<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักข่าว JSD-South</title>
	<atom:link href="https://www.jsdsouth.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jsdsouth.com/</link>
	<description>สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้</description>
	<lastBuildDate>Sun, 30 Aug 2026 15:03:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/jsd-south-logo.png</url>
	<title>สำนักข่าว JSD-South</title>
	<link>https://www.jsdsouth.com/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ห้างใหญ่ &#8211; สะดวกซื้อ” ทะลักใต้ เป้าหมายกลุ่มป่วน?</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4399</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 15:03:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4399</guid>

					<description><![CDATA[<p>    เหตุการณ์คว</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4399">“ห้างใหญ่ &#8211; สะดวกซื้อ” ทะลักใต้ เป้าหมายกลุ่มป่วน?</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4400" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/eblsouth30080.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/eblsouth30080.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/eblsouth30080-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/eblsouth30080-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>    เหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 29 ส.ค.69 ที่คนร้ายชุดดำ ควงอาวุธปืนสั้นและปืนยาวบุกเข้าไปวางระเบิดภายในห้าง “โกลบอลเฮ้าส์” สาขาปัตตานี นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ “ธุรกิจค้าปลีก” แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบ</strong></p>
<p>โกลบอลเฮ้าส์ (Global House) นิยามตัวเองไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทว่า เป็นศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านแบบครบวงจร รูปแบบของห้าง สร้างเป็นอาคารใหญ่คล้ายโกดัง หรือ Depot (เดโป้) เป็น Warehouse style</p>
<p>ดำเนินงานโดย บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย ส่วนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มี 2 สาขา คือ ปัตตานีที่เป็นโดนวางระเบิด เปิดให้บริการเมื่อปี 67 และสาขานราธิวาส เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/globalhousebomb29084.jpg" alt="globalhousebomb29084" width="1000" height="600" /></p>
<p>เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย เพราะนอกจากคนร้ายจะมีอาวุธครบมือ ข่มขู่ไล่พนักงานและประชาชนออกจากตัวอาคารของห้าง แล้ววางระเบิดในชั้นวางสินค้า จนเกิดระเบิดขึ้นถึง 3 ลูกแล้ว</p>
<p>กลุ่มคนร้ายยังนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส พร้อมแกลลอนน้ำมันเชื้อเพลิง บรรทุกรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง ที่เรียกว่ารถโชเล่ย์ หรือ <strong>“โชเล่ย์บอมบ์”</strong> ขับเข้าไปเตรียมจุดระเบิดใกล้กับอาคารของห้าง เพื่อหวังให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ด้วย แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ทัน</p>
<p>เหตุการณ์ความไม่สงบที่กระทำต่อห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปลีก รวมถึงร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ชายแดนใต้ เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลัง ซึ่งความถี่ของเหตุการณ์เหมือนจะแข่งกับความรวดเร็วในการขยายสาขาและเพิ่มจำนวนสาขาอย่างก้าวกระโดดของห้างและร้านค้าแบบ <strong>“โมเดิร์นเทรด”</strong> เหล่านี้</p>
<p>เพราะเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเหตุการณ์ที่ โกลบอลเฮาส์ ปัตตานี เพียง 7 วัน เพิ่งเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธปืน บุกเข้าไปวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จนเกิดไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/violencebb24083.jpg" alt="violencebb24083" width="1000" height="600" /></p>
<p>ถัดจากนั้น 2 วัน คือ วันจันทร์ที่ 24 ส.ค. เกิดเหตุวางระเบิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยพฤติกรรมคนร้ายที่ก่อเหตุเหมือนกับที่เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบางปู อ.ยะหริ่ง</p>
<p>หลายคนที่ไม่เคยเดินทางไปเยือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยติดตามแต่เพียงข่าวสารความรุนแรง อาจนึกภาพไม่ออกว่า แท้ที่จริงแล้วในพื้นที่นี้มีการเปิดธุรกิจค้าขายกันอย่างคึกคักอย่างยิ่ง โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อแบรนด์ระดับประเทศ</p>
<p>ข้อมูลจาก บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ระบุว่า ร้านเซเว่นฯในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบทั้งหมดไม่ได้อยู่ในรูปแฟรนไชส์ แต่เป็นลักษณะ <strong>“ซับ แอเรีย ไลเซนส์”</strong> หรือ <strong>“ให้สิทธิช่วงในอาณาเขต”</strong> ซึ่งผู้ได้รับสิทธิในพื้นที่สามจังหวัด คือ บริษัทยะลาศรีสมัย จำกัด</p>
<p>บริษัทยะลาศรีสมัยฯ ก็เคยถูกลอบเผาโกดังในเดือน เม.ย.57 ด้วย ก่อนจะมีการวางระเบิด และเผาเซเว่นฯ ถี่มากขึ้นในเวลาต่อมา</p>
<p>ข้อมูลล่าสุดจาก ศรีสมัยฯเอง ระบุว่า ร้านเซเว่นฯ ของตนมี 136 ร้าน แต่ประมาณการกันว่า ร้านเซเว่นฯทั่วสามจังหวัด น่าจะมีเกือบ 200 สาขา โดยมีกลุ่มอื่นได้สิทธิด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/eblsouth30086.jpg" alt="eblsouth30086" width="1000" height="600" /></p>
<p>จำนวนสาขาร้านเซเว่นฯ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อัพเดท ล่าสุด ณ เดือน พ.ค.69 มีทั้งหมด 183 สาขา แยกเป็น</p>
<p>จ.ปัตตานี 56 สาขา โดยอำเภอเมืองปัตตานี มีมากถึง 21 สาขา<br />
จ.ยะลา 67 สาขา อำเภอเมืองยะลา มีมากถึง 42 สาขา<br />
จ.นราธิวาส 60 สาขา อำเภอเมืองนราธิวาส มีมากถึง 19 สาขา</p>
<p>ร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 16,284 สาขา และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนร้านเซเว่นฯ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดเป็น 1.12% ของทั้งประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/eblsouth300871.jpg" alt="eblsouth300871" width="1000" height="600" /></p>
<p>ส่วนร้านสะดวกซื้ออื่นๆ ในพื้นที่ปลายด้ามขวานก็มีเหมือนกัน ข้อมูล ณ ปี 2569 แบรนด์ร้านสะดวกซื้อที่กำลังมาแรงมาก คือ <strong>“มินิบิ๊กซี”</strong> เปิดแล้วทั้งสิ้น 75 สาขาในสามจังหวัดชายแดนใต้ แยกเป็นยะลา 23 สาขา, ปัตตานี 27 สาขา และนราธิวาส 25 สาขา</p>
<p>เฉพาะอำเภอเมืองปัตตานี มีร้านมินิบิ๊กซี ถึง 14 สาขา สาเหตุที่ขยายสาขาได้เร็ว เพราะมี <strong>“บิ๊กซีใหญ่”</strong> อยู่ในพื้นที่หลายแห่ง</p>
<p><strong>“บิ๊กซีใหญ่”</strong> หรือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เหมือนที่เปิดในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ มีเปิดที่ชายแดนใต้ 4 แห่ง คือ</p>
<p>ที่ อำเภอเมืองปัตตานี เปิดตั้งแต่ปี 2547 มียอดขายสูงติดอันดับประเทศ</p>
<p>ที่ จ.นราธิวาส เปิดแห่งแรกในพื้นที่อำเภอเมือง เมื่อปี 2564 และแห่งที่ 2 ที่ อ.สุไหงโกลก เปิดเมื่อปี 2566</p>
<p>ที่ จ.ยะลา เปิดล่าสุดในตัวเมือง เมื่อปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/eblsouth30085.jpg" alt="eblsouth30085" width="1000" height="600" /></p>
<p>เฉพาะ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่ปัตตานี เคยโดนวางระเบิดมาแล้ว 3 ครั้ง คือ</p>
<p>1 ส.ค.48 ระเบิดแสงเครื่องซุกกระถางต้นไม้ข้างลานจอดรถ</p>
<p>1 มี.ค.55 ลอบวางระเบิดเพลิงในชั้นวางสินค้าภายในอาคารห้างบิ๊กซี เกิดเพลิงไหม้กลางดึก</p>
<p>9 พ.ค.60 คาร์บอมม์หน้าห้างบิ๊กซี โดยคนร้ายปล้นรถมาจากผู้เสียหาย และสังหารเจ้าของรถ ก่อนนำมาติดตั้งระเบิดเป็นคาร์บอมบ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/eblsouth30083.jpg" alt="eblsouth30083" width="1000" height="600" /></p>
<p>ส่วนเหตุระเบิดและวางเพลิงมินิบิ๊กซี ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น</p>
<p>17 ส.ค.65 เหตุระเบิดและวางเพลิง มินิบิ๊กซี 6 แห่ง แยกเป็น พื้นที่ จ.ยะลา 2 แห่ง จ.ปัตตานี 2 แห่ง และ จ.นราธิวาส 2 แห่ง</p>
<p>20 มี.ค.69 เหตุระเบิดและวางเพลิง มินิบิ๊กซี สาขาทุ่งยางแดง</p>
<p>16 มิ.ย.69 เหตุระเบิดและวางเพลิง มินิบิ๊กซี สาขาบันนังสตา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/eblsouth300872.jpg" alt="eblsouth300872" width="1000" height="600" /></p>
<p>ฟากฝั่งของห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาใหญ่ แห่งแรกของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดที่ อำเภอเมืองยะลา เมื่อกลางเดือน ต.ค.67 และเป็นโลตัสสาขาใหญ่แห่งเดียวของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้</p>
<p>ในส่วนของร้านสะดวกซื้อในแบรนด์ของห้างโลตัส ที่ใช้ชื่อ <strong>“โลตัส โกเฟรช”</strong> (Lotus’s go fresh) สาขาแรกในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือ สาขาบ่อทอง ตั้งอยู่ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เปิดให้บริการเมื่อเดือน ต.ค.65</p>
<p>ปัจุบันมีทั้งหมด 9 สาขา แยกเป็น ในพื้นที่ จ.ปัตตานี 7 สาขา พื้นที่ จ.ยะลา 2 สาขา ส่วนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังไม่มีการตั้งสาขาของ <strong>“โลตัส โกเฟรซ”</strong> แต่อย่างใด</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4399">“ห้างใหญ่ &#8211; สะดวกซื้อ” ทะลักใต้ เป้าหมายกลุ่มป่วน?</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กู้ระทึกโชเล่ย์บอมบ์ห้างใหญ่ปัตตานี ฮือฮาทิ้ง “นาฬิกา PATANI” ท้าทาย!</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4396</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 05:58:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4396</guid>

					<description><![CDATA[<p>           เปิด</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4396">กู้ระทึกโชเล่ย์บอมบ์ห้างใหญ่ปัตตานี ฮือฮาทิ้ง “นาฬิกา PATANI” ท้าทาย!</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>      <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4397" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/902113.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/902113.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/902113-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/902113-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/902113-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /> </strong></p>
<p><strong>     เปิดคลิปภาพวงจรปิด พฤติการณ์กลุ่มติดอาวุธชุดดำสุดอุกอาจ ควงปืนยาวยึด “โกลบอลเฮ้าส์” ห้างยักษ์ขายวัสดุก่อสร้างในเมืองปัตตานี วางระเบิดป่วน 3 ลูก พร้อมโชเล่ย์บอมบ์ถังแก๊ส พ่วงแกลลอนน้ำมัน โชคดีกู้ได้หวุดหวิด ฮือฮาทิ้ง “นาฬิกาปาตานี” ให้ดูต่างหน้า คาดจงใจประกาศศักดา โชว์สัญลักษณ์แยกดินแดน</strong></p>
<p>ความคืบหน้าเหตุการณ์ระทึกเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 29 ส.ค.69 กลุ่มติดอาวุธบุกยึดห้างสรรพสินค้า <strong>“โกลบอลเฮ้าส์”</strong> ซึ่งจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ตั้งอยู่บริเวณแยกบานา อำเภอเมืองปัตตานี ก่อนไล่ต้อนพนักงานและประชาชนออกจากอาคารห้างฯ แล้ววางระเบิดป่วน 3 จุดนั้น</p>
<p>เหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องมา คือ มีความพยายามก่อวินาศกรรมซ้ำด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ รถโชเล่ย์ โดยประกอบระเบิดและวางแกลลอนน้ำมันเอาไว้ หวังให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ (โชเล่ย์บอมบ์) โชคดีเจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/pataniglobalhouse30082.jpg" alt="pataniglobalhouse30082" width="1000" height="600" /></p>
<p>ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ชุดสืบสวนพบหลักฐานชิ้นสำคัญ <strong>“นาฬิกา PATANI”</strong> (ปาตานี) ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นนาฬิกาข้อมือ ทรงกลม แบบเข็มบอกเวลา บนหน้าปัดเขียนตัวหนังสือภาษาอังกฤษคล้ายเป็นชื่อยี่ห้อ หรือรุ่นของนาฬิกาว่า <strong>“PATANI”</strong> ซึ่งเป็นคำที่กลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนและแนวร่วม ใช้เรียกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเป็นดินแดน <strong>“ปาตานี”</strong> และที่หน้าปัดนาฬิกายังมีภาพคล้ายแผนที่ ซึ่งน่าจะหมายถึงแผนที่ของดินแดนที่พวกตนเรียกว่า <strong>“ปาตานี”</strong> ก็เป็นได้</p>
<p>เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า การที่พบนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ น่าจะเป็นความจงใจทิ้งไว้ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การประกาศตัวตนของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน</p>
<p>สำหรับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่โกลบอล เฮาส์ ห้างขนาดใหญ่ที่เปิดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ในเมืองปัตตานี มีพฤติการณ์ของคนไทยและไทม์ไลน์ ซึ่งรวบรวมได้จากภาพที่บันทึกได้โดยกล้องวงจรปิด ดังนี้</p>
<p>เวลา 18.45 น. กลุ่มคนร้ายจำนวน 5 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำ ปกปิดใบหน้า พร้อมอาวุธปืนยาวครบมือ ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถโชเล่ย์ที่บรรทุกสิ่งของมาเต็มคันรถเข้าไปยังบริเวณห้าง</p>
<p>จากนั้นคนร้ายส่วนหนึ่งได้เข้าประชิด จี้ควบคุมตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ป้อมยาม ขณะที่กำลังจำนวนหนึ่งถืออาวุธปืนบุกเข้าไปภายในห้าง ตะโกนไล่พนักงานและประชาชนให้ออกไปจากพื้นที่ทั้งหมด</p>
<p>ปฏิบัติการเป็นไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ลอบวางระเบิดขนาดเล็กจำนวน 3 ลูก พร้อมกับให้คนร้ายอีกคนขับรถโชเล่ย์ ซึ่งบรรทุกถังแก๊ส ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง และมีน้ำมันบรรจุแกลลอนจำนวน 8 แกลลอน เข้าไปจอดทิ้งไว้ภายในตัวห้าง ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันหลบหนีไป ใช้เวลารวมทั้งหมดที่ปรากฏในคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น</p>
<p>เวลา 19.00 น. ระเบิดขนาดเล็กทั้ง 3 ลูกที่ถูกวางไว้ ได้ทยอยทำงาน ส่งเสียงระเบิดดังสนั่น แต่เบื้องต้นพบว่าไม่ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของอาคารห้างมากนัก</p>
<p>ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เข้าบัญชาการเหตุการณ์ และควบคุมพื้นที่ พร้อมประสานชุด EOD เข้าเก็บกู้และถอดสลักวงจรวัตถุระเบิดถังแก๊สที่วางมาในรถโชเล่ย์ได้สำเร็จ</p>
<p>มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดตรวจที่เกิดเหตุพบ <strong>“นาฬิกาข้อมือ”</strong> เป็นนาฬิกาแบบเข็ม หน้าปัดกลม ตก 1 เรือน</p>
<p>เมื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า แต่เป็นนาฬิกาข้อมือพลาสติกสีดำ กลไกแบบควอตซ์ (QUARTZ) ซึ่งหมายถึงนาฬิกาที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ที่หน้าปัดเขียนคำว่า PATANI และสกรีนภาพแผนที่ <strong>“ปาตานีดารุสลาม”</strong> หรือที่เชื่อกันว่าเป็นดินแดนรัฐปาตานี ตามความเชื่อของกลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ไว้บนหน้าปัดด้วย ส่วนตัวเรือนเป็นพลาสติก ใช้เข็มบอกเวลา ตัวเลขระบุเวลาเป็นเลขอารบิก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/pataniglobalhouse30086.jpg" alt="pataniglobalhouse30086" width="1000" height="600" /></p>
<p>เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นาฬิกานี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็น <strong>“ของที่ระลึกเชิงอุดมการณ์” </strong>มอบให้แก่สมาชิกระดับปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนใต้</p>
<p>“การพบนาฬิกาเรือนนี้ อาจไม่ใช่ความบังเอิญที่ทำตกไว้ แต่อาจเป็นความตั้งใจทิ้งไว้เพื่อใช้เป็น <strong>‘ลายเซ็น’</strong> ประกาศตัวตนของกลุ่มขบวนการก็เป็นได้” เจ้าหน้าที่รายหนึ่งตั้งข้อสังเกต</p>
<p>อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานอื่นๆ เพื่อใช้หาเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อเหตุต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4396">กู้ระทึกโชเล่ย์บอมบ์ห้างใหญ่ปัตตานี ฮือฮาทิ้ง “นาฬิกา PATANI” ท้าทาย!</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> แกะรอย &#8216;อุตสาหกรรมความขัดแย้ง&#8217; สู่ &#8216;บาดแผลข้ามรุ่น&#8217; ที่รัฐ-สื่อมักมองข้าม</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4393</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 02:19:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4393</guid>

					<description><![CDATA[<p>         ตลอดระ</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4393"> แกะรอย &#8216;อุตสาหกรรมความขัดแย้ง&#8217; สู่ &#8216;บาดแผลข้ามรุ่น&#8217; ที่รัฐ-สื่อมักมองข้าม</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4394" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/1d4849c4-9512-4384-864a-36d82928cb2a.png" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/1d4849c4-9512-4384-864a-36d82928cb2a.png 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/1d4849c4-9512-4384-864a-36d82928cb2a-300x169.png 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/1d4849c4-9512-4384-864a-36d82928cb2a-768x432.png 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p data-path-to-node="1">         <strong>ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาพจำที่ปรากฏผ่านสื่อกระแสหลักมักหนีไม่พ้นรายงานเหตุรุนแรง ตัวเลขผู้สูญเสีย และความคืบหน้าบนโต๊ะเจรจาสันติภาพ ทว่าภายใต้ร่มเงาของงบประมาณด้านความมั่นคงที่ถูกทุ่มลงไปหลายแสนล้านบาท ยังมี &#8220;ความจริง&#8221; อีกหลายมิติที่ถูกกดทับ และรอคอยการชำแหละอย่างเป็นระบบ</strong></p>
<p data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">ชำแหละ &#8216;อุตสาหกรรมความขัดแย้ง&#8217; และผล ประโยชน์ทับซ้อน         </b></p>
<p data-path-to-node="2"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">      </b> ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8220;ความไม่สงบ&#8221; ได้กลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจรูปแบบหนึ่ง แหล่งข่าวในพื้นที่และนักวิชาการหลายสำนักต่างชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจสีเทา การลักลอบค้าของเถื่อนข้ามพรมแดน เครือข่ายภัยแทรกซ้อน ไปจนถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างงบความมั่นคงในแต่ละปี การคงอยู่ของสถานการณ์อาจกลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีให้กับกลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้ หากความสงบเกิดขึ้นจริง คำถามสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ มีเครือข่ายใดบ้างที่สูญเสียรายได้และพยายาม &#8220;หล่อเลี้ยง&#8221; ความขัดแย้งนี้อยู่</p>
<p data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">วิกฤตสาธารณสุขเงียบ &#8216;บาดแผลทางจิตใจข้ามรุ่น&#8217; </b></p>
<p data-path-to-node="3">     นอกเหนือจากการตั้งงบประมาณเยียวยาด้วยตัวเงิน ภาครัฐมักละเลยบาดแผลที่มองไม่เห็น ภาวะความผิดปกติทางอารมณ์หลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ไม่ได้เกิดจำกัดวงแค่ผู้สูญเสีย แต่ลุกลามถึงเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางด่านตรวจและเสียงปืน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการชั้นผู้น้อย นี่คือระเบิดเวลาทางสุขภาพจิตที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ยังขาดแคลนบุคลากรและระบบการบำบัดทางจิตเวชที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมอย่างรุนแรง</p>
<p data-path-to-node="4"><b data-path-to-node="4" data-index-in-node="0">รื้อมายาคติคู่ขัดแย้ง สู่ &#8216;ความหลากหลายที่ซ้อนทับ&#8217; </b></p>
<p data-path-to-node="4">      การตีความปัญหาชายแดนใต้ผ่านเลนส์คู่ขัดแย้ง &#8220;พุทธ-มุสลิม&#8221; หรือ &#8220;รัฐ-ผู้เห็นต่าง&#8221; เป็นการลดทอนความซับซ้อนของพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ในโครงสร้างประชากรจริงมีความสลับซับซ้อนสูง ตั้งแต่กลุ่มทุนเครือข่ายคนไทยเชื้อสายจีนที่กุมชะตาเศรษฐกิจเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมอย่างโอรังอัสลี ไปจนถึงความหลากหลายทางความคิดภายในชุมชนมุสลิมเอง ที่มีทั้งขั้วอนุรักษ์นิยมและกลุ่มก้าวหน้า ซึ่งพลวัตทางการเมืองของทุกกลุ่มล้วนส่งผลต่อทิศทางสันติภาพทั้งสิ้น</p>
<p data-path-to-node="5"><b data-path-to-node="5" data-index-in-node="0">พลังเงียบคนรุ่นใหม่และ &#8216;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&#8217; </b></p>
<p data-path-to-node="5">      ท่ามกลางภาพลักษณ์พื้นที่สีแดง มีการก่อตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือต่อรอง ปรากฏการณ์ร้านกาแฟพิเศษ  ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ศิลปะร่วมสมัย ซีนดนตรีอินดี้ หรือกลุ่มสตาร์ทอัพ ทิศทางเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการทำธุรกิจ แต่คือความพยายามนิยามอัตลักษณ์ &#8220;คนปาตานี&#8221; ขึ้นใหม่ ให้หลุดพ้นจากการถูกผูกขาดโดยวาทกรรมความรุนแรงของรัฐ</p>
<p data-path-to-node="6"><b data-path-to-node="6" data-index-in-node="0">สถานะผู้หญิง จาก &#8216;เหยื่อ&#8217; สู่ &#8216;เสาหลัก&#8217; การขับเคลื่อนสังคม</b></p>
<p data-path-to-node="6">       บ่อยครั้งที่สื่อมักผลิตซ้ำภาพผู้หญิงในฐานะผู้รับผลกระทบหรือหญิงม่าย ทว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับพื้นที่พบว่า สตรีชายแดนใต้คือกลไกหลักในการพยุงเศรษฐกิจฐานราก เป็นแกนนำเครือข่ายภาคประชาสังคม และทำหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระดับรากหญ้า บทบาทที่แท้จริงของพวกเธอคือกลไกสร้างสันติภาพ  ที่ภาครัฐยังไม่สามารถดึงศักยภาพเชิงโครงสร้างนี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่</p>
<p data-path-to-node="7">       ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงมาตรการปิดล้อมตรวจค้นหรืองบประมาณความมั่นคง แต่ต้องอาศัยการตรวจสอบโครงสร้างผลประโยชน์อย่างโปร่งใส และการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4393"> แกะรอย &#8216;อุตสาหกรรมความขัดแย้ง&#8217; สู่ &#8216;บาดแผลข้ามรุ่น&#8217; ที่รัฐ-สื่อมักมองข้าม</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิด้าโพลชี้ไฟใต้ระลอกใหม่โยง ‘งบประมาณพื้นที่’-อัดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเหลว</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4390</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 01:38:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4390</guid>

					<description><![CDATA[<p>         เมื่อว</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4390">นิด้าโพลชี้ไฟใต้ระลอกใหม่โยง ‘งบประมาณพื้นที่’-อัดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเหลว</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="container">
<div id="model-response-message-contentr_cc6a9b49d30ebf21" class="markdown markdown-main-panel md-content enable-luminous-fast-follows enable-updated-hr-color stronger" dir="ltr" aria-busy="false" aria-live="polite">
<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4391" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/85462260-4bfe-4c4c-8114-c31223d6e5cd.png" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/85462260-4bfe-4c4c-8114-c31223d6e5cd.png 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/85462260-4bfe-4c4c-8114-c31223d6e5cd-300x225.png 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/85462260-4bfe-4c4c-8114-c31223d6e5cd-768x576.png 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/85462260-4bfe-4c4c-8114-c31223d6e5cd-720x540.png 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p data-path-to-node="1">         <strong>เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” ซึ่งสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อรากเหง้าของปัญหาและประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานความมั่นคง โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเหตุรุนแรงระลอกล่าสุดมีนัยยะแอบแฝงเรื่อง &#8220;งบประมาณในพื้นที่&#8221; และกลุ่มทุนสีเทา มากกว่าอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังสะท้อนความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์และการประสานงานของภาครัฐ</strong></p>
<p data-path-to-node="2">       การสำรวจดังกล่าว ดำเนินการระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,100 หน่วยตัวอย่าง (ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95.0)</p>
<p data-path-to-node="3"><b data-path-to-node="3" data-index-in-node="0">@ ชี้เป้า &#8216;งบประมาณ-ทุนสีเทา-การเมืองท้องถิ่น&#8217; ต้นตอป่วนใต้</b></p>
<p data-path-to-node="4">       เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ประชาชนให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านผลประโยชน์มากกว่าเรื่องอุดมการณ์ โดยมีสัดส่วนดังนี้:</p>
<ul data-path-to-node="5">
<li>
<p data-path-to-node="5,0,0"><b data-path-to-node="5,0,0" data-index-in-node="0">อันดับ 1 ร้อยละ 35.73 เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณในพื้นที่</b></p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,1,0"><b data-path-to-node="5,1,0" data-index-in-node="0">อันดับ 2 ร้อยละ 30.36</b> ระบุว่า กลุ่มทุนเทา (เช่น ยาเสพติด ค้าของเถื่อน มาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง) ไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,2,0"><b data-path-to-node="5,2,0" data-index-in-node="0">อันดับ 3 ร้อยละ 29.64</b> ระบุว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,3,0"><b data-path-to-node="5,3,0" data-index-in-node="0">อันดับ 4 ร้อยละ 27.64</b> ระบุว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อนการพูดคุยสันติสุขจะเริ่มต้นเร็วๆ นี้</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,4,0"><b data-path-to-node="5,4,0" data-index-in-node="0">อันดับ 5 ร้อยละ 26.27</b> ระบุว่า กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทาสร้างสถานการณ์</p>
</li>
</ul>
<p data-path-to-node="6">       ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ร้อยละ 20.27 มองว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามของรัฐ, ร้อยละ 19.55 ต้องการสร้างความแตกแยก, ร้อยละ 19.09 โยงการเมืองระดับชาติ และร้อยละ 12.00 เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับฤดูกาลโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูง</p>
<p data-path-to-node="7"><b data-path-to-node="7" data-index-in-node="0">@ อัดยุทธศาสตร์รัฐเหลว-หน่วยงานขาดการประสาน-ข่าวกรองบกพร่อง</b></p>
<p data-path-to-node="8">สำหรับคำถามสำคัญที่ว่า <b data-path-to-node="8" data-index-in-node="23">&#8220;เหตุใดจึงไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดได้&#8221;</b> เสียงสะท้อนของชาวบ้านชี้เป้าไปที่ความบกพร่องเชิงนโยบายและประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐอย่างชัดเจน ดังนี้:</p>
<ul data-path-to-node="9">
<li>
<p data-path-to-node="9,0,0"><b data-path-to-node="9,0,0" data-index-in-node="0">อันดับ 1 ร้อยละ 40.82 ระบุว่า เป็นข้อบกพร่องในนโยบายยุทธศาสตร์และทิศทางในการแก้ไขปัญหา</b></p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="9,1,0"><b data-path-to-node="9,1,0" data-index-in-node="0">อันดับ 2 ร้อยละ 39.91</b> ชี้ว่าไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="9,2,0"><b data-path-to-node="9,2,0" data-index-in-node="0">อันดับ 3 ร้อยละ 34.27</b> มองว่าเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="9,3,0"><b data-path-to-node="9,3,0" data-index-in-node="0">อันดับ 4 ร้อยละ 29.73</b> ระบุถึงข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="9,4,0"><b data-path-to-node="9,4,0" data-index-in-node="0">อันดับ 5 ร้อยละ 29.36</b> ระบุว่า ผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้ยากต่อการป้องกัน</p>
</li>
</ul>
<p data-path-to-node="10">       นอกจากนี้ ยังมีผู้ระบุถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ประนีประนอมเกินไป (ร้อยละ 18.82) การขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน (ร้อยละ 18.09) และประเด็นที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับไม่ใช่คนในพื้นที่ (ร้อยละ 11.55)</p>
<p data-path-to-node="11">        ที่น่าสังเกตคือ มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 0.45 ที่ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า <b data-path-to-node="11" data-index-in-node="69">&#8220;เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกัน&#8221;</b></p>
<p data-path-to-node="12"><b data-path-to-node="12" data-index-in-node="0">@ ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง</b></p>
<p data-path-to-node="13">     สำหรับลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง 1,100 คน เป็นผู้มีภูมิลำเนาใน จ.นราธิวาส (39.36%) จ.ปัตตานี (34.64%) และ จ.ยะลา (26.00%) สัดส่วนเพศหญิง 51.27% เพศชาย 48.73%</p>
<p data-path-to-node="14">      ในด้านศาสนา เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 60.18 ศาสนาพุทธ ร้อยละ 39.73 กระจายตัวครอบคลุมทุกช่วงอายุตั้งแต่ 18 ปีไปจนถึง 60 ปีขึ้นไป และครอบคลุมหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งข้าราชการ พนักงานเอกชน เจ้าของธุรกิจ อาชีพอิสระ เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของความรู้สึกนึกคิดของประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ต่อสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันได้อย่างมีนัยสำคัญ.</p>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4390">นิด้าโพลชี้ไฟใต้ระลอกใหม่โยง ‘งบประมาณพื้นที่’-อัดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเหลว</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัตตานีระอุ! เผา อบต.อีกแห่งที่มายอ &#8211; ไฟลุกบนถนนที่ยะรัง</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4387</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Aug 2026 02:56:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4387</guid>

					<description><![CDATA[<p>     ป่วนไม่เลิ</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4387">ปัตตานีระอุ! เผา อบต.อีกแห่งที่มายอ &#8211; ไฟลุกบนถนนที่ยะรัง</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4388" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/sakhobon28080.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/sakhobon28080.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/sakhobon28080-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/sakhobon28080-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>     ป่วนไม่เลิก! มือมืดลอบเผา “อบต.สาคอบน” มายอ ปัตตานี เผายางรถยนต์ป่วนถนนอีก 2 จุดที่ยะรัง</strong></p>
<p>เมื่อเวลา 19.15 น. เกิดเหตุกลุ่มบุคคลไม่ทราบจำนวน ลอบก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานีหลายอำเภอ โดยจุดที่สำคัญคือการลอบวางเพลิงอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน (อบต.สาคอบน) อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี</p>
<p>หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถดับเพลิงพร้อมสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ ปกครอง) รุดเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นจุดเกิดเหตุ และกันพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัยป้องกันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้ยุทธวิธีลวงเพื่อลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่อาคารและทรัพย์สินภายในก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/sakhobon28083.jpg" alt="sakhobon28083" width="1000" height="601" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ยังได้รับรายงานการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนด้วยการเผายางรถยนต์บนเส้นทางจราจรอีกอย่างน้อย 2 จุด ได้แก่</p>
<p>จุดที่ 1 บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หมู่ 4 บ้านจือลาแป</p>
<p>จุดที่ 2 บริเวณบ้านบางโงกาบู ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี</p>
<p>เบื้องต้นหน่วยความมั่นคงประเมินว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการกระจายกำลังก่อเหตุหลายจุดพร้อมกัน ล่าสุดได้มีคำสั่งให้กำลังพลทุกหน่วยในพื้นที่ปัตตานีและพื้นที่รอยต่อ ยกระดับความเข้มงวดประจำจุดตรวจจุดสกัด และเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำในพื้นที่เขตเมืองและสถานที่ราชการ</p>
<p><strong>@@ อปท.แห่งที่ 9 ถูกเผา &#8211; บึ้มโจมตี</strong></p>
<p>สำหรับ อบต.สาคอบน นับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งที่ 9 ที่ถูกโจมตีด้วยการวางเพลิงเผา หรือลอบวางระเบิด หรือทั้งสองอย่าง ในห้วงของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 22-23 ส.ค.69 เป็นต้นมา</p>
<p>โดย อปท. 8 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมายไปก่อนหน้านี้ แบ่งเป็น</p>
<p>คืนวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. มีทั้งหมด 7 แห่ง กระจายใน 7 อำเภอ ได้แก่</p>
<p>&#8211; อบต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส<br />
&#8211; อบต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส<br />
&#8211; อบต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส<br />
&#8211; อบต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส<br />
&#8211; อบต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี<br />
&#8211; เทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี<br />
&#8211; อบต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา</p>
<p>คืนวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. มี 1 แห่ง คือ เทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี</p>
<p>และล่าสุดคือ คืนวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. ได้แก่ อบต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4387">ปัตตานีระอุ! เผา อบต.อีกแห่งที่มายอ &#8211; ไฟลุกบนถนนที่ยะรัง</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเมือง หรือ ลูกหม้อ? ใครควรคุม สมช.ในอุดมคติ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4384</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Aug 2026 02:55:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4384</guid>

					<description><![CDATA[<p>     กรณีรัฐบาล</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4384">การเมือง หรือ ลูกหม้อ? ใครควรคุม สมช.ในอุดมคติ</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4385" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsurachart280800.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsurachart280800.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsurachart280800-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsurachart280800-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>     กรณีรัฐบาลอนุทิน ตัดสินใจตั้งเลขาธิการ สมช. โดยโยก “บิ๊กทหาร” จากกองทัพ “ข้ามห้วย” มารับตำแหน่ง สูตรเดียวกับรัฐบาล “ลุงตู่” ทำให้เกิดข้อถกเถียงหลายประการ</strong></p>
<p>หนึ่ง คือ ฝ่ายการเมืองแทรกแซง สมช.อีกแล้วใช่หรือไม่</p>
<p>สอง คือ ข้าราชการประจำที่เป็นลูกหม้อใน สมช.ไม่มีความสามารถมากพอหรืออย่างไร ทำแบบนี้กระทบขวัญกำลังใจหรือไม่</p>
<p>สาม คือ เหตุผลที่แท้จริงเป็นการแก้ไขปัญหา <strong>“เก้าอี้ไม่พอ”</strong> ในกองทัพหรือเปล่า</p>
<p>สี่ สำคัญที่สุด องค์กรแห่งนี้มีสถานะและศักยภาพคุมงานความมั่นคงระดับประเทศได้จริงหรือ</p>
<p><strong>อ่านประกอบ</strong> : <a href="https://www.isranews.org/article/south-news/other-news/148622-nscsecretary.html">ย้อนยุค คสช. &#8211; รัฐบาลน้ำเงินเปิดเก้าอี้ “เลขาฯสมช.” รอบิ๊กทหารอกหัก!</a></p>
<p>ประเด็นทั้งหมดนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง อธิบายเอาไว้อย่างแจ่มชัด</p>
<p><strong>@@ สมช.ในอุดมคติ! @@</strong></p>
<p>วันนี้ถ้าเราติดตามข่าวบนหน้าจอทีวี เราจะคุ้นเคยอย่างมากกับหน่วยงานที่ชื่อ <strong>“สภาความมั่นคงแห่งชาติ”</strong> หรือที่เรียกตัวย่อว่า <strong>“สมช.”</strong> … ชื่อองค์กรนี้อยู่ในหัวข่าวในช่วงนี้มาโดยตลอด</p>
<p>หรือถ้าใครจำประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้ ก็ด้วยการย้ายเลขา สมช. นี้แหละ ที่ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องเผชิญกับความผิดในทางคดี มิใยจะมีการโต้แย้งว่า นายกฯ มีอำนาจในการย้ายข้าราชการในระบบได้</p>
<p>แต่ในอีกด้าน จะมีใครสักคนตั้งคำถามไหมว่า สมช. ทำงานอะไรทางด้านความมั่นคง หรือมีบทบาทและหน้าที่อะไร อาจจะเพราะเป็นเรื่องความมั่นคง ความรับรู้เรื่องขององค์กรนี้จึงมีความจำกัดมาก</p>
<p>ผมอยากขอเริ่มต้น ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งนักการเมืองที่จะต้องเข้ามารับตำแหน่งในการเป็นรัฐบาล ผู้บริหาร สมช. และอาจจะรวมถึงผู้นำทหาร อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p>แต่ในมุมมองเหล่านั้น คำถามที่สำคัญคือ ผู้มีอำนาจมีความเข้าใจถึงบทบาทของ สมช. ในฐานะของการเป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงของประเทศเพียงใด</p>
<p>คงต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่า ทุกประเทศมีองค์กรในแบบ สมช.เหมือนกันหมด แต่อาจจะมีชื่อแตกต่างกันออกไปบ้าง เพราะทุกประเทศจะต้องมีองค์กรที่รับบทบาทเป็นองค์กรด้านความมั่นคงในระดับนโยบาย</p>
<p><strong>@@ การจัดอำนาจ @@</strong></p>
<p>สมช. เป็นผลผลิตโดยตรงของยุคสงครามเย็น ที่กำเนิดขึ้นในสมัย จอมพลสฤษฏ์ ธนะรัชต์ และเป็นการนำเอารูปแบบของ สมช. อเมริกันเข้ามาเป็นตัวแบบ</p>
<p>ดังนั้น เลขา สมช. จึงเป็นบุคคลที่มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมือง และฝ่ายข้าราชการประจำจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดด้วยการเป็น <strong>“ปลัด”</strong> (ในยุคก่อนนั้น เรียกตำแหน่งนี้ว่า <strong>“ปลัดบัญชาการ”</strong>)</p>
<p>ตัวแบบของสหรัฐ เป็นมาตรฐานในการวางระบบงานความมั่นคง เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทางด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างสหรัฐกับไทยในยุคสงครามเย็น</p>
<p>การจัดเช่นนี้ ทำให้เกิดการ <strong>“ลากเส้นแบ่ง”</strong> ที่ชัดเจนระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดข้อถกเถียงในเรื่องของตำแหน่งของเลขา สมช. เพราะตำแหน่งนี้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองที่จะเป็นฝ่ายแต่งตั้ง</p>
<p>ในระบบของสหรัฐ จึงให้ <strong>“ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ”</strong> (National Security Adviser) ของทำเนียบขาว เข้ามาเป็นผู้ดูแล สมช. และกำกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ใน สมช. (NSC Staff)</p>
<p>ถ้าเราลาก <strong>“เส้นแบ่งอำนาจ”</strong> นี้ได้ เราจะไม่ต้องถกเถียงกันว่า ข้าราชการคนใดใน สมช. จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในทางราชการในการเป็น เลขา สมช. เพราะเลขาฯ จะมาจากการเลือกของฝ่ายการเมือง และคนในองค์กรจะขึ้นมาสุดที่ตำแหน่ง <strong>“ปลัด สมช.”</strong></p>
<p>และทั้ง จะไม่มีคดีฟ้องร้องเช่นในสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่นายกฯ ย้ายเลขา สมช. แล้วเกิดเป็นความผิดทางกฎหมาย (แล้วทำไมการย้ายเลขา สมช. ครั้งนี้ ไม่มีใครฟ้องร้อง !!)</p>
<p>เส้นแบ่งอำนาจเช่นนี้ มีความสำคัญที่จะช่วยป้องกันความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับข้าราชการประจำ และมีความชัดเจนในการจัดสถานะของตำแหน่ง อาจจะเปรียบได้คล้ายกับกระทรวงต่างๆ ที่ตำแหน่งสูงสุดเป็นฝ่ายการเมืองที่เป็นรัฐมนตรี และฝ่ายข้าราชการประจำจะดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นปลัดของกระทรวงนั้นๆ</p>
<p>ดังที่กล่าวแล้ว ไทยเคยใช้ <strong>“โมเดลอเมริกัน”</strong> มาก่อนนับตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษฏ์ แต่ในสมัยของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้เกิดการจัด สมช. ให้เป็นแบบระบบราชการไทย ด้วยการแก้กฎหมายให้ตำแหน่งเลขาฯ เป็น <strong>“ตำแหน่งข้าราชการประจำ”</strong> ซึ่งก็มีนัยถึง คนเป็นเลขา สมช. คือ คนที่เดินตามระบบราชการจนถึงระดับสูงสุด</p>
<p>สภาวะเช่นนี้คือ การทำให้ สมช. เป็น <strong>“องค์กรราชการตามปกติ”</strong> นั่นเอง</p>
<p>ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่นายกฯ จะกล้ารื้อ <strong>“ระบบแต่งตั้ง”</strong> ให้กลับมาเป็นแบบเดิม ที่เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง เพื่อให้ข้อถกเถียงการเลือกเลขา สมช. ไม่กลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างไม่มีจุดจบ</p>
<p><strong>@@ บทบาทในเชิงอุดมคติ @@</strong></p>
<p>การเลือกเลขา สมช. นับจากรัฐบาลพลเอกเปรม จึงเป็นการเลือกแบบระบบราชการทั่วไป และไม่ใช่การที่ฝ่ายการเมืองจะเลือกบุคคลที่เห็นชอบมารับตำแหน่ง ทั้งที่องค์กรความมั่นคงอย่าง สมช. มีลักษณะของงานในแบบเฉพาะของตัวเอง ทั้งยังเป็นองค์กรในเชิงนโยบาย เพราะ สมช. ต้องทำงานในระดับนโยบาย ไม่ใช่หน่วยที่จะใช้ทำงานในระดับยุทธวิธี หรือลงมาทำงานในระดับล่างๆ ที่อาจจะดูสนุก แต่ก็ไม่ใช่ <strong>“กิจของ สมช.”</strong> โดยตรง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า สมช. เป็นองค์กรในระดับนโยบาย จึงอาจกล่าวในภาพรวมได้ว่า สมช. มีภารกิจด้านความมั่นคง 3 ประการหลักในเบื้องต้น คือ</p>
<p>1.การทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและการต่างประเทศให้กับผู้นำประเทศ<br />
2.การเป็นจุดศูนย์กลางของการประสานงานของหน่วยงานความมั่นคงอื่นที่อยู่ในลำดับถัดไป<br />
3.ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้นำประเทศ เช่น การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับนายกฯ ในการตอบคำถามในสภา หรือตอบคำถามสื่อมวลชน เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น จึงอาจกล่าวเป็นพื้นฐานได้ว่า สมช. ด้านหนึ่งเป็น <strong>“ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง”</strong> ให้แก่นายกฯ และอีกด้านหนึ่ง เป็นกลไกในการช่วยเหลือนายกฯ ทั้งการประสานงาน และการเตรียมข้อมูล ซึ่งน่าสนใจที่จะตั้งข้อสังเกตว่า สมช. ไทยในปัจจุบัน ได้แสดงบทบาทและทำหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวหรือไม่เพียงใด</p>
<p>เราอาจจะพบว่า ในปัจจุบัน สมช. มักจะชอบ <strong>“ทำในสิ่งที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์”</strong> เช่น การจัดหลักสูตรเช่นที่หน่วยราชการชอบทำ, ทำหนังสือ/วารสาร เป็นต้น จนต้องถามว่า มี สมช. ประเทศไหนในโลกทำหลักสูตรสอน เสมือนหนึ่ง สมช. ไทยว่างงาน และไม่มีงานความมั่นคงทำ จึงต้องมาทำหลักสูตรสอน เป็นต้น</p>
<p>การที่ สมช. ไม่รักษาบทบาทของการเป็น <strong>“องค์กรเชิงนโยบาย”</strong> จึงทำให้ สมช. กลายเป็น <strong>“ไม้ประดับ”</strong> ด้านความมั่นคง และไม่ได้รับการให้ความสำคัญเท่าที่ควรในบริบทของงานนโยบาย และในอีกด้านหนึ่ง สมช. จะต้องระวังที่จะไม่ทำตัวเองให้กลายเป็นเพียง <strong>“ดอกไม้ริมทาง”</strong> ที่คนในประชาคมความมั่นคงจะมองไม่ถึงเห็นคุณค่าขององค์กร เพราะ สมช. ไม่ทำงานที่ควรทำ และไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่กิจของตน</p>
<p>การเกิดปัญหาเช่นนี้มีส่วนอย่างสำคัญมาจากความไม่เข้าใจของฝ่ายการเมืองด้วย หรือเกิดจากการที่ฝ่ายการเมืองละทิ้งงานความมั่นคง โดยมองไม่เห็นความสำคัญของนโยบายทางด้านนี้ หรือไม่ให้ความสำคัญกับงานด้านนี้ เป็นต้น</p>
<p><strong>@@ ความท้าทายกับทุกฝ่าย! @@</strong></p>
<p>สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะเป็นในเวทีโลก หรือเวทีไทยนั้น สถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้นไม่หยุด ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลจะต้องกำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติให้สอดคล้องกับความผันแปรของปัญหาความมั่นคงในด้านต่างๆ แล้ว เราคงต้องคาดหวังให้ สมช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นองค์กรที่ดำเนินงานในเชิงนโยบาย</p>
<p>ในสภาวะเช่นนี้ สังคมไทยคงไม่อยากได้ สมช. ที่มีความหมายถึง <strong>“สภามึนงงแห่งชาติ”</strong> อันเป็นผลจากการที่ผู้บริหาร สมช. มีอาการ <strong>“มึนๆ”</strong> กับบทบาทของตน ประกอบกับฝ่ายการเมือง ก็มีลักษณะ <strong>“งงๆ”</strong> กับการใช้ สมช. เป็นเครื่องมือในกระบวนการทำนโยบายความมั่นคงของประเทศไทย</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4384">การเมือง หรือ ลูกหม้อ? ใครควรคุม สมช.ในอุดมคติ</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท้อแต่ไม่ถอย! เซเว่นฯตกเป็นเป้านับร้อยครั้ง แต่ยังสู้ต่อสร้าง ศก.ชุมชน</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4381</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Aug 2026 02:54:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4381</guid>

					<description><![CDATA[<p>     “ชุมชนอยาก</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4381">ท้อแต่ไม่ถอย! เซเว่นฯตกเป็นเป้านับร้อยครั้ง แต่ยังสู้ต่อสร้าง ศก.ชุมชน</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4382" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/srisamaicompany29080.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/srisamaicompany29080.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/srisamaicompany29080-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/srisamaicompany29080-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>     “ชุมชนอยากให้เราอยู่ไหม?” เป็นคำถามบาดใจจาก “อุปถัมภ์ ศิริชัย” แห่ง “บริษัทศรีสมัย” ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งรายใหญ่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ได้รับสิทธิบริหารจัดการแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 136 สาขา ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้</strong></p>
<p>คำถามนี้อาจไม่ต้องการคำตอบ แต่น่าจะเป็นการระบายความอัดอั้น หลังจากร้านเซเว่นฯ ถูกเผาซ้ำอีก 2 สาขาในสถานการณ์ป่วนใหญ่ 22-23 ส.ค.69 ที่ผ่านมา</p>
<p>เหตุการณ์ร้ายรอบนี้ไม่ใช่แค่บุกเผา หรือแอบเข้าไปเผา แต่กลุ่มติดอาวุธไม่ต่ำกว่า 7- 8 คน ใช้อาวุธปืนสั้นและปืนยาวข่มขู่พนักงาน และประชาชนภายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จากนั้นจึงได้วางระเบิดจนทำให้เกิดเพลิงไหม้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/srisamaicompany29083.jpg" alt="srisamaicompany29083" width="1000" height="600" /></p>
<p>แรงระเบิดสร้างความเสียหายอย่างหนัก เหตุเกิดในคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ซึ่งเป็นคืนที่เกิดเหตุป่วนหลายจุดในพื้นที่ 27 อำเภอของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้</p>
<p>แต่ความเสียหายไม่ได้จบแค่วันนั้น เพราะในค่ำวันที่ 24 ส.ค.69 ถัดมาอีกเพียงวันเดียว กลุ่มติดอาวุธได้ออกมาก่อเหตุกับร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ด้วยพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกับที่ก่อเหตุกับเซเว่นฯ สาขาบางปู</p>
<p>อุปถัมภ์ ศิริชัย กรรมการบริษัท ศรีสมัย จำกัด สะท้อนความรู้สึกในฐานะคนในพื้นที่ที่ทำธุรกิจมายาวนานกว่า 50 ปี และผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>“จุดประสงค์หลักของธุรกิจเราไม่ใช่หวังแค่ผลกำไร แต่คือการสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน” อุปถัมภ์ บอกถึงความตั้งใจ ก่อนจะบอกว่า แต่เหตุการณ์ที่สาขาบางปู ซึ่งถูกลอบวางเพลิงเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ทำให้บริษัทต้องกลับมาตั้งคำถามตัวใหญ่ถึงจุดยืนของตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/srisamaicompany29082.jpg" alt="srisamaicompany29082" width="1000" height="600" /></p>
<p>“พอโดนเข้า 2 รอบแล้ว เราก็ไม่แน่ใจว่า ท้องถิ่นบริเวณนี้อยากให้เราอยู่หรือเปล่า แปลว่าพื้นที่อาจจะไม่เหมาะสมก็ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มันทำให้เรากลับมาทบทวนอีกหลายๆ ครั้งว่า การที่เราเข้ามาเพื่อช่วยพัฒนาชุมชน มันเป็นผลดีหรือผลเสียกับชุมชนมากกว่ากัน เราไม่ได้ตั้งใจจะมาทำร้ายชุมชน แต่เราต้องการที่จะมาพัฒนา”</p>
<p>อุปถัมภ์ ขยายความว่า เมื่อเศรษฐกิจเติบโต การจ้างงานจะเกิดขึ้น ชาวบ้านรอบข้างก็จะมีธุรกิจที่เติบโตตามไปด้วย แต่เมื่อเกิดเหตุรุนแรงซ้ำซาก จึงต้องกลับมาทบทวนว่าทิศทางที่ทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ และการตั้งร้านสะดวกซื้อกลายเป็นการสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่หรือเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกับคนในชุมชนอย่างจริงจัง</p>
<p>เมื่อถูกถามถึงสถิติผลกระทบที่ธุรกิจในเครือได้รับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารจากศรีสมัย ระบุว่า ธุรกิจตกเป็นเป้าหมายในการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/srisamaicompany29085.jpg" alt="srisamaicompany29085" width="1000" height="600" /></p>
<p>“จำนวนสาขาในปัจจุบัน 136 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความเสียหายที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งขนาดเล็กและใหญ่กับธุรกิจในเครือ เกือบ 100 ครั้ง เป้าหมายแฝงของผู้ก่อเหตุ มุ่งเป้าทำลายภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรง”</p>
<p>แม้จะเผชิญกับความสูญเสียและความท้อแท้ แต่อุปถัมภ์ยืนยันว่า ธุรกิจยังคงต้องเดินหน้าต่อไป โดยได้รับกำลังใจที่สำคัญจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งลงพื้นที่มาเยี่ยมให้กำลังใจทันที รวมถึงผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และพี่น้องประชาชนที่เข้ามาให้กำลังใจ</p>
<p>แต่ฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ยอมแพ้ไม่ได้ คือพนักงานและครอบครัวที่ต้องพึ่งพาบริษัท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/srisamaicompany29086.jpg" alt="srisamaicompany29086" width="1000" height="600" /></p>
<p>“เราเป็นคนพื้นที่ เราเติบโตมากับในพื้นที่ เรารักแผ่นดินบ้านเกิดเรา ถ้าเราไม่ช่วยแล้วมันก็ไม่มีใครช่วย เรายังต้องทำต่อไป เรามีน้องๆ พนักงานที่เราต้องดูแล ถ้าคูณด้วยจำนวนครอบครัวที่เขาต้องดูแลด้วย ผมว่าร่วมๆ หมื่นคนได้ที่จะต้องรับผิดชอบ”</p>
<p>ท้ายที่สุด อุปถัมภ์ ย้ำว่า ทางออกของเรื่องนี้คือการจับเข่าคุยกันระหว่างภาคธุรกิจและชุมชน เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้บนพื้นฐานของความปลอดภัย</p>
<p>“เราเชื่อมั่นว่า 3 จังหวัดดีมากกว่านี้ได้ ถ้าเราทุกคนร่วมมือช่วยกัน”</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4381">ท้อแต่ไม่ถอย! เซเว่นฯตกเป็นเป้านับร้อยครั้ง แต่ยังสู้ต่อสร้าง ศก.ชุมชน</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณจากอดีตทหารใต้ “แยกดินแดนเชิงพฤตินัย” เกิดขึ้นแล้ว</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4378</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 07:22:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4378</guid>

					<description><![CDATA[<p>              ส</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4378">สัญญาณจากอดีตทหารใต้ “แยกดินแดนเชิงพฤตินัย” เกิดขึ้นแล้ว</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>       </strong></p>
<figure id="attachment_4379" aria-describedby="caption-attachment-4379" style="width: 800px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-4379" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/somkiatisoc27080.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/somkiatisoc27080.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/somkiatisoc27080-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/somkiatisoc27080-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-4379" class="wp-caption-text">Yellow Corporate Business Design Roadmap A4 Document &#8211; 27</figcaption></figure>
<p><strong>      สถานการณ์ชายแดนใต้อยู่ในสภาพ “ฝ่ายรัฐติดกับดัก” เจอวิกฤตซ้อนวิกฤตแล้วหาทางออกไม่ได้</strong></p>
<p>22 ส.ค.69 เกิดเหตุป่วนครั้งใหญ่กว่าร้อยจุดใน 27 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดน</p>
<p>หลังเกิดเหตุก็ฝุ่นตลบ ฝ่ายรัฐอธิบายเหตุปัจจัยกันไปคนละทางสองทาง จนสังคมสับสน มึนงงไปทั่ว</p>
<p>จังหวะเดียวกันนั้นก็เกิดกรณีกล่าวหา <strong>“ยิงจาก ฮ.”</strong> ทำวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ ที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส</p>
<p>เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นตอบโต้กันว่าใครทำ กระแสไอโอเริ่มทำงาน แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งปกป้องและกล่าวหาซึ่งกันและกัน</p>
<p>ผ่านมาร่วม 1 สัปดาห์ คดีหลักไม่คืบหน้า คำตอบของเหตุการณ์ยังหาไม่ได้ แถมฝ่ายความมั่นคงยังติดอยู่ในวังวน <strong>“ยิงจาก ฮ.”</strong> ต้องคอยตอบคำถามว่าจะเอาอย่างไร ไม่ยอมตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ได้แต่ตอบแบบเดิมๆ วนไป</p>
<p>กลายเป็นปัญหาการรับมือ <strong>“วิกฤตซ้อนวิกฤต”</strong> ของฝ่ายความมั่นคง</p>
<p>เพราะปัญหาไฟใต้ คือ การก่อความไม่สงบ หรือ insurgency มีลักษณะเป็นสงครามไฮบริดรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือ ฝ่ายผู้ก่อการใช้หลายเครื่องมือพร้อมกัน ทั้งการสร้างสถานการณ์ให้พื้นที่มีแต่ความไม่สงบ พร้อมๆ กับขุดบ่อล่อให้ฝ่ายรัฐกระทำละเมิดสิทธิเพื่อขยายปม ขยายแนวร่วม ขยายขอบเขตของปัญหาไปสู่นานาชาติ และทำสงครามข้อมูลข่าวสาร สร้างความแตกแยก หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ</p>
<p>สถานการณ์นี้ <strong>“รัฐไทย”</strong> ทั้่งตัวรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ได้แต่สาละวนตั้งรับ และออกจากวังวนนี้ไม่ได้เลย</p>
<p>พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร อดีตผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ และอดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ประเมินทิศทางของปัญฤหาเอาไว้อย่างน่าสนใจ</p>
<p>&#8211; ปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่การก่อความไม่สงบของกลุ่มขบวนการ แต่เป็นปัญหาความไม่ไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐ</p>
<p>&#8211; เมื่อประชาชนไม่ไว้ใจรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐก็จะเหมือนตาบอด มองอะไรไม่เห็น เพราะไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแส</p>
<p>พลเรือตรี สมเกียรติ ย้ำว่า สภาพการณ์แบบนี้ ไม่ว่า <strong>“การข่าว”</strong> จะดีอย่างไร ก็มีช่องโหว่ และตนเชื่อว่า <strong>“การข่าว”</strong> มีคุณภาพ ไม่ได้มีปัญหา แต่ต้องยอมรับว่า การข่าวที่ดีที่สุดคือ <strong>“ข่าวจากประชาชน”</strong> ซึ่งระยะหลัง..ไม่มีเลย</p>
<p>&#8211; ขณะที่อีกด้าน ฝ่ายรัฐเสียเวลากับเรื่องที่ไม่ควรเสีย และไม่ใช่แกนหลักของปัญหา เช่นไปอธิบายเรื่อง <strong>“ภัยแทรกซ้อน”</strong> หรือการไปมุ่งตอบโต้ข้อกล่าวหา <strong>“ยิงจาก ฮ.”</strong></p>
<p>“แทนที่จะตอบโต้รายวัน จริงๆ แล้วตั้งแต่วันแรกก็ควรจัดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ เข้าไปในพื้นที่ ไปดูที่เกิดเหตุจริง พาไปพิสูจน์ โดยเชิญคนที่ประชาชนเชื่อมั่น เช่น ผู้นำศาสนาในพื้นที่นั้น เข้าไปตรวจสอบอย่างโปร่งใส ผลออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เดินหน้าต่อ ถ้าทำแบบนี้รัฐก็จะไม่ติดกับดักต้องตอบโต้รายวัน โดยที่ขยับไปไหนไม่ได้เลย”</p>
<p>“ต้องเอาเวลาไปแก้ปัญหาหลัก คือ ทำพื้นที่ให้ปลอดภัย และเรียกความเชื่อมั่นเชื่อใจกลับมา”</p>
<p>พลเรือตรี สมเกียรติ บอกด้วยว่า เรื่องภัยแทรกซ้อนไม่ใช่ <strong>“แกนหลักของปัญหา”</strong> จึงไม่ควรนำมาอธิบายเวลาเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขนาดใหญ่ เพราะอาจจะมีบางส่วนเกิดภัยแทรกซ้อนจริง แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น</p>
<p>ความน่ากังวลของสถานการณ์ของชายแดนใต้ที่บานปลายมาขนาดนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ใช้คำว่า กำลังเกิดการ <strong>“แยกดินแดนโดยพฤตินัย”</strong></p>
<p>“ทุกคนรู้ดีว่าเป้าหมายของฝ่ายก่อการ คือการแยกดินแดน ที่ผ่านมาฝ่ายเรามั่นใจว่าไม่มีทางทำสำเร็จ แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก”</p>
<p>“ในทางพฤตินัย อาจแยกได้แล้ว หรือเกือบจะสำเร็จแล้ว ยิ่งฝ่ายเราทะเลาะกันเอง คนไทยนอกพื้นที่กับในพื้นที่กล่าวหากันเอง ยิ่งทำให้เกิดการแยกดินแดนทางพฤตินัย”</p>
<p>“ส่วนในทางนิตินัย อาจจะยังไม่สำเร็จ แต่เขาก็รอจังหวะ หากมีปัญหา มีการกล่าวหาเรื่องละเมิดสิทธิ และชี้แจงไม่ได้ สร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ สุดท้ายจะยิ่งเข้าทางของฝ่ายก่อการ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/somkiatisoc27082.jpg" alt="Yellow Corporate Business Design Roadmap A4 Document - 27" width="1000" height="600" /></p>
<p>ทัศนะของ พลเรือตรี สมเกียรติ โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ข้อกล่าวหา <strong>“ยิงจาก ฮ.”</strong> สอดคล้องกับ <strong>“บิ๊กเกรียง”</strong> พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่พูดถึงกรณีใช้ ฮ.ลาดตระเวน ในเวลากลางคืน โดยบอกว่า ในยุคของตนไม่เคยทำ และไม่จำเป็นต้องทำ</p>
<p>“การข่าวที่แม่นยำ คือ การข่าวจากมวลชน ถ้าเรามีความต่อเนื่อง ให้ความไว้วางใจกับเขา และเชื่อมั่นในตัวเขา เราก็จะมีโอกาสได้การข่าวที่ชัดเจน นำไปสู่การวางแผนปฏิบัติ เพื่อให้การก่อเหตุชะงักงัน และระงับความรุนแรงได้” พลเอกเกรียงไกร หรือ <strong>“บิ๊กเกรียง”</strong> ระบุ</p>
<p>ก่อนจะบอกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงวันนี้คือ <strong>“โรครัฐทำ”</strong> เมื่อเกิดอะไรขึ้น จะมองว่ารัฐเป็นผู้กระทำไว้ก่อน ปัญหาคือ เมื่อรัฐชี้แจงกลับไม่มีคนเชื่อ</p>
<p>นี่คือการส่งสัญญาณชัดที่สุดจากฝ่ายทหารด้วยกัน!</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4378">สัญญาณจากอดีตทหารใต้ “แยกดินแดนเชิงพฤตินัย” เกิดขึ้นแล้ว</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ดร.ธนภณ&#8217; นำทัพ ววน. ลุยปั้นเยาวชน ชูโมเดล Discovery ดันเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4374</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 11:16:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4374</guid>

					<description><![CDATA[<p>         เปิดวิ</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4374">&#8216;ดร.ธนภณ&#8217; นำทัพ ววน. ลุยปั้นเยาวชน ชูโมเดล Discovery ดันเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4375" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/787406133_122118263763378918_3165505319793654291_n.jpg" alt="" width="716" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/787406133_122118263763378918_3165505319793654291_n.jpg 716w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/787406133_122118263763378918_3165505319793654291_n-300x251.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 716px) 100vw, 716px" /></p>
<p data-path-to-node="1"><b>        </b> <strong>เปิดวิสัยทัศน์ ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการวิจัย นำร่องเปิดตัวหลักสูตร MODULE 1 | DISCOVERY ดึงพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมค้นหา &#8220;ทุนทางวัฒนธรรม&#8221; (Cultural Assets) ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ พลิกโฉมเมืองรองสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<h3 data-path-to-node="2">ถอดรหัสความคิด &#8216;ดร.ธนภณ&#8217; มองเห็นคุณค่าจากสิ่งใกล้ตัว</h3>
<p data-path-to-node="3">         ในการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ ดร.ธนภณ วัฒนกุล ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำกระบวนการทัศน์ (Paradigm Shift) ให้แก่กลุ่มเยาวชน โดยวางรากฐานแนวคิดสำคัญคือ <b data-path-to-node="3" data-index-in-node="163">“เริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว”</b> ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ขาดไม่ได้ก่อนการริเริ่มธุรกิจหรือโครงการใดๆ ในชุมชน</p>
<p data-path-to-node="4">ดร.ธนภณ จะนำทีมลงลึกเจาะประเด็นใน Module 1: Discovery เพื่อสร้างความเข้าใจใน 3 มิติหลัก ได้แก่</p>
<ul data-path-to-node="5">
<li>
<p data-path-to-node="5,0,0">การถอดรหัสว่า <b data-path-to-node="5,0,0" data-index-in-node="14">Cultural Assets</b> หรือทุนทางวัฒนธรรมในความหมายที่แท้จริงคืออะไร?</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,1,0">การสแกนพื้นที่เพื่อระบุว่า อะไรคือทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในชุมชนของตนเอง?</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="5,2,0">กระบวนการปรับมุมมอง เพื่อให้สามารถ &#8220;มองเห็น&#8221; คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตและสิ่งรอบตัว</p>
</li>
</ul>
<p data-path-to-node="6">         โดยหลังจากผ่านกระบวนการเรียนรู้ภายใต้การชี้แนะของ ดร.ธนภณ เยาวชนผู้เข้าร่วมจะต้องนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติจริง (Assignment) เพื่อค้นหา Cultural Assets สำหรับเป็นฐานรากในการตั้งต้น Project ของตนเองต่อไป</p>
<h3 data-path-to-node="7">ผนึกกำลัง &#8216;ดร.ถวิลวดี&#8217; ขับเคลื่อนแผนงานระดับชาติ</h3>
<p data-path-to-node="8">        บทบาทของ ดร.ธนภณ ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการวิจัยระดับชาติเรื่อง <b data-path-to-node="8" data-index-in-node="85">&#8220;การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์&#8221;</b> ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”</p>
<p data-path-to-node="9">        โดยเป็นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับ <b data-path-to-node="9" data-index-in-node="35">ดร.ถวิลวดี บุรีกุล</b> ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) เพื่อให้มั่นใจว่างานวิจัยจะถูกนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนได้จริง</p>
<h3 data-path-to-node="10">เปิดรายชื่อหน่วยงานรัฐหนุนงบประมาณยกระดับพื้นที่</h3>
<p data-path-to-node="11">       โครงการดังกล่าวถือเป็นวาระสำคัญที่ได้รับการจับตา เนื่องจากเป็นการบูรณาการและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานหลักด้านการวิจัยของประเทศ ประกอบด้วย:</p>
<ul data-path-to-node="12">
<li>
<p data-path-to-node="12,0,0">กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="12,1,0">กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="12,2,0">สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)</p>
</li>
<li>
<p data-path-to-node="12,3,0">หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)</p>
</li>
</ul>
<p data-path-to-node="13">        การออกโรงนำทัพของ ดร.ธนภณ ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐ ในการนำเม็ดเงินสนับสนุนงานวิจัยมาแปรสภาพเป็นการสร้างคนและสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่จากฐานรากอย่างแท้จริง</p>
<div class="attachment-container unknown" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4196" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/S__27246612-2.jpg" alt="" width="800" height="138" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/S__27246612-2.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/S__27246612-2-300x52.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/S__27246612-2-768x132.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></div>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4374">&#8216;ดร.ธนภณ&#8217; นำทัพ ววน. ลุยปั้นเยาวชน ชูโมเดล Discovery ดันเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนยุค คสช. &#8211; รัฐบาลน้ำเงินเปิดเก้าอี้ “เลขาฯสมช.” รอบิ๊กทหารอกหัก!</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/4371</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 03:12:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=4371</guid>

					<description><![CDATA[<p>     การโยกย้าย</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4371">ย้อนยุค คสช. &#8211; รัฐบาลน้ำเงินเปิดเก้าอี้ “เลขาฯสมช.” รอบิ๊กทหารอกหัก!</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4372" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsecretary26080.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsecretary26080.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsecretary26080-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/08/nscsecretary26080-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>     การโยกย้ายเลขาธิการ สมช. ตามมติ ครม. 25 ส.ค.69 แม้จะเป็นวันเดียวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ล็อตใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย แต่กลายเป็นจังหวะไม่ค่อยดีนัก เพราะสถานการณ์ไฟใต้กำลังอลหม่านพอดี</strong></p>
<p>การย้าย <strong>“หัวขบวนหน่วยงานความมั่นคงสำคัญ”</strong> ในช่วงนี้ จึงถูกมองโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมีข่าวกระเซ็นกระสายมานานพอสมควรแล้ว</p>
<p>และเหตุผลของการย้าย น่าจะเป็นการ <strong>“เปิดเก้าอี้ &#8211; เปิดตำแหน่ง”</strong> เพื่อแก้ไขปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ลงตัวในกองทัพมากกว่า</p>
<p>การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล วาระประจำปี แม้ในส่วนของกองทัพบก ผบ.ทบ.ไม่ได้เกษียณ แต่เก้าอี้ใน <strong>“5 เสือ ทบ.”</strong> มีขยับ และลุ้นกันหนักมาก</p>
<p>กล่าวคือ พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ นายทหาร ตท.26 รอง ผบ.ทบ. จะเกษียณอายุราชการ ทำให้ตำแหน่ง <strong>“5 เสือ ทบ.”</strong> ว่าง 1 ตำแหน่งแน่นอน</p>
<p>คนที่มีข่าวจะขยับขึ้นแทน คือ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ นายทหาร ตท.26 ผู้ช่วย ผบ.ทบ. / เพื่อรอต่อคิวเป็น ผบ.ทบ.ในปีหน้า ต่อจาก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน โดย พลเอกณรงค์ฤทธิ์ จะเกษียณปี 2571</p>
<p>ส่วน พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ตท.26 เสนาธิการทหารบก จะเกษียณอายุราชการปีหน้า พร้อมกับ ผบ.ทบ. ฉะนั้นขยับหรือไม่ขยับอย่างไรใน 5 เสือ ก็มีค่าเท่ากัน</p>
<p>ขณะที่ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตท.27 หนึ่งเดียวของรุ่นนี้ที่มีโอกาสขึ้นตำแหน่งสูงสุดของกองทัพ เกษียณปี 71 ยังต้องลุ้นต่อไป</p>
<p>ประเด็นคือ ผบ.ทบ. จะขยับใครออกจาก 5 เสือ ไปนั่งเลขาธิการ สมช.</p>
<p>ถ้าเป็น พลเอก อมฤต หรือ <strong>“บิ๊กใหญ่”</strong> ก็จะทำให้หมดโอกาสลุ้น ผบ.ทบ.</p>
<p>แต่ถ้าเป็น พลเอก ชัยพฤกษ์ หรือ <strong>“เสธ.ปูด้วง”</strong> ก็จะทำให้ขึ้นเป็นซี 11 ในตำแหน่งสูงสุดในงานความมั่นคงสายพลเรือน ในปีสุดท้ายของอายุราชการ</p>
<p>งานนี้ถ้าถามใจ <strong>“บิ๊กใหญ่”</strong> พลเอก อมฤต คงไม่อยากย้ายแน่ เนื่องจาก 1 ปีที่เหลือ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ยังมีลุ้นต่อไป แต่ถ้าย้ายข้ามห้วยเป็นเลขาธิการ สมช.จะปิดโอกาสไปเลย 100%</p>
<p>กระแสล่าสุดขณะนี้ เลขาธิการ สมช.คนใหม่ จึงน่าจะเป็น พลเอก ชัยพฤกษ์มากกว่า</p>
<p>หาก พลเอก ชัยพฤกษ์ ข้ามห้วยไปเป็นเลขาธิการ สมช. จะทำให้ตำแหน่งนี้ย้อนกลับมาเป็น <strong>“อะไหล่กองทัพ”</strong> เหมือนห้วงเวลา 9 ปีในยุค คสช.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/nscsecretary26082.jpg" alt="nscsecretary26082" width="1000" height="600" /></p>
<p>ย้อนกลับไปช่วง คสช.เรืองอำนาจ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 สมัย มีการตั้งเลขาธิการ สมช. 5 คน มาจากกองทัพทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหา การไม่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของนายทหารเบอร์ใหญ่บางคนได้</p>
<p>พลเอก ทวีป เนตรนิยม 2 ต.ค.58 ถึง 30 ก.ย.60</p>
<p>พลเอก วัลลภ รักเสนาะ 1 ต.ค.60 ถึง 30 ก.ย.62</p>
<p>พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา 1 ต.ค.62 ถึง 30 ก.ย.63</p>
<p>พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือ <strong>“บิ็กเล็กคนดัง”</strong> 1 ต.ค.63 ถึง 30 ก.ย.64 ภายหลังได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมด้วย</p>
<p>พลเอก สุพจน์ มาลานิยม 1 ต.ค.64 ถึง 30 ก.ย.66</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.isranews.org/article/images/2026/south/8/nscsecretary26083.jpg" alt="nscsecretary26083" width="1000" height="600" /></p>
<p>พอข้ามมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ยุค นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ไม่มีการตั้งเลขาธิการ สมช.ตัวจริง แต่ให้ นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการ สมช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ช่วงวันที่ 1 ต.ค.66 ถึง 18 มี.ค.67</p>
<p>จากนั้นรัฐบาลตัดสินใจตั้ง พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ จากรอง ผบ.ตร. ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งแทน นับเป็นตำรวจคนที่ 2 ต่อจาก พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ข้ามห้วยมานั่งเลขาธิการ สมช. โดย พลตำรวจเอก รอย นั่งเก้าอี้นี้ระหว่างวันที่ 9 มี.ค.67 ถึง 30 ก.ย.67</p>
<p>จากนั้น รัฐบาลเพื่อไทยก็ตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด เป็นเลขาธิการ สมช.ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลภูมิใจไทย กระทั่งถูกย้ายในวันที่ 25 ส.ค.69 ทั้งๆ ที่ยังมีอายุราชการเหลืออีก 1 ปี และก่อนหน้านี้นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าไม่เคยคิดจะย้าย</p>
<p>โดย นายฉัตรชัย ถือเป็นข้าราชการลูกหม้อ สมช.ในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ที่ได้ขึ้นตำแหน่งสูงสุดขององค์กร</p>
<p>ต้องรอดูว่า พลเอก ชัยพฤกษ์ จะข้ามห้วยมาจริงหรือไม่ และเลขาธิการ สมช. จะกลับมาเป็นเก้าอี้อะไหล่กองทัพอีกครั้ง..หรือเปล่า</p>
<p>และ <strong>“ลูกหม้อ สมช.”</strong> ต้องกลายเป็นฝ่าย <strong>“อกหัก”</strong> แทน เพราะต้อง <strong>“ดามอก”</strong> ให้คนจากกองทัพ!</p>
<p><strong>@@ สมช.กลายเป็น “องค์กรไม้ประดับ” ด้อยค่าเชิงนโยบาย</strong></p>
<p>ศาสตราจรารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง กล่าวในรายการ <strong>“เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์”</strong> ทางเนชั่นทีวี ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งพันกลับไปที่ปัญหาในกองทัพ ทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุด และกองทัพบก เมื่อมีตำแหน่งรองเสนาธิการทหารที่ขยับขึ้นไม่ได้ ก็ใช้วิธีสไลด์ข้ามห้วยมาเป็นเบอร์หนึ่งที่ สมช. แทน ซึ่งประเด็นนี้เคยสร้างปัญหาใหญ่มาแล้วในยุครัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จนกลายเป็นคดีความทางกฎหมาย</p>
<p>“ผมว่ามันถึงเวลาหรือยังที่จะลากเส้นแบ่งระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำให้เกิดความชัดเจน ในอดีตตำแหน่งเลขาฯ สมช. เป็นตำแหน่งการเมือง ฝ่ายการเมืองจะตั้งมาเลย ส่วนข้าราชการประจำจะขึ้นสูงสุดแค่ตำแหน่งปลัดกระทรวง ส่วน สมช. เราเอาโมเดลนี้มาจากอเมริกา แต่พอระยะหลังเปลี่ยนระบบ ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง กลายเป็นปัญหามาจนถึงทุกวันนี้&#8230; ถ้าไม่ลากเส้นให้ชัด ก็จะถกเถียงกันไม่จบว่าย้ายทหารมาแล้วดีกว่าหรือไม่”</p>
<p>อาจารย์สุรชาติ ระบุด้วยว่า การที่กองทัพจัดการปัญหาภายในไม่ได้ แล้วโยนคนมาไว้ที่ สมช. ทำให้ สมช.กลายเป็นเพียง <strong>“องค์กรไม้ประดับ”</strong> และสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรนี้แทบไม่มีค่าในเชิงนโยบายความมั่นคงในสายตาผู้มีอำนาจ</p>
<p>The post <a href="https://www.jsdsouth.com/4371">ย้อนยุค คสช. &#8211; รัฐบาลน้ำเงินเปิดเก้าอี้ “เลขาฯสมช.” รอบิ๊กทหารอกหัก!</a> appeared first on <a href="https://www.jsdsouth.com">สำนักข่าว JSD-South</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
