ในพื้นที่คัดค้าน เพราะเกรงว่าจะกระทบวิถีชีวิตและสายสัมพันธ์เครือญาติ ทำให้งบประมาณส่วนนั้นถูกตัดไป&#8221;</h2>
<h2 data-path-to-node="21">      อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอโครงการในรอบใหม่เพื่อให้สอดรับกับมาตรการเข้มงวดของมาเลเซีย โดยต้องรอความชัดเจนเชิงนโยบายจากรัฐบาลอีกครั้ง</h2>
<hr data-path-to-node="22" />
<h2 data-path-to-node="23">     เมื่อกำแพงคอนกรีตยักษ์สร้างเสร็จสมบูรณ์ คำถามสำคัญที่ทอดไมล์ไปตามลำน้ำโก-ลก คือ &#8220;กำแพง&#8221; นี้จะทำหน้าที่เพียงกั้นสิ่งผิดกฎหมายตามที่รัฐวาดหวัง หรือจะกลายเป็น &#8220;สิ่งแปลกปลอม&#8221; ที่เข้ามาตัดขาดสายสัมพันธ์และลมหายใจทางเศรษฐกิจของคนสองฝั่งน้ำที่ผูกพันกันมานับร้อยปีให้สิ้นสลายลงไปพร้อมกับอิฐก้อนแรกที่วางลง</h2>
<h2 data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">  คำถามที่ฝ่ายนโยบายของไทยต้องเร่งหาคำตอบไม่ใช่แค่ &#8220;จะสร้างรั้วตามเขาไหม?&#8221; </b></h2>
<h2 data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">   แต่คือ &#8220;จะเยียวยาเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจชายแดนที่กำลังจะตีบตันนี้อย่างไร?&#8221; </b></h2>
<h2 data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">    เพราะหากกำแพงคอนกรีตสร้างเสร็จ แต่ &#8220;ความยากจน&#8221; และ &#8220;ความเหลื่อมล้ำ&#8221; ยังถูกกักขังอยู่ภายใน&#8230; กำแพง ที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็อาจไม่อาจกั้นขวางปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ปลายด้ามขวานได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างที่ตั้งเป้าไว้ </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสียงจากชายแดนใต้! สมาคมสื่อฯ สรุป ‘109 ข้อเรียกร้อง’</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2559</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 13:27:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2559</guid>

					<description><![CDATA[    วอนรัฐเลิกแ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2562" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__4915219_0.jpg" alt="" width="800" height="456" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__4915219_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__4915219_0-300x171.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__4915219_0-768x438.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>    วอนรัฐเลิกแช่แข็งคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียง</h2>
<h2>     ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ อีกหนึ่งสงครามที่เงียบเชียบแต่กัดกินชีวิตคนในพื้นที่อย่างรุนแรงคือ “สงครามความยากจนและสวัสดิการที่เอื้อไม่ถึง” ล่าสุด สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปิดเผยรายงานสรุปผลการลงพื้นที่ต่อเนื่อง 4 เดือน ตุลาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 พบช่องว่างขนาดใหญ่ของรัฐที่ทอดทิ้งกลุ่มเปราะบางไว้เบื้องหลังระเบียบปฏิบัติที่ตึงตัว</h2>
<h2>     โครงการ &#8220;ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง&#8221; (26 ต.ค. 68 – 2 ก.พ. 69) และกิจกรรม &#8220;วันเด็กแห่งชาติ&#8221; 10 -31 มกราคม 2569 ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริงหรือการแจกของตามวงรอบ แต่นี่คือ “งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ” ที่สมาคมสื่อฯ ใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกล ตั้งแต่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ไปจนถึง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา</h2>
<h2>       ภายใต้การสนับสนุนจาก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต., นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี นายรอมฎอน หะยีอาแว รองผวจ.สงขลา พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีต ผช.ผบ.ทบ. และ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถานทูตสหรัฐอเมริกา น.ส.บุษบงลาวัณย์ พัฒโร, น.ส.ไลลา บุนนาค บริษัท วิริยะประกันภัย เนชั่นทีวี, และผู้ใหญ่ใจดีอย่าง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุรวมถึง และ น้ำใจจากประชาชนชาวไทย ร่วมสนับสนุน</h2>
<h2>      จากการสำรวจพบว่า ภาครัฐยังคงติดอยู่ในกับดักของ “ตัวเลขค่าเฉลี่ย” จนละเลยความจำเป็นรายบุคคล ข้อมูลที่สมาคมฯ รวบรวมได้ประกอบด้วย 109 ข้อเรียกร้อง ใน 8 ประเด็นหลัก ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” กำลังถึงจุดวิกฤต</h2>
<h2>       หนึ่งในประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือ “วิกฤตวัสดุสิ้นเปลือง” โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้ใหญ่ (แพมเพิส) และแผ่นรองคลาน ข้อมูลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่งระบุว่า งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (สปสช.) กำหนดเพดานไว้ที่ 3 ชิ้นต่อวัน ในราคาชิ้นละไม่เกิน 9.50 บาท</h2>
<h2>      จากการลงพื้นที่จริง พบว่าตัวเลขนี้คือ “นิยามความช่วยเหลือที่คับแคบ” เพราะผู้ป่วยติดเตียงที่มีอาการหนัก มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมมากกว่า 5-8 ชิ้นต่อวัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแผลกดทับ</h2>
<h2>“การที่รัฐบอกว่าให้ 3 ชิ้นต่อวัน คือการคำนวณบนโต๊ะทำงาน แต่ในมุ้งผู้ป่วยจริง 3 ชิ้นนั้นหมดไปตั้งแต่ครึ่งวันแรก ส่วนต่างที่เหลือคือภาระที่ชาวบ้านต้องแบกรับ ในพื้นที่ที่รายได้ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ เงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อสัปดาห์คือค่าอาหารของทั้งครอบครัว” ตัวแทนสมาคมสื่อฯ ระบุ</h2>
<h2>       สิ่งที่น่ากังขามากกว่านั้นคือ เมื่อสมาคมฯ หรือภาคเอกชนพยายามเข้าไปเติมเต็มส่วนขาด หน่วยงานรัฐมักปฏิเสธการร่วมมือโดยอ้างเหตุผลเรื่อง “งบประมาณซ้ำซ้อน” กลายเป็นกำแพงระเบียบที่กั้นขวางลมหายใจของประชาชน</h2>
<h2>    มิติที่รัฐมักมองข้ามคือ “ค่าเสียโอกาสของผู้ดูแล” สมาคมฯ พบว่าในครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง สมาชิกอย่างน้อย 1 คน (มักเป็นวัยแรงงาน) ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้รายได้หลักของครอบครัวหายไปทันที ในขณะที่รายจ่ายด้านสุขภาพพุ่งสูงขึ้น</h2>
<h2>    เบี้ยคนพิการ 800-1,000 บาท ในปี 2569 ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ เงินจำนวนนี้แทบไม่พอซื้ออาหารเสริมโภชนาการสำหรับผู้ป่วย อย่าว่าแต่จะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาสูง สิ่งนี้ตอกย้ำว่าสวัสดิการรัฐเป็นเพียง “เงินสงเคราะห์” ที่มีไว้พอให้ ไม่ตาย แต่ไม่ใช่ “หลักประกันคุณภาพชีวิต”</h2>
<h2>      จากการประมวลผล 109 ข้อเรียกร้อง สมาคมสื่อฯ ได้สรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ประการที่รัฐต้องเร่งขยับ</h2>
<ol>
<li>
<h2>เลิกการจำกัดจำนวนชิ้นผ้าอ้อมแบบเหมาโหล แต่ให้ยึดตามคำวินิจฉัยของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) หรือ รพ.สต. ตามสภาพจริงของผู้ป่วย และขอให้ สปสช. ปลดล็อกนิยามความซ้ำซ้อนเพื่อให้ภาคประชาสังคมหนุนเสริมได้</h2>
</li>
<li>
<h2>ต้องมีการปรับฐานเบี้ยความพิการและเบี้ยยังชีพ โดยพิจารณาพื้นที่พิเศษที่มีค่าขนส่งและค่าครองชีพสูงอย่างชายแดนใต้เป็นกรณีนำร่อง</h2>
</li>
<li>
<h2>รัฐต้องจัดตั้งหรือขยายผลระบบยืม-คืน เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ และเตียงปรับระดับ แทนการปล่อยให้ชาวบ้านต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อชีวิต หรือ เพิ่มโอกาสให้เข้าถึงให้มากขึ้น</h2>
</li>
<li>
<h2>ข้อเสนอให้มีค่าตอบแทนพื้นฐานสำหรับญาติที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง พร้อมหลักสูตรอบรมทักษะการพยาบาลเบื้องต้น เพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ของรัฐได้ในระยะยาว</h2>
</li>
<li>
<h2>ทุนการศึกษาบุตรหลานในครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ ยั้งยืนและมั่นคง</h2>
</li>
</ol>
<h2>       สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทิ้งท้ายในรายงานว่า ข้อมูลเหล่านี้คือเสียงตะโกนจากความเงียบ หากรัฐยังคงทำงานแบบ “แยกส่วน” และยึดระเบียบปฏิบัติเป็นตัวตั้งมากกว่าความทุกข์ร้อนของประชาชน ช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่เติมเชื้อไฟให้กับความไม่มั่นใจในอำนาจรัฐ</h2>
<h2>    “เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่รายงานข่าว แต่เรากำลังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อในที่ ที่นิ้วของรัฐเอื้อมไปไม่ถึง ข้อมูลตลอด 4 เดือนนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ระบบคัดกรองของรัฐกำลังล้มเหลวในการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางตัวจริง”</h2>
<h2>     ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องเลิกอ้างเรื่อง ‘งบซ้ำซ้อน’ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการ ‘ผนึกกำลัง’ เพื่อให้สวัสดิการพื้นฐานไหลไปถึงมือประชาชนอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ฟุรเศาะฮ์ รอมฎอน&#8221; รหัสลับหลังกำแพงปัตตานี</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2549</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 12:44:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2549</guid>

					<description><![CDATA[  เมื่อ &#8220;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2550" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/635357113_1336059141896066_4315057785743702968_n_0.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/635357113_1336059141896066_4315057785743702968_n_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/635357113_1336059141896066_4315057785743702968_n_0-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/635357113_1336059141896066_4315057785743702968_n_0-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>  เมื่อ &#8220;อาจารย์บับลี&#8221; ปลุกพลังศรัทธาสายร็อก ดัดหลังสถิติกระทำผิดซ้ำ—เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส!</h2>
<h2>    ในดินแดนที่ความเปราะบางทางความมั่นคงมักถูกขีดเส้นทับด้วยความเชื่อทางศาสนา &#8220;เรือนจำกลางปัตตานี&#8221; กำลังกลายเป็นห้องทดลองทางสังคมครั้งสำคัญ ผ่านโครงการ &#8220;ฟุรเศาะฮ์ รอมฎอน&#8221; (โอกาสแห่งการกลับใจ) ซึ่งถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่า นี่คือเพียงกิจกรรมตามประเพณี หรือคือ &#8220;ยุทธศาสตร์ถอดสลัก&#8221; ความรุนแรงที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสูง?</h2>
<h2>       โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดศาสนกิจทั่วไป แต่มีการวางโครงสร้างแบบ &#8220;Soft Power ทางจิตวิญญาณ&#8221; เพื่อแก้โจทย์ใหญ่ของกรมราชทัณฑ์นั่นคือ &#8220;การกระทำผิดซ้ำ&#8221; ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2551" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_9633_2.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_9633_2.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_9633_2-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_9633_2-768x512.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>     เอกสารโครงการระบุชัดถึงการวางหมากเพื่อกะเทาะเปลือกทางความคิดของผู้ต้องขัง โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักที่น่าสนใจ กระบวนการ &#8216;เตาบัต&#8217; ไม่ใช่แค่การยอมรับผิดตามกฎหมาย แต่คือการสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อ &#8220;พระผู้เป็นเจ้า&#8221; ซึ่งในทางจิตวิทยาศาสนา ถือเป็นพันธนาการทางจริยธรรมที่เหนียวแน่นกว่ากรงขังเหล็ก</h2>
<h2>       วินัยสะกดกลั้น 30 วัน ใช้กลไกการถือศีลอดเป็น &#8220;เครื่องมือฝึกสติ&#8221; ในสภาวะกดดันสูง เพื่อทดสอบทักษะการควบคุมอารมณ์ ก่อนกลับคืนสู่สังคมที่มีความซับซ้อน และ การสร้างเข็มทิศ การปรับจูนทัศนคติจาก &#8220;ผู้เป็นภาระ&#8221; ให้กลายเป็น &#8220;ทรัพยากร&#8221; ของชุมชน</h2>
<h2>       จุดที่น่าจับตาที่สุดคือการดึงตัว &#8220;อาจารย์บับลี อับดุรเราะห์มาน&#8221; นักวิชาการศาสนาผู้มีสไตล์การสอนที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่และกลุ่มคน &#8220;Hardcore&#8221; มาเป็นวิทยากรหลัก</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2552" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/636657341_1336059095229404_773076945286170852_n_0.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/636657341_1336059095229404_773076945286170852_n_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/636657341_1336059095229404_773076945286170852_n_0-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/636657341_1336059095229404_773076945286170852_n_0-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>       แหล่งข่าวระดับสูงในเรือนจำระบุว่า การเลือกอาจารย์บับลีเป็นการเลือกเชิง &#8220;ยุทธวิธี&#8221; เนื่องจากบุคลิกที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เข้าใจรากเหง้าปัญหาของคนในพื้นที่ ทำให้กระบวนการบรรยายธรรมวันละ 3 ชั่วโมงตลอดทั้งเดือน ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่กลายเป็นการ &#8220;เขย่าความคิด&#8221; ครั้งใหญ่ของผู้ต้องขัง</h2>
<h2>         &#8220;เราไม่ได้ต้องการแค่ให้เขาละหมาดเป็น แต่เราต้องการให้เขาเข้าใจว่า ชีวิตที่เหลืออยู่มีค่ามากกว่าการกลับมาติดคุกรอบที่สอง&#8221; แหล่งข่าวจากส่วนควบคุมผู้ต้องขัง ระบุ</h2>
<h2>        เบื้องหลังการผลักดันโครงการนี้ ปรากฏชื่อของ นายศรชัย ตลาสุข ผูัญชาการเรือนจำกลางยะลา รักษาการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี ในฐานะผู้อนุมัติ &#8220;เดิมพัน&#8221; ครั้งนี้ โดยมีทีมงานระดับปฏิบัติการอย่าง นายเชษฐ หลงจิ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เป็นผู้กุมบังเหียนในการจัดสมดุลระหว่าง &#8220;ความมั่นคง&#8221; และ &#8220;มนุษยธรรม&#8221;</h2>
<h2>       โครงการนี้ยังถูกมองว่า สอดรับกับนโยบาย &#8220;เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส&#8221; ของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และที่สำคัญที่สุดคือการตอบโจทย์ &#8220;นโยบายการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม&#8221; ในพื้นที่ดับไฟใต้ ซึ่งมักจะถูกโจมตีเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังมุสลิม</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2553" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637898599_1336057955229518_2188650975400890013_n.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637898599_1336057955229518_2188650975400890013_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637898599_1336057955229518_2188650975400890013_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/637898599_1336057955229518_2188650975400890013_n-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>      คำถามที่ยังคงค้างคาใจสังคมคือ เมื่อเสียงอาซานวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนสิ้นสุดลง และประตูเรือนจำเปิดออก &#8220;คนหลังกำแพง&#8221; เหล่านี้จะก้าวสู่สังคมในฐานะอะไร?</h2>
<h2>     หากพิจารณาตามยุทธศาสตร์ &#8220;ฟุรเศาะฮ์ รอมฎอน&#8221; คือความพยายามของภาครัฐที่จะใช้ &#8220;วัฒนธรรมนำการจองจำ&#8221; เพื่อพิสูจน์ว่า ศาสนาคือวัคซีนที่ดีที่สุดในการป้องกันอาชญากรรม</h2>
<h2>      แต่บทพิสูจน์ที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการในวันนี้ แต่วัดกันที่สถิติการ &#8220;กลับเข้าคุก&#8221; ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า ว่าศรัทธาที่อาจารย์บับลีปลุกปั้นขึ้นมานั้น จะแข็งแรงพอที่จะสู้กับ &#8220;แรงเสียดทาน&#8221; ของสังคมภายนอกได้จริงหรือไม่!</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ประตูเปิด-ใจเปิด”ยลวิถีเลขาฯศอ.บต.ผู้ปวารณาตัว“เราเกิดมาเพื่อช่วยคน”</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2491</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 07:32:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2491</guid>

					<description><![CDATA[        ท่ามกลา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;" data-path-to-node="2"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2492 aligncenter" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_4850.jpg" alt="" width="800" height="449" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_4850.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_4850-300x168.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/IMG_4850-768x431.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h1>
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">        ท่ามกลางความซับซ้อนของปัญหาชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อมานานนับทศวรรษ &#8220;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&#8221; หรือ ศอ.บต. มักถูกมองว่าเป็นองค์กรความมั่นคงสายพลเรือนที่เต็มไปด้วยระเบียบพิธีการและการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ภาพจำเหล่านั้นกำลังถูกท้าทายด้วยแนวคิด &#8220;ประตูที่เปิดตลอดเวลา&#8221; ของชายผู้กุมบังเหียนสูงสุดในตำแหน่ง &#8216;ซี 11&#8217; เพียงหนึ่งเดียวของพื้นที่นี้</b></h2>
<h2 data-path-to-node="4">   &#8220;ประตูที่ไม่เคยมีกลอน&#8221; สำหรับประชาชน</h2>
<h2 data-path-to-node="5">        “ประตูบ้านผมเปิดตลอด ประตูห้องทำงานก็เปิดตลอด&#8230; ประชาชนมาคนเดียวผมก็รับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา”</h2>
<h2 data-path-to-node="6">       นี่คือคำประกาศเจตนารมณ์ที่สะท้อนถึงการลดช่องว่างระหว่าง &#8220;ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่&#8221; กับ &#8220;ชาวบ้าน&#8221; ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเลขาธิการ ศอ.บต. คนนี้ ภารกิจเริ่มต้นตั้งแต่เข็มนาฬิกาชี้เลข 7 ในตอนเช้า และยาวนานไปจนถึงตีหนึ่งของวันใหม่ หากยังมีคนเดือดร้อนรอพบ</h2>
<h2 data-path-to-node="7">       ตารางชีวิตของเขาถูกห้อมล้อมด้วย &#8220;วงประชุม&#8221; ที่หลากหลาย ทั้งวงทางการ วงสื่อมวลชน และวงชาวบ้าน โดยเขานิยามตัวเองว่าเป็นคน &#8220;ไม่มีอะไร มีแต่พวก&#8221; ซึ่ง &#8220;พวก&#8221; ในที่นี้หมายถึงคนทุกหมู่เหล่าที่เข้าถึงตัวเขาได้โดยไม่ต้องผ่านพิธีรีตองให้มากความ</h2>
<h2 data-path-to-node="8">   &#8220;ความสุขของคนโรคจิต&#8221; เมื่อปัญหาคือพลัง</h2>
<h2 data-path-to-node="9">        ในขณะที่หลายคนอยากตื่นมาพบกับความราบรื่น แต่เลขาฯ ศอ.บต. ผู้นี้กลับสารภาพด้วยอารมณ์ขันที่เจือความจริงจังว่า “ผมเป็นคนโรคจิตนะ ผมอยากให้แต่ละวันตื่นมาแล้วมีปัญหาในพื้นที่”</h2>
<h2 data-path-to-node="10">         เหตุผลเบื้องหลังความนึกคิดนี้ไม่ใช่การแช่งด่าบ้านเมือง แต่คือความเชื่อมั่นใน <b data-path-to-node="10" data-index-in-node="77">&#8220;ศักยภาพของการแก้ไข&#8221;</b>  “ถ้ามันมีความสุขอยู่แล้ว เขาคงไม่ส่งเรามาทำ ส่งใครมาก็ได้ แต่เราต้องเชื่อมั่นว่าเรามีศักยภาพที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไข ถ้าเราแก้ได้ เราจะมีความสุข”</h2>
<h2 data-path-to-node="11">        การดำรงตำแหน่งเลขานุการระดับ 11 ในพื้นที่เปราะบางเช่นนี้ เขาตระหนักดีว่า &#8220;ความสะอาด&#8221; และ &#8220;แบบอย่าง&#8221; คือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด “ผมจะระวังตัวมาก จะไม่มีชื่อเสียงเสียหาย ผมจะมือสะอาดมาก เพื่อให้ข้าราชการเขามั่นใจ” เขาเน้นย้ำถึงจริยธรรมที่ต้องมาพร้อมกับอำนาจหน้าที่</h2>
<hr data-path-to-node="12" />
<h2 data-path-to-node="13">    &#8220;คุณพ่อไปช่วยคนอีกแล้วเหรอ&#8221; กำลังใจจากหลังบ้าน</h2>
<h2 data-path-to-node="14">      แม้ภาระงานจะหนักหนาจนแทบไม่มีเวลาออกกำลังกาย ต้องอาศัยการเดินผ่อนคลายเพียงวันละชั่วโมงก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดการทำงานในช่วงดึก แต่เทคโนโลยี Video Call คือสายใยที่เชื่อมเขาไว้กับครอบครัว</h2>
<h2 data-path-to-node="15">      เสียงของลูกคนเล็กวัย 5 ขวบ ที่เปลี่ยนจากคำถามว่า <i data-path-to-node="15" data-index-in-node="49">“เมื่อไหร่คุณพ่อจะกลับ”</i> มาเป็น <i data-path-to-node="15" data-index-in-node="80">“คุณพ่อไปช่วยคนอีกแล้วเหรอ”</i> กลายเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่พิสูจน์ว่า แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ก็รับรู้ได้ถึงคุณค่าของงานที่พ่อทำ ความเข้าใจจากภรรยาและลูกๆ จึงเป็นพลังงานขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ในพื้นที่ได้</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2493 alignnone" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9297926.jpg" alt="" width="800" height="456" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9297926.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9297926-300x171.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/S__9297926-768x438.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="16">  จาก &#8216;บ้านเลขาฯ&#8217; สู่ &#8216;บ้านของทุกคน&#8217;  ปรัชญาพอเพียงที่กินได้จริง</h2>
<h2 data-path-to-node="17">     ภาพที่หาดูได้ยากในจวนผู้บริหารระดับสูง คือการเห็นพื้นที่ว่างเปล่าถูกเปลี่ยนเป็น &#8220;แปลงผักยกแคร่&#8221;</h2>
<h2 data-path-to-node="18">      เขาไม่ได้เพียงแค่สั่งให้ชาวบ้านทำ แต่เขาเริ่มทำด้วยตัวเองภายในพื้นที่ของ ศอ.บต. โดยเปิดให้วิสาหกิจชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ฟรี ปลูกแตงโมขายหน้าสำนักงาน รายได้ทั้งหมดให้ชาวบ้านเป็นคนเก็บ</h2>
<h2 data-path-to-node="19">      “เราควรจะทำตัวเป็นตัวอย่างด้วย ไม่ใช่บอกให้เขาพอเพียง ไม่ใช่ไปบอกเขาว่าทำการเกษตรสิ แต่ตัวเราเองไม่ทำ”</h2>
<h2 data-path-to-node="20"><b data-path-to-node="20" data-index-in-node="0">     โครงการที่ทำร่วมกับ ตชด. และแนวทาง &#8220;โรงเรียนสู่ครัวเรือน&#8221; ของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ</b> ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นห้องเรียนมีชีวิต โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อ<b data-path-to-node="21,0,0" data-index-in-node="0">สร้างรอยยิ้ม</b> ให้กับผู้มาเยือน <b data-path-to-node="21,1,0" data-index-in-node="0">ลดความทุกข์</b> ของคนในพื้นที่ และ <b data-path-to-node="21,2,0" data-index-in-node="0">เป็นผู้ให้</b> โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน</h2>
<hr data-path-to-node="22" />
<h2 data-path-to-node="23"><b data-path-to-node="23" data-index-in-node="0">      &#8220;บ้านเลขาฯ&#8221; ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่สถานที่ทำงานของข้าราชการระดับสูง แต่มันคือสัญลักษณ์ของความผูกพันระหว่างรัฐกับชุมชน เป็นโมเดลที่พิสูจน์ว่า การสร้างสันติสุขในชายแดนใต้อาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายที่หรูหราบนหอคอยงาช้าง แต่เริ่มจากการ &#8220;เปิดประตู&#8221; และ &#8220;ลงมือทำ&#8221; ให้เห็นเป็นแบบอย่าง เพื่อให้คำว่า &#8220;ศอ.บต. เกิดมาเพื่อช่วยคน&#8221; เป็นจริงขึ้นมาในทุกตารางนิ้วของพื้นที่</b></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> เสียงเพรียกจากมักกะฮ์ &#8220;รอมฎอน&#8221; ฤดูกาลแห่งการขัดเกลาตนเองและทางรอดของประชาชาติ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/2473</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Feb 2026 13:50:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=2473</guid>

					<description><![CDATA[       เมื่อวัน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2474" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/633494179_1492096795631844_7923826350732626866_n.jpg" alt="" width="480" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/633494179_1492096795631844_7923826350732626866_n.jpg 480w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/02/633494179_1492096795631844_7923826350732626866_n-240x300.jpg 240w" sizes="auto, (max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<hr data-path-to-node="1" />
<h2 data-path-to-node="2"><b>      </b> เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 (ตรงกับวันที่ 25 ชะอฺบาน ฮ.ศ. 1447) บรรยากาศ ณ มัสญิดอัลฮะรอม คลาคล่ำไปด้วยศรัทธาชนจากทั่วทุกมุมโลกที่มาร่วมรับฟังคุตบะฮ์วันศุกร์ ท่ามกลางการเตรียมตัวเข้าสู่เดือนรอมฎอนอันประเสริฐที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า</h2>
<h2 data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">       ดร.มาฮิร บิน ฮัมด์ อัลมุอัยกิลีย์</b> อิหม่ามและผู้ประกาศธรรมประจำมัสญิดอัลฮะรอม ได้ขึ้นคุตบะฮ์เน้นย้ำถึง &#8220;ฮิกมะฮ์&#8221; หรือวิทยปัญญาอันลึกซึ้งของพระผู้เป็นเจ้า ในการกำหนดความแตกต่างของสรรพสิ่ง รวมถึงการเลือกเฟื้อช่วงเวลาบางช่วงให้มีความประเสริฐเหนือเวลาอื่น เพื่อเป็นโอกาสทองในการตักตวงผลบุญ</h2>
<h2 data-path-to-node="4"><b data-path-to-node="4" data-index-in-node="0">&#8220;ตักวา&#8221;  เป้าหมายสูงสุดมากกว่าการหิวโหย</b></h2>
<h2 data-path-to-node="5">       ในการสรุปสาระสำคัญโดย <b data-path-to-node="5" data-index-in-node="22">อ.อานัส สิงห์ฆาฬะ นักวิชาการจาก Insights Saudi Arabia</b> ระบุว่า หัวใจหลักของคุตบะฮ์ในครั้งนี้คือการชี้ให้เห็นว่า &#8220;การถือศีลอด&#8221; ไม่ใช่เพียงการระงับความหิว แต่คือเครื่องมือไปสู่ <b data-path-to-node="5" data-index-in-node="196">&#8220;ความยำเกรง (ตักวา)&#8221;</b> ดร.มาฮิร ระบุว่าความยำเกรงต้องปรากฏชัดในทุกมิติ ทั้งในการทำอิบาดะฮ์ การปฏิบัติต่อผู้อื่น จริยธรรมส่วนบุคคล และการดูแลครอบครัว โดยนิยามของตักวาที่แยบคายคือ</h2>
<p data-path-to-node="6,0"><i data-path-to-node="6,0" data-index-in-node="0">&#8220;การปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์บนแสงสว่างจากพระองค์ ด้วยความหวังในความเมตตา และการละเว้นความผิดบนแสงสว่างจากพระองค์ ด้วยความเกรงกลัวต่อการลงโทษ&#8221;</i></p>
<h2 data-path-to-node="7"><b data-path-to-node="7" data-index-in-node="0">รอมฎอน  สนามแข่งขันที่ความเท่าเทียมปรากฏ</b></h2>
<h2 data-path-to-node="8">      อิหม่ามมัสญิดอัลฮะรอมยังได้ชี้ให้เห็นถึงมิติทางสังคมของการถือศีลอด โดยระบุว่าเดือนรอมฎอน คือ &#8220;สนามแห่งการแข่งขันทำความดี&#8221; ที่แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมอย่างแท้จริง มุสลิมทุกคนไม่ว่าฐานะใด ต่างงดเว้นและละศีลอดในเวลาเดียวกัน สะท้อนภาพประชาชาติหนึ่งเดียว (Ummah Wahidah) ตามนัยยะของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน</h2>
<h2 data-path-to-node="9"><b data-path-to-node="9" data-index-in-node="0">ข้อแนะนำสำหรับมุสลิมก่อนเข้าสู่เดือนอันจำเริญ</b></h2>
<h2 data-path-to-node="10">       เพื่อให้รอมฎอนปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง คุตบะฮ์ได้ให้แนวทางปฏิบัติไว้</h2>
<ol start="1" data-path-to-node="11">
<li>
<h2 data-path-to-node="11,0,0"><b data-path-to-node="11,0,0" data-index-in-node="0">การตรวจสอบตนเอง (Self-Auditing)</b> ใช้เวลาในเดือนนี้พิจารณาข้อบกพร่องและแก้ไขตนเอง</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="11,1,0"><b data-path-to-node="11,1,0" data-index-in-node="0">ความบริสุทธิ์ใจ (Ikhlas) </b>รักษาความเจตนาให้แน่วแน่เพื่อพระผู้เป็นเจ้าเพียงผู้เดียว เพื่อรับรางวัลที่ &#8220;เกินกว่าการคำนวณ&#8221;</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="11,2,0"><b data-path-to-node="11,2,0" data-index-in-node="0">ผูกพันกับอัลกุรอาน</b> เนื่องจากเป็นเดือนที่คัมภีร์ถูกประทานลงมา จึงควรเพิ่มพูนการอ่านและ &#8220;ใคร่ครวญ&#8221; ความหมายมากกว่าเพียงการอ่านผ่านไป</h2>
</li>
<li>
<h2 data-path-to-node="11,3,0"><b data-path-to-node="11,3,0" data-index-in-node="0">ความเอื้อเฟื้อ</b> รอมฎอนคือเดือนแห่งการให้และการดูแลผู้ยากไร้ เป็นการยกระดับจิตใจจากความเห็นแก่ตัวสู่การเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์</h2>
</li>
</ol>
<h2 data-path-to-node="12">     ในช่วงท้าย ดร.มาฮิร ได้หยิบยกหะดีษอันทรงพลังมาเตือนสติศรัทธาชนว่า ในเดือนนี้จะมีเสียงเรียกร้องจากป่าวประกาศของพระองค์เสมอว่า: <b data-path-to-node="12" data-index-in-node="126">“โอ้ผู้แสวงหาความดี จงรีบเร่ง และโอ้ผู้แสวงหาความชั่ว จงยับยั้งตนเองเถิด”</b></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
