<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักข่าว JSD-South</title>
	<atom:link href="https://www.jsdsouth.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<description>สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 08:21:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2025/11/jsd-south-logo.png</url>
	<title>สำนักข่าว JSD-South</title>
	<link>https://www.jsdsouth.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ผอ.รร.การเมือง ศสว.&#8217; รุกงานมวลชน! นำทีมรุดเยี่ยมอิหม่ามป่วย-ลุยจัดงานเด็กกำพร้ารามัน</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3178</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 08:21:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3178</guid>

					<description><![CDATA[              เ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>   <img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3179" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092133_0.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092133_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092133_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092133_0-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /> </strong></p>
<h2><strong>           เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ความเคลื่อนไหวการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ผอ.รร.การเมือง ศสว.) พร้อมด้วยชุดการเมืองเคลื่อนที่ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาซ่อง</strong><strong>, </strong><strong>ปลัดตำบลอาซ่อง และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านสะโต ซึ่งล้มป่วยด้วยอาการอัมพฤกษ์จนไม่สามารถเดินได้ ณ บ้านพักในพื้นที่ บ้านสะโต ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3180" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092136_0.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092136_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092136_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092136_0-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>       การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนของคณะเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ สร้างความซาบซึ้งและตื้นตันใจให้กับตัวอิหม่ามตลอดจนครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐไม่ได้ทอดทิ้ง แต่กลับแสดงความห่วงใยและให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเปรียบเสมือนญาติมิตร ส่งผลให้อิหม่ามมีขวัญและกำลังใจที่ดีขึ้นมากในการดำเนินชีวิตต่อไปแม้จะอยู่ในภาวะเจ็บป่วย</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3181" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092131_0.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092131_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092131_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092131_0-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>     ต่อมาในเวลา 11.30 น. ของวันเดียวกัน พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร พร้อมคณะชุดเดิม และได้มี หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4115 (หน.ชป.กร. ฉก.ทพ.4115) เข้าร่วมสมทบ ได้เดินทางไปตรวจดูสถานที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมฟังธรรมและเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กกำพร้า ซึ่งมีกำหนดการจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ สถาบันปอเนาะ บ้านสะโต ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3182" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092127_0.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092127_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092127_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/1092127_0-768x432.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>     จากการลงพื้นที่และร่วมพูดคุยหารือกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่ ทั้งยังเป็นการสร้างความรัก ความเข้าใจ ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะทำงานทุกฝ่ายต่างมีความมุ่งหวังเดียวกัน คือเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน และเยาวชนในพื้นที่ที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรม ให้ได้รับความสุขและรอยยิ้มกลับไปอย่างเต็มที่</strong></h2>
<h2><strong> </strong></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือข่ายสตรีฯ ผุดฐานข้อมูลสกัดความรุนแรงครอบครัว</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3168</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:30:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3168</guid>

					<description><![CDATA[               ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="container">
<div id="model-response-message-contentr_2ed90c83817ec441" class="markdown markdown-main-panel stronger enable-updated-hr-color" dir="ltr" aria-live="polite" aria-busy="false">
<p style="text-align: center;" data-path-to-node="0"><b data-path-to-node="0" data-index-in-node="0">     <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3169" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804825_0.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804825_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804825_0-300x169.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804825_0-768x432.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></b></p>
<h2 data-path-to-node="0"><b data-path-to-node="2" data-index-in-node="0">         ความคืบหน้าโครงการส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ตอบสนองต่อความเสมอภาคทางเพศฯ หลังภาคประชาสังคมผนึกกำลังจัดอบรมแกนนำสตรีและเยาวชน “ผู้หญิงกลิ้งโลก” นำร่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 150 คน สำเร็จตามเป้าหมาย เตรียมเดินหน้าด่านที่ 2 ลุยจัดทำฐานข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงในพื้นที่</b></h2>
<h2 data-path-to-node="3">      ภายใต้โครงการการส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ตอบสนองต่อความเสมอภาคทางเพศ ผ่านการเสริมพลังผู้นำสตรีและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก <b data-path-to-node="3" data-index-in-node="291">สหภาพยุโรป (EU)</b></h2>
<h2 data-path-to-node="4"><b data-path-to-node="4" data-index-in-node="0">      มูลนิธิเพื่อนหญิง</b> และ <b data-path-to-node="4" data-index-in-node="22">เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพสามจังหวัดชายแดนใต้ </b> ร่วมกับ <b data-path-to-node="4" data-index-in-node="101">มูลนิธิรักษ์ไทย</b> ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ <b data-path-to-node="4" data-index-in-node="150">“ผู้หญิงกลิ้งโลก”</b> เพื่อปรับฐานคิด สร้างความเข้าใจในมิติความรุนแรงบนฐานเพศ พร้อมบูรณาการการทำงานเชิงรุกผ่านกลไกท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด เพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างยั่งยืน</h2>
<h2 data-path-to-node="6">     การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับแกนนำสตรีและเยาวชนในพื้นที่เป้าหมายรวม 150 คน โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 50 คน <b data-path-to-node="7,0,0" data-index-in-node="0">จังหวัดนราธิวาส</b> จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมตันหยง<b data-path-to-node="7,1,0" data-index-in-node="0">ยะลา</b>จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์พาเลซ และ <b data-path-to-node="7,2,0" data-index-in-node="0">ปัตตานี</b>จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี</h2>
<h2 data-path-to-node="9">      ตลอดการอบรม ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน เพื่อนำไปปรับใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในพื้นที่จริง โดยมีเนื้อหาสำคัญ <b data-path-to-node="10,0,0" data-index-in-node="0">การปรับกาย จิต สมาธิ และให้คำปรึกษา</b>เรียนรู้การเติมพลังบวก เทคนิคการให้คำปรึกษาแบบเสริมพลัง (Empowerment) และการจัดกระบวนการกลุ่มสนับสนุน (Group Support) โดยทีมงานมูลนิธิเพื่อนหญิง</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3170" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804824_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804824_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804824_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804824_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804824_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="10,1,0"><b data-path-to-node="10,1,0" data-index-in-node="0">     กระบวนการไกล่เกลี่ยเชิงสมานฉันท์ </b>มุ่งเน้นการหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดย <b data-path-to-node="10,1,0" data-index-in-node="83">ดร.ศุธาฎา เมฆาวงศกุล</b> ผู้ไกล่เกลี่ยตาม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 กระทรวงยุติธรรม</h2>
<h2 data-path-to-node="10,2,0"><b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="0">     สิทธิทางกฎหมายและการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ</b> ทำความเข้าใจบทบาทของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว โดยมีตัวแทนจากสำนักงานอัยการทั้ง 3 จังหวัด ร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ <b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="270">นายเกียรติยศ ศักดิ์แสง</b> (รองอัยการจังหวัดนราธิวาส) <b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="320">นายเกื้อพงษ์ เกียรติจิรโชติ</b> (อัยการจังหวัดยะลา) <b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="368">นางสาวไอศิการ์ มะธุระ</b> (เจ้าพนักงานคดี) และ <b data-path-to-node="10,2,0" data-index-in-node="411">นายภานุพงศ์ จิตมานะ</b> (นิติกร จากสำนักอัยการจังหวัดปัตตานี)</h2>
<h2 data-path-to-node="10,3,0"><b data-path-to-node="10,3,0" data-index-in-node="0">      การจดบันทึกและวางแผนคุ้มครองสวัสดิภาพ</b> เวิร์กช็อปถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาจริง โดย <b data-path-to-node="10,3,0" data-index-in-node="80">คุณภานิชชา ชมชื่นจิต</b> อนุกรรมการพัฒนาระบบการคุ้มครองเด็ก</h2>
<h2 data-path-to-node="12"><b data-path-to-node="12" data-index-in-node="0">       นางธนวดี ท่าจีน</b> ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง เปิดเผยถึงเป้าหมายสำคัญของโครงการว่า ต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงและเยาวชนในชายแดนใต้มีส่วนร่วมผลักดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ทำงานครอบคลุมทั้งมิติสังคม ความปลอดภัย การรับมือภัยพิบัติ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3171" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804823_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804823_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804823_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804823_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__25804823_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 data-path-to-node="12">     &#8220;กิจกรรมนี้ช่วยเสริมทักษะให้แกนนำสามารถรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาได้อย่างปลอดภัย เรียนรู้กลไกไกล่เกลี่ย การคุ้มครองสิทธิ์ และการประสานงาน นำไปสู่การสร้างเครือข่ายในชุมชนที่เป็นพลังสำคัญในการลดปัญหาความรุนแรง หลังเสร็จสิ้นการอบรมทั้ง 3 รุ่น โครงการจะเดินหน้าสู่ <b data-path-to-node="13,0" data-index-in-node="266">ด่านที่ 2</b> คือการพัฒนาฐานข้อมูลและระบบการทำงานร่วมกัน เพื่อให้แกนนำเชื่อมต่อความช่วยเหลือได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&#8221; นางธนวดี ระบุ</h2>
<h2 data-path-to-node="16">      ตัวแทนแกนนำผู้เข้าร่วมอบรมจากทั้ง 3 จังหวัด ต่างสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการนำความรู้ไปต่อยอดการทำงานในชุมชน</h2>
<p data-path-to-node="17,0"><b data-path-to-node="17,0" data-index-in-node="0">นางฟาอีซะห์ มะหิเละ (ปัตตานี)</b> &#8220;ดีใจที่มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการคุ้มครองสิทธิ์ต่างๆ จากวิทยากรหลายภาคส่วน หวังว่าจะสามารถนำความรู้นี้กลับไปช่วยเหลือชุมชนของตัวเองได้จริงในอนาคต&#8221;</p>
<p data-path-to-node="18,0"><b data-path-to-node="18,0" data-index-in-node="0">นางอัจนาร์ แมดิงแว (นราธิวาส)</b> &#8220;ชื่นชอบกระบวนการเรียนรู้เรื่องการไกล่เกลี่ยมาก ทำให้เข้าใจว่าสถานการณ์แบบใดควรใช้การไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้ไม่กล้าเข้าไปมีส่วนร่วมเพราะขาดทักษะ แต่ตอนนี้เกิดความมั่นใจและเข้าใจกระบวนการมากขึ้น&#8221;</p>
<p data-path-to-node="19,0"><b data-path-to-node="19,0" data-index-in-node="0">นางสูไฮลา ดือเระ (ยะลา)</b> &#8220;การอบรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มพูนทักษะ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิทางกฎหมาย การจัดเก็บข้อมูล และกระบวนการส่งต่อในระบบยุติธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในพื้นที่&#8221;</p>
<h2 data-path-to-node="20">     แม้ภารกิจด่านแรกในการอบรมจะเสร็จสิ้นลง แต่การขับเคลื่อนของเครือข่าย <b data-path-to-node="20" data-index-in-node="68">“ผู้หญิงกลิ้งโลก”</b> ยังคงเดินหน้าต่อ เพื่อเป้าหมายในการสร้างสังคมชายแดนใต้ที่ปลอดภัย เป็นธรรม และปราศจากความรุนแรงบนฐานเพศในทุกมิติ</h2>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จ่อครบ 2 เดือนยิง สส.นราฯ รวมพลังขอดุอา &#8211; เร่งล่าผู้บงการ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3160</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 01:03:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3160</guid>

					<description><![CDATA[21 องค์กรชายแดน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3161" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18050-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>21 องค์กรชายแดนใต้รวมพลังละหมาดฮายัต ยื่น 6 ข้อถึง “นายกฯอนุทิน” หวังฟื้นความเชื่อมั่นไม่ให้พังทลาย – “วันนอร์-กมลศักดิ์” เรียกร้องตำรวจตรวจหลักฐานการใช้โทรศัพท์ เอาผิดกลุ่มผู้บงการสังหาร สส.นราฯให้ได้</strong></h2>
<h2>เหตุการณ์อุกอาจคนร้ายใช้รถ กอ.รมน.และอาวุธสงครามยิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นั้น แม้ตำรวจจะจับกุมทีมปฏิบัติการได้ 5 คน และแจ้งข้อหาทหารเรือ 2 นาย เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มที่ลงมือสังหาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้สังคมหายแคลงใจ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้บงการที่สูงกว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว แต่เมื่อตำรวจทำท่าจะตัดจบคดีแค่นี้ จึงส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมหนักขึ้น</h2>
<h2>ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.69 ที่จังหวัดยะลา มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของภาคประชาชน เมื่อสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) จับมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชนในพื้นที่รวม 21 องค์กร อาทิ ศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดยะลา เครือข่ายผู้นำอิสลามปาตานี องค์กรผู้หญิงปาตานี และมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ร่วมกันจัดกิจกรรม <strong>“ละหมาดฮายัตขอดุอา ขอให้พี่น้องภาคใต้ปลอดภัยร่วมกัน”</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3162" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18053-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ประเด็นที่น่าจับตาก็คือ กิจกรรมครั้งนี้มีบุคคลสำคัญในพื้นที่เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมพิธีอย่างใกล้ชิด ทั้ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายอับดุลบาซิ เจ๊ะมะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และ สส.พรรคประชาชาติ</h2>
<h2>ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศแถลงการณ์ร่วมในหัวข้อ <strong>“เสียงดุอายืนยันศักดิ์ศรีและความยุติธรรม”</strong> ซึ่งเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า การรวมตัวกันของภาคประชาสังคมและผู้นำศาสนาในครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองเพื่อปกป้องกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการลุกขึ้นมาปกป้อง <strong>“คุณค่าของชีวิตมนุษย์”</strong> ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก</h2>
<h2>แกนนำภาคประชาสังคมชี้ว่า ระยะหลังมานี้ความรุนแรงไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักข่าว นักกิจกรรม ผู้นำศาสนา หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ล้วนตกเป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะกรณีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าพื้นที่สาธารณะของภาคประชาชนกำลังถูกบีบให้แคบลงด้วยกระสุนปืน</h2>
<h2>“ความเห็นต่างทางการเมือง ศาสนา หรืออัตลักษณ์ ไม่ควรถูกตอบโต้ด้วยความเกลียดชัง การคุกคาม หรือความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ</h2>
<h2>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดโปงถึง <strong>“ภัยคุกคามรูปแบบใหม่”</strong> ที่น่ากลัวไม่แพ้อาวุธสงคราม นั่นคือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ (IO) ในโลกออนไลน์ ที่มีการระดมสรรพกำลังมาบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างวาทกรรมแบ่งแยก และด้อยค่าผู้เห็นต่างอย่างเป็นระบบและขบวนการ ซึ่งกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้ความเกลียดชังในพื้นที่ขยายวงกว้าง</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3163" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18054-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>โอกาสนี้ กลุ่มภาคประชาสังคมชายแดนใต้ได้ยื่นหนังสือด่วนที่สุดส่งตรงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผ่านทาง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เพื่อสะท้อนเสียงของคนในพื้นที่ และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำงาน โดยกางข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 6 ข้อ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Trust) ที่พังทลายลง</h2>
<h2>1. เร่งรัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน ศาสนสถาน และตลาด</h2>
<h2>2.ส่งเสริมการสื่อสารเพื่อสันติภาพ สกัดกั้นข่าวลวงและถ้อยคำสร้างความแตกแยกอย่างจริงจัง</h2>
<h2>3.สนับสนุนสื่อมวลชนและสื่อในพื้นที่ให้สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้อย่างอิสระ รอบด้าน และสร้างสรรค์</h2>
<h2>4.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา เยาวชน สตรี และผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่จัดฉากรับฟังแค่บางกลุ่ม</h2>
<h2>5.ฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและการบริหารงานของรัฐ โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากล</h2>
<h2>6.หนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่องและจริงใจ โดยต้องให้คนในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่อำนาจรัฐส่วนกลาง</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3164" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/hajatprayerkamonsak18052-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ “แวยูแฮ – วันนอร์” ประสานเสียงจี้ตำรวจเร่งสืบข้อมูลโทรศัพท์ ล่าผู้บงการยิง สส.</strong></h2>
<h2>นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือ <strong>“สส.แวยูแฮ”</strong> เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นพิธีว่า ปัจจุบันคดีคนร้ายลอบสังหารตน มีผู้ต้องหารวมแล้ว 7 คน พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนให้อัยการ และพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลในลำดับต่อไป</h2>
<h2>ในอีก 2 วันข้างหน้าจะครบ 2 เดือนเต็มหลังจากเกิดเหตุ แม้ช่วงนี้กระแสข่าวจะดูเงียบไป แต่ตนและทีมทนายความยังคงประชุมและทำงานกันอย่างหนักทุกวัน โดยมองว่าตำรวจไม่ควรหยุดการสืบสวนสอบสวนอยู่แค่ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือ <strong>“ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง”</strong></h2>
<h2>“หากเราไม่สาวไปให้ถึงที่สุด เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนั้น ใครอยู่เบื้องหลัง มีวัตถุประสงค์อะไร และทำไปเพื่ออะไร สิ่งสำคัญที่สุดที่เรากำลังรอคอยและติดตามอย่างใกล้ชิด คือ <strong>‘หลักฐานการเชื่อมโยงทางโทรศัพท์’</strong> เพราะหลักฐานทางโทรศัพท์นี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีใครบ้างที่ติดต่อบงการอยู่เบื้องหลังผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่ถูกจับกุมไปแล้ว” นายกมลศักดิ์ ระบุ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3165" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__15220740-768x512.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกันแสดงพลังละหมาดขอพรให้เกิดความปลอดภัย ตนอยากชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ สส.กมลศักดิ์ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของทนายความสิทธิมนุษยชนและทีมงานเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึงปัญหาความไม่ยุติธรรมที่กดทับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน</h2>
<h2>“ทนายความ (หมายถึง นายกมลศักดิ์ ซึ่งเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนด้วย) ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำร้ายหรือทรยศใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาไม่ยอมก้มหัวให้กับอธรรม และการที่ประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากในวันนี้ คือข้อพิสูจน์ว่าประชาชนไม่ยอมรับความชั่วร้าย”</h2>
<h2>“ตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน ทั้งคนขับรถและคนยิง แต่เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะเราต้องรู้ให้ได้ว่า <strong>‘</strong><strong>ใครอยู่เบื้องหลัง’</strong> ใครคือนายทุนที่จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อสั่งการเรื่องนี้ เราต้องไม่ยอมแพ้ต่ออิทธิพล และต้องไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงิน” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว</h2>
<h2><strong>@@ คุยผู้ว่านราฯ &#8211; ตำรวจ ยังต้องการหลักฐานเพิ่ม</strong></h2>
<h2>ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หากใครพบเห็นหรือมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่ทำร้าย สส.กมลศักดิ์ ขอให้ช่วยกันแจ้งข้อมูล อย่าไปกลัวหรือกังวล หากสามารถมาเป็นพยานอย่างเปิดเผยได้จะดีมาก แต่หากไม่อยากเปิดเผยตัว ก็สามารถเขียนเป็นจดหมายมาบอกเล่าได้ โดยทางทีมงานพร้อมจะดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่</h2>
<h2>“ผมได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะทำคดีอย่างเต็มที่ แต่ยังต้องการพยานหลักฐานเพิ่ม เพื่อลากตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมารับโทษให้ได้ และผมยินดีที่จะรับหนังสือร้องเรียน เพื่อนำไปเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป เพื่อให้คดีนี้ได้รับความเป็นธรรมและเป็นบทเรียนแก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างถึงที่สุด” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวทิ้งท้าย</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กัสตูรี่” ขึ้นเวทีตุรกี อ้างเป็นตัวแทนมลายูปัตตานี &#8211; จี้ไทยยอมรับประวัติศาสตร์</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3156</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 00:57:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ปข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3156</guid>

					<description><![CDATA[“พูโล” โผล่ถี่!]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3157" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18050.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18050.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18050-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18050-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>“พูโล” โผล่ถี่! “กัสตูรี่” ปรากฏตัวเวทีตุรกี ชูธงตัวแทนการเมืองปัตตานี จี้รัฐไทยยอมรับประวัติศาสตร์ คาดขยับหาพื้นที่ให้กลุ่มตัวเอง หลังรัฐบาลอนุทินตั้งหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขรอบใหม่</strong></h2>
<h2>สถานการณ์ความเคลื่อนไหวในต่างประเทศที่เชื่อมโยงกับมิติความมั่นคงและกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายหลัง นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามในคำสั่งตั้งหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขคนใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ว่า <strong>“หัวหน้าการพูดคุยฯ”</strong></h2>
<h2>อ่านประกอบ : <a href="https://www.isranews.org/article/south-news/other-news/146941-thanatchiefpeacedialogue.html">“สส.พรรคส้ม” ขานรับตั้ง “ผอ.ข่าวกรองฯ” คุมพูดคุยดับไฟใต้</a></h2>
<h2>ล่าสุด มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ที่เมือง Kocaeli ประเทศตุรกี ได้มีการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ว่าด้วยวัฒนธรรมและอารยธรรมอิสลาม ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อหลักประจำปี คือ <strong>“ชาวมุสลิมที่เป็นชนกลุ่มน้อย”</strong></h2>
<h2>ไฮไลต์สำคัญที่เกี่ยวกับประเทศไทย และปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก็คือ งานนี้มีการปรากฏตัวและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของ นายกัสตูรี่ มะห์โกตา ประธานขบวนการปลดปล่อยสหปัตตานี หรือ PULO (พูโล) ด้วย</h2>
<h2>นายกัสตูรี่ ได้ใช้เวทีเสวนาระดับนานาชาติ นำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ <strong>“ปัตตานี”</strong> ในฐานะที่อ้างตนเองว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มชนมุสลิมที่เป็นประชากรส่วนน้อยในพื้นที่ความขัดแย้ง</h2>
<h2><strong>“ทีมข่าวอิศรา”</strong> ได้รับคลิปการกล่าวสุนทรพจน์ของ นายกัสตูรี่ จึงได้แปลสรุปสาระสำคัญที่น่าสนใจมานำเสนอดังนี้</h2>
<h2>นายกัสตูรี่ เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นความแตกต่างของนิยามพื้นที่ โดยระบุว่าในทางราชการไทย มักใช้คำว่า SBP (Southern Border Provinces) หรือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหมายถึง จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของจังหวัดสงขลา แต่หากมองจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมแล้ว <strong>“ภูมิภาคปัตตานีดั้งเดิม”</strong> มีขอบเขตทางการเมืองและอารยธรรมที่กว้างขวางกว่านั้น โดยครอบคลุมไปถึง จังหวัดสตูล ซึ่งสะท้อนถึงขอบเขตของอาณาจักรสุลต่านมลายูปัตตานีในอดีต</h2>
<h2>นายกัสตูรี่ ชี้ว่า ความแตกต่างและความไม่สอดคล้องกันในการนิยามขอบเขตพื้นที่ตรงนี้ แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของการต่อสู้และการโต้แย้งที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในเรื่องของประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และความชอบธรรมทางการเมืองภายในภูมิภาคแห่งนี้</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3158" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/kasturiturkey18052-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>เขายังเน้นย้ำว่าประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูมุสลิม มีภาษามลายูปัตตานีเป็นอัตลักษณ์ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับภาษามาเลเซียและอินโดนีเซีย (บาฮาซา) ทว่าปัจจุบันพื้นที่นี้กลับกลายเป็นภูมิภาคที่ถูกละเลย ถูกทำให้กลายเป็นพื้นที่ชายขอบทางเศรษฐกิจของไทย และมีการบังคับใช้มาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มงวดหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย</h2>
<h2>ประธานพูโล ได้จำแนกความท้าทายในปัจจุบันของดินแดนปัตตานี โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก คือ</h2>
<h2>&#8211; มิติทางวัฒนธรรม การถูกทำให้กลายเป็นคนชายขอบของภาษามลายู โดยเฉพาะ <strong>“อักษรและภาษายาวี”</strong> ไม่ได้รับการยอมรับในสถาบันที่เป็นทางการของรัฐ ทำให้เกิดช่องว่างเชิงโครงสร้างระหว่างรัฐกับคนท้องถิ่น</h2>
<h2>&#8211; มิติความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน โดยเขาอ้างถึงรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการควบคุมตัวโดยมิชอบ แนวปฏิบัติที่อยู่นอกกระบวนการยุติธรรม และกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบที่จำกัดของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสร้างความไม่เชื่อมั่นในสายตาประชาชน</h2>
<h2>&#8211; มิติเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง, โอกาสที่จำกัด และนโยบายการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับท้องถิ่น เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประธานพูโลนำมาสะท้อน</h2>
<h2>ที่น่าสนใจคือ นายกัสตูรี่ได้ส่งสัญญาณถึงสถานะของขบวนการเคลื่อนไหวบนเวทีโลก โดยระบุว่า “การพูดคุยเกี่ยวกับปัตตานีที่มีความหมายใดๆ ก็ตาม จะต้องยอมรับกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เป็นผู้สะท้อนความทะยานอยากทางการเมือง (Political aspiration) ของประชากรมลายูมุสลิมด้วย ซึ่งรวมไปถึงองค์กรต่างๆ เช่น พูโล ขบวนการเหล่านี้ตีกรอบการต่อสู้ในเรื่องสิทธิการกำหนดชะตากรรมของตนเอง (Right to Self-determination) ศักดิ์ศรี และความยุติธรรม</h2>
<h2>“การเพิกเฉยต่อความจริงเหล่านี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขความขัดแย้ง หากแต่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งดำเนินต่อไป” เขากล่าว</h2>
<h2>ในช่วงท้าย นายกัสตูรี่ ได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัตตานีกับความขัดแย้งในภูมิภาคอาเซียน โดยยกกรณี <strong>“อาเจะห์”</strong> ประเทศอินโดนีเซีย ที่ใช้การมอบอำนาจการปกครองตนเองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการลดความขัดแย้ง และกรณี <strong>“มินดาเนา”</strong> ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ใช้การเจรจาอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การจัดตั้งเขตปกครองตนเองบังซาโมโร</h2>
<h2>เขายังเสนอหลักการสำคัญ 4 ประการเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ได้แก่</h2>
<h2>&#8211; การยอมรับในอัตลักษณ์ ทั้งทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยสองสิ่งนี้ต้องได้รับเคารพและปกป้อง</h2>
<h2>&#8211; ความยุติธรรมและความรับผิดชอบ</h2>
<h2>&#8211; การเจรจาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน ต้องให้ภาคประชาสังคมและกลุ่มชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่มีแค่คู่ขัดแย้งหลัก</h2>
<h2>&#8211; การปกครองตนเองที่มีความหมาย การกระจายอำนาจหรือการปกครองตนเอง เพื่อสร้างกรอบการอยู่ร่วมกัน</h2>
<h2>“เรื่องราวของปัตตานีไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นปัญหาภายในภูมิภาคเท่านั้น แต่มันสะท้อนเห็นถึงความท้าทายในระดับโลก&#8230; สันติภาพไม่อาจบรรลุได้ด้วยความเงียบงันหรือการกดขี่ แต่จะเกิดขึ้นได้ด้วยความเข้าใจ การเจรจา และความกล้าหาญ” นายกัสตูรี่ กล่าว</h2>
<h2><strong>@@ ย้อนบทบาท “กัสตูรี่” เกาะขบวนพูดคุย-เจรจา</strong></h2>
<h2>อนึ่ง เมื่อปลายปีที่แล้ว ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยประเด็นชนกลุ่มน้อย สมัยที่ 18 นายกัสตูรี่ ได้ใช้โอกาสขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว และได้มีการแชร์ภาพในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแพร่ข่าวสารด้วย</h2>
<h2>อ่านประกอบ : <a href="https://www.isranews.org/article/south-slide/143644-unpulo.html">“พูโล” ฉวยจังหวะแชร์ภาพบนเวทียูเอ็น</a></h2>
<h2>สำหรับ นายกัสตูรี่ และองค์กรพูโลที่เขาเป็นประธาน ได้แสดงท่าทีและความพร้อมในการร่วมโต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐในทุกรอบ โดยเฉพาะโต๊ะพูดคุยที่ทำร่วมกันกับ <strong>“กลุ่มมารา ปาตานี”</strong> ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่การพูดคุยรอบนั้นก็ล้มเหลว กระทั่งในระยะต่อมา รัฐบาลไทยมักให้น้ำหนักการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นหลักเท่านั้น ทำให้ขบวนการต่อสู้กลุ่มอื่นๆ พยายามแสดงบทบาทเพื่อให้มีพื้นที่ในกระบวนการพูดคุยสันติสุข โดยเฉพาะกลุ่มพูโล ปีกที่นำโดย นายกัสตูรี่ มะห์โกตา ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดน</h2>
<h2>นอกจากการเคลื่อนไหวผ่านเวทีการเมืองในต่างประเทศแล้ว กลุ่มพูโลยังแสดงตัวตนและศักยภาพผ่านการก่อเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย โดยเหตุการณ์ล่าสุดที่มีการลอบวางระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ที่ นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ปัตตานี อ.ปะนาเระ ฝ่ายความมั่นคงก็เชื่อว่าอาจเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มพูโล</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะแผนลับดับไฟใต้ &#8211; ใช้พรรค PAS เปิดเจรจา “ผู้นำตัวจริง BRN”</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3149</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 00:54:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์พิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3149</guid>

					<description><![CDATA[ตลอดระยะเวลา 22]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3150" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn180500-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>ตลอดระยะเวลา 22 ปีของไฟใต้ที่ยังคงคุกรุ่น รัฐบาลไทยทุกชุดถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่ากำลัง “ชกลม” กับศัตรูที่ไม่มีตัวตนอยู่หรือไม่?</strong></h2>
<h2>ท่ามกลางกระบวนการสันติภาพที่ซบเซามากว่าทศวรรษ ข้อมูลลับที่ปรากฏออกมาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ความรุนแรงไม่เคยยุติลงได้จริง สาเหตุสำคัญอาจเป็นเพราะรัฐบาลกำลัง <strong>“คุยผิดคน”</strong> อยู่ก็เป็นได้</h2>
<h2>เพราะตัวจริงผู้กุมบังเหียนขบวนการ BRN ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด</h2>
<h2>แหล่งข่าวระดับสูงในแวดวงความมั่นคง เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ BRN มีความแข็งแกร่ง คือการวางโครงสร้างในแบบที่ไม่ใช้ <strong>“ผู้นำเดี่ยว”</strong> แต่เป็นรูปแบบ <strong>“คณะบุคคล”</strong> ที่เรียกว่า <strong>“สภาซูรอ”</strong></h2>
<h2>สภานี้เปรียบเสมือน <strong>“คณะรัฐมนตรีเงา”</strong> ประกอบด้วยผู้นำ 10-15 คน รับผิดชอบ <strong>“6 กระทรวง”</strong> หรือ <strong>“6 สายงาน”</strong> ของ <strong>“รัฐเงา”</strong> ที่แทรกซึม แทรกซ้อนอยู่ในทุกมิติของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกเขาบางส่วนเรียกว่าดินแดน <strong>“ปาตานี”</strong> หรือ <strong>“ปัตตานี”</strong></h2>
<h2>องคาพยพต่างๆ ที่ BRN เข้าแทรกซึม มีตั้งแต่สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงหน่วยงานราชการ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3151" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18052-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>โดยมี 3 ผู้นำจิตวิญญาณและสายบังคับบัญชาที่แท้จริง ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำอูลามา ควบคุมเครือข่ายครูสอนศาสนากระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เป็นผู้ปลูกฝังอุดมการณ์และควบคุมมวลชน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเรียกว่า <strong>“การบ่มเพาะ”</strong> ให้เกิดการต่อสู้และต่อต้านอำนาจรัฐไทย</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมฝ่ายกองกำลัง ซึ่งมีกำลังหลักฝ่ายทหารประมาณ 2,000 คน และแนวร่วมกองหนุนโดยตรง ประมาณ 1,000 คน</h2>
<h2>&#8211; ผู้นำที่ควบคุมสายงานบริหาร ซึ่งแปรนโยบายจากสภาองค์กรนำไปสู่ฝ่ายปฏิบัติการ</h2>
<h2>แหล่งข่าวระบุว่า ตลอดมาฝ่ายความมั่นคงของไทยตกอยู่ใน <strong>“วงจรข้อมูลที่จำกัด”</strong> และเปิดโต๊ะพูดคุยเฉพาะกับระดับ <strong>“ผู้ประสานงาน”</strong> ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจสั่งการ หรือตัดสินใจอย่างแท้จริง แม้จะมีตัวแทนจากรัฐบาลมาเลเซียเป็น<strong> “ผู้อำนวยความสะดวก”</strong> แล้วก็ตาม</h2>
<p style="text-align: center;">
<h2><strong>@@ แง้ม “ยุทธศาสตร์ลับ” ชงอดีตที่ปรึกษาประธานอาเซียน</strong></h2>
<h2>จากการตรวจสอบของแหล่งข่าว ยังพบเอกสาร <strong>“ลับที่สุด”</strong> ที่จัดทำขึ้นราวๆ เดือนเมษายน 2568 เป็นข้อเสนอการเจรจาทางลับที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่เป็น <strong>“ที่ปรึกษาประธานอาเซียน”</strong> ของ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียในขณะนั้น เป็นผู้ดำริขึ้น เพื่อหวังจัดการปัญหาชายแดนภาคใต้ให้จบลงในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ขณะนั้นเป็นรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร)</h2>
<h2>เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาไฟใต้รอบปัจจุบันที่ยืดเยื้อมากว่า 22 ปีปะทุรุนแรงขึ้นในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (ช่วงระหว่างปี 2544-2548) จากเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จากนั้นก็มีการสร้างสถานการณ์ในลักษณะการก่อความไม่สงบ หรือ insurgency ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลามากกว่า 22 ปี</h2>
<h2>หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ปัญหาไฟใต้ที่ปะทุขึ้น และประสบกับภาวะยืดเยื้อ มีเหตุปัจจัยหนึ่งจากการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจผิดพลาดของนายทักษิณ ทำให้เขาพยายามมาตลอดที่จะแก้ไขและจบปัญหานี้ให้ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในรัฐบาลของน้องสาว คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2554-2557 มีการเปิดโต๊ะพูดคุยสันติภาพอย่างเปิดเผย เป็นทางการครั้งแรก และมีการพบปะพูดคุยทางลับอีกหลายครั้งภายใต้การอำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซีย แม้แต่การพบปะระหว่างผู้นำกลุ่มขบวนการต่างๆ กับนายทักษิณเองที่ประเทศมาเลเซียก็ยังเคยเกิดขึ้นในช่วงที่เขายังพำนักอยู่ในต่างประเทศ</h2>
<h2>กระทั่งปี 2566 อดีตนายกฯทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย และพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ ประกอบกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม เพื่อนสนิทของเขา ขึ้นเป็นผู้นำมาเลเซีย และเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นโอกาสสำคัญของการจัดการปัญหาไฟใต้ โดยมีรัฐบาลมาเลเซียร่วมมืออย่างแข็งขัน</h2>
<h2>เพราะกุญแจสำคัญของปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย อยู่ที่ <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> ซึ่งมีข้อมูลการข่าวยืนยันว่า พำนักอยู่ที่มาเลเซีย</h2>
<h2>ด้วยเหตุนี้ จึงมีข่าวมาตลอดว่า อดีตนายกฯทักษิณ มอบหมายให้ทีมงานที่ตนไว้วางใจ จัดทำยุทธศาสตร์ <strong>“ดับไฟใต้”</strong> ที่ปิดช่องโหว่ของกระบวนการจัดการปัญหาที่ผ่านๆ มาให้ได้มากที่สุด</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3153" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18054-1-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดแผน 7 เดือน “เจรจาตัวจริง” ปิดเกมไฟใต้</strong></h2>
<h2>แหล่งข่าวในแวดวงความมั่นคง เผยว่า มีเอกสารที่เชื่อกันว่าเป็น <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> ที่เสนอไปยังอดีตนายกฯทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน</h2>
<h2>อย่างไรก็ดี ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์นี้ถูกเสนอถึงมืออดีตนายกฯทักษิณหรือยัง และหากเสนอถึงมือแล้ว ก็ไม่ชัดว่าอดีตนายกฯเห็นชอบหรือไม่ และได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว</h2>
<h2><strong>“เอกสารลับ”</strong> สรุปยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการภายใต้กรอบเวลา 7 เดือน ดังนี้</h2>
<h2>เดือนที่ 1-2 สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการสนับสนุนให้แกนนำ BRN ไปประกอบพิธีฮัจญ์ พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับความต้องการอื่นๆ</h2>
<h2>เดือนที่ 3-5 เริ่มการเจรจาทางลับเพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงของสภาองค์กรนำ โดยมีพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซียเป็นตัวกลาง</h2>
<h2>สำหรับ <strong>“พรรค PAS”</strong> คือพรรคการเมืองของมาเลเซียซึ่งมีอิทธิพลสูงในรัฐทางตอนเหนือของประเทศที่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะกลันตัน ตรังกานู เปอร์ลิส และเคดาห์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งพำนักของบรรดาแกนนำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 6 ปิดจ็อบการเจรจา โดยเสนอ <strong>“ทางลง”</strong> หรือ <strong>“ทางออกที่พอยอมรับกันได้”</strong> ให้แก่ผู้นำ BRN</h2>
<h2>เดือนที่ 7 สิ้นสุดสถานการณ์ ผู้นำเข้าสู่กระบวนการดูแลและรับรองความปลอดภัยของรัฐบาล</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3154" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/disbandbrn18055-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ เปิดรายชื่อ “สภาองค์กรนำ” พร้อมข้อเสนอ “วางมือ”</strong></h2>
<h2>จะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของ <strong>“ยุทธศาสตร์ลับ”</strong> คือการเข้าถึง <strong>“ผู้นำตัวจริงของ BRN”</strong> โดยใช้กลไกของพรรค PAS และสันติบาลมาเลเซีย ซึ่งรับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี</h2>
<h2>สำหรับรายชื่อแกนนำเป้าหมาย ประกอบด้วย</h2>
<h2>&#8211; บือราเฮง ปะจูศาลา ผู้นำจิตวิญญาณในสภาซูรอ</h2>
<h2>&#8211; ดูนเลาะ แวมะนอ (เปาะซูลอ) ประธานสภาอูลามา</h2>
<h2>&#8211; เด็ง อะแวจิ (เปาะวอเด็ง) ที่ปรึกษาฝ่ายทหาร</h2>
<h2>&#8211; อิบรอน หรือ อารฟาน บินอับดุลฮามิด เลขาธิการสภาองค์กรนำ</h2>
<h2>เนื้อหาในเอกสารลับยังระบุชัดเจนถึงข้อเสนอเพื่อให้ผู้นำเหล่านี้ยุติบทบาทการต่อสู้ ทั้งการดูเรื่องสวัสดิการระยะยาวทั้งตัวเองและครอบครัว ตลอดจนตำแหน่งทางการเมือง เช่น สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือตำแหน่งในหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เช่น ที่ปรึกษา ศอ.บต. หรือที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภายใต้หลักอิสลาม</h2>
<h2>พร้อมพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม หรือยกเลิกหมายจับ</h2>
<h2>นอกจากการเจรจาระดับบน แผนลับนี้ยังระบุถึงยุทธศาสตร์เชิงรุก 1-2 ปี เพื่อทำลายรากฐาน BRN โดยการจับกุม RKK (หน่วยรบขนาดเล็กที่ผ่านการฝึกแบบจรยุทธ์), สกัดกั้นเครือข่ายผู้หญิง และนักศึกษามุสลิมในต่างประเทศ, ให้ผู้นำจิตวิญญาณที่ยอมรับกระบวนการสันติภาพ ออกมาแก้ต่างว่าการต่อสู้ของบรรดานักรบไม่ใช่ <strong>“ญิฮาด”</strong> พร้อมดำเนินการกับสถาบันการศึกษาในเครือข่ายที่เชื่อว่ามีการบ่มเพาะ</h2>
<h2>แต่การดำเนินการจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และไม่มีปฏิบัติการนอกกฎหมายหรือนอกกระบวนการยุติธรรม</h2>
<h2><strong>@@ เปิดหมด! 4 ยุทธศาสตร์ ยุติเป้าหมายสุดท้าย BRN</strong></h2>
<h2>รายละเอียดแผนระยะกลางและระยะยาว ที่มีกรอบเวลาดำเนินการ 1-2 ปี คือประสานกับการเจรจากับผู้นำ BRN ตัวจริง โดยมีพรรค PAS และสันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย เป็นผู้ประสานงาน</h2>
<h2>ยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการ ประกอบด้วย</h2>
<h2>1.Counter Shadow State</h2>
<h2>&#8211; สกัดกั้นปฏิบัติการใต้ดินของ BRN<br />
&#8211; เปิดช่องทางลงให้ผู้นำ BRN<br />
&#8211; จับกุม RKK ในพื้นที่<br />
&#8211; เปิดเผยบทบาทกลุ่มสนับสนุน BRN และจับกุม<br />
&#8211; สกัดกั้นการดำเนินกิจกรรมของ BRN กับ นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในต่างประเทศ</h2>
<h2>2. CVE Strategy</h2>
<h2>&#8211; ต่อต้านการเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งในกลุ่มเยาวชนอย่างเป็นระบบ<br />
&#8211; ผู้นำจิตวิญญาณ BRN ทำความเข้าใจกับเยาวชนในพื้นที่ว่าการต่อสู้ไม่ใช่ญิฮาด และปัตตานีหรือจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ <strong>“ดินแดนดารุลฮารบี”</strong></h2>
<h2>3. Counter Financing</h2>
<h2>&#8211; ระบุแหล่งเงินทุนของ BRN เช่น ค่าสมาชิก กิจการทางธุรกิจ ทั้งในไทยและมาเลเซีย<br />
&#8211; กีดขวางเส้นทางการสนับสนุนการเงินแก่ BRN เช่น ตรวจบัญชีสถานศึกษาในเครือข่าย, มูลนิธิ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในมาเลเซีย หากพบความผิดปกติต้องปิดบัญชีทั้งหมด โดยดำเนินการร่วมกับมาเลเซีย</h2>
<h2>4. Human Rights Protection</h2>
<h2>&#8211; ปฏิบัติการบนพื้นที่ฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่มีการทรมาน หรือวิสามัญฆาตกรรม ตลอดจนการคุกคามโดยภาครัฐ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากพรรค PAS สันติบาลท้องถิ่นมาเลเซีย และมวลชนในมาเลเซีย</h2>
<h2></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กอ.รมน.โทษสื่อปล่อย “เฟคนิวส์” &#8211; ที่แท้ จนท.ส่งรัวๆ ภาพเพลิงโหมนิคมฮาลาล</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3145</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 May 2026 01:24:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3145</guid>

					<description><![CDATA[   กอ.รมน.มึนโท]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>  <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3146" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17052-1.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17052-1.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17052-1-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17052-1-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></strong></p>
<h2><strong>กอ.รมน.มึนโทษสื่อเสนอเฟคนิวส์ระเบิด-ไฟลุกนิคมฮาลาลปัตตานี ท้้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ปูดภาพข่าวน่าสะพรึง มีเจ้าหน้าที่ส่งรัวๆ ในกลุ่มไลน์สื่อมวลชน ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทุกสำนัก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ออกโรงจี้ให้ใช้ภาพจากช่องทางที่เป็นทางการ แต่หน่วยงานเองกลับเงียบหายหลังเกิดเหตุข้ามวัน เพิ่งโผล่ส่งข่าว แถมโวยสื่อซ้ำ</strong></h2>
<h2><strong>กลายเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที หลังปรากฏข่าวและภาพถ่ายเหตุการณ์ความไม่สงบภายในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ปัตตานี แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ โดยมีการส่งภาพเพลิงไหม้รุนแรงมาประกอบ จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับสาธารณชน ก่อนที่หน่วยงานความมั่นคง อย่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า “ไม่เป็นความจริง”</strong></h2>
<h2><strong>วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.69 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าว หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. และสื่อมวลชนทุกแขนงเสนอข่าวและภาพข่าวนี้ตลอดทั้งวันของวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.</strong></h2>
<h2><strong>กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า “จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลข่าวสารบางส่วนเกี่ยวกับเหตุระเบิดภายในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี โดยมีการกล่าวอ้างว่า เป็นข้อมูลและภาพจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.นั้น</strong></h2>
<h2><strong>จากการตรวจสอบพบว่า ภาพที่นำมาประกอบไม่ใช่ภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานแต่อย่างใด” แถลงการณ์ระบุ</strong></h2>
<h2><strong>นอกจากนี้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังนำภาพเพลิงลุกไหม้น่ากลัว ที่เสนอในสื่อทุกสำนัก รวมถึงศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ไปนำเสนอประกอบกับแถลงการณ์ และทำเครื่องหมายตีตราว่า “</strong><strong>Fake News” </strong><strong>ซึ่งหมายถึง “ข่าวปลอม” ด้วย</strong></h2>
<h2><strong>เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงวิเคราะห์เสริม โดยอ้างว่าการจงใจนำภาพเพลิงไหม้ขนาดใหญ่มาผูกโยงกับเหตุระเบิดในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดปัตตานี อาจหวังผลในการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในมิติเศรษฐกิจและการลงทุนที่กำลังฟื้นตัว ทำให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. แสดงความกังวลว่า การนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือขาดการตรวจสอบอย่างรอบด้าน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศและความเชื่อมั่นในพื้นที่ และอาจถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปขยายผลสร้างความสับสนในสังคมวงกว้าง</strong></h2>
<h2><strong>โอกาสนี้ ยังมีการแจ้งขอความร่วมมือให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการก่อนนำเสนอทุกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่อ่อนไหวและกระทบต่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ทุกภาคส่วนยึดหลักข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้ในการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่รอบด้าน อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งความเชื่อมั่นและความสงบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน</strong></h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3147" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17051.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17051.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17051-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/fnsouth17051-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2><strong>@@ </strong><strong>ย้อนตรวจสอบที่มา “ภาพเพลิงโหม” ที่แท้ จนท.ส่งรัวๆ</strong></h2>
<h2><strong>จากการตรวจสอบย้อนหลังของ “ทีมข่าวอิศรา” พบว่า สื่อมวลชนทั้งกระแสหลัก และสื่อทางเลือก ทุกสำนัก ทุกเพจ ล้วนนำเสนอภาพข่าวนี้เป็นภาพเดียวกันเกือบทั้งหมด เนื่องจากได้รับการแชร์ภาพจากกลุ่มไลน์ที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ ใช้ประสานงานกับสื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่</strong></h2>
<h2><strong>กลุ่มไลน์ลักษณะนี้มีหลายกลุ่ม บางกลุ่มเปิดโดยผู้สื่อข่าวเอง แล้วเชิญเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่ม ขณะที่บางกลุ่มไลน์ เปิดโดยเจ้าหน้าที่เอง และเชิญสื่อมวลชนหลายๆ สำนักเข้าไปเป็นสมาชิก</strong></h2>
<h2><strong>เมื่อตรวจสอบเฉพาะข่าวและภาพข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงที่นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ปัตตานี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. พบว่า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็มีการส่งข้อมูลข่าว และภาพจากฝั่งเจ้าหน้าที่ในไลน์กลุ่มที่มีสื่อมวลชนเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งก็เป็นการส่งภาพประกอบข่าวตามปกติ เหมือนกับทุกๆ เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และส่งข้อมูลข่าว รวมถึงภาพเพื่อใช้ในการสื่อสาร</strong></h2>
<h2><strong>อย่างไรก็ดี ความคลาดเคลื่อนของเหตุการณ์นี้ คือภาพประกอบข่าวที่เป็นภาพเพลิงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในนิคมคมฮาลาล และการจับตัว รปภ.เอาไว้โดยกลุ่มคนร้ายไม่ได้เกิดขึ้นจริง แสดงว่าข่าวนี้ไม่ใช่ “เฟคนิวส์” หรือ “ข่าวปลอม” เพียงแต่มีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของภาพประกอบเท่านั้น ซึ่งภาพเหล่านี้ก็มีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมส่งให้สื่อมวลชนด้วย</strong></h2>
<h2><strong>ส่วนช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.อ้างนั้น หลังเกิดเหตุตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พ.ค. ไม่ได้มีการส่งภาพหรือข้อมูลใดๆ ให้กับสื่อมวลชน และแทบจะไม่มีการสื่อสารชี้แจงทำความเข้าใจใดๆ กระทั่งมาเผยแพร่ภาพที่เป็นภาพความเสียหายหลังเกิดเหตุการณ์ ในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. หลังเกิดเหตุการณ์ไปแล้วข้ามคืน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า ภาพเพลิงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเป็นภาพที่คลาดเคลื่อนแต่อย่างใด</strong></h2>
<h2><strong>กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. ทางศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.จึงเพิ่งมาออกแถลงการณ์กล่าวหาสื่อมวลชนทุกสำนักว่า “ปล่อยเฟคนิวส์” ซึ่งหากนับเวลา ก็เท่ากับเป็นการแถลงหลังเกิดเหตุการณ์จริงเกือบ 2 วัน</strong></h2>
<h2><strong>@@ “</strong><strong>อิศรา” แก้ไขภาพคลาดเคลื่อน &#8211; ขออภัยผู้อ่าน</strong></h2>
<h2><strong>อย่างไรก็ดี เมื่อมีการแจ้งว่าภาพประกอบข่าวคลาดเคลื่อน ทางศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ก็ไม่ได้ละเลย และได้เปลี่ยนภาพประกอบข่าวทันที ทางศูนย์ข่าวจึงขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วย</strong></h2>
<h2><strong>ทั้งนี้ เนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ของทีมข่าว เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุรุนแรงไปแล้ว และเป็นการลงพื้นที่ในวันถัดมา เพื่อความปลอดภัย เพราะเหตุการณ์เกิดเวลากลางคืน จึงไม่มีภาพขณะเกิดเหตุมานำเสนอ ต้องใช้ภาพจากเจ้าหน้าที่ที่สนับสนุนส่งภาพและข้อมูลข่าวเบื้องต้นให้กับสื่อทุกสำนักเท่านั้น ดูน้อยลง </strong></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จี้ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เดินหน้านิติบัญญัติไร้รอยต่อ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3139</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 May 2026 12:03:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3139</guid>

					<description><![CDATA[&#8216;พ.ต.อ.ทว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3140" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__12886026.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__12886026.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__12886026-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/S__12886026-768x513.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2>&#8216;พ.ต.อ.ทวี&#8217; เร่งรัฐสภาคืนชีพกฎหมายค้างท่อ ย้ำยึดประโยชน์ ปชช.</h2>
<h2>    ในการประชุมรัฐสภาวาระเรื่องด่วน มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560</h2>
<h2>     พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ได้ขึ้นอภิปรายเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อประชาชนกลับมาพิจารณาต่อ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในกระบวนการนิติบัญญัติและไม่ให้งบประมาณรวมถึงเวลาที่สูญเสียไปต้องสูญเปล่า</h2>
<h2>   พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ร่างกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่จากการทำงานของสภาชุดก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญมาแล้ว การปล่อยให้กฎหมายเหล่านี้ตกไปเพียงเพราะเหตุผลทางการเมืองหรือการเปลี่ยนผ่านวาระ ถือเป็นการทำลายโอกาสของประชาชนในการได้รับการคุ้มครองสิทธิและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ</h2>
<h2>     &#8220;การใช้อำนาจตามมาตรา 147 วรรคสอง ไม่ใช่เพียงเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมาย แต่คือการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน กฎหมายทุกฉบับที่ค้างอยู่มีชีวิตและมีเจ้าของคือประชาชนที่รอคอยการแก้ไขปัญหา&#8221; พ.ต.อ.ทวี กล่าว</h2>
<h2>    สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 147 วรรคสอง บัญญัติไว้เพื่อเป็นช่องทางในการ &#8220;ส่งต่อ&#8221; งานนิติบัญญัติไม่ให้ต้องนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด โดยมีหลักการและเงื่อนไขสำคัญดังต่อไปนี้:</h2>
<h2>     กรอบระยะเวลา 60 วัน  คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป จะต้องร้องขอต่อรัฐสภาภายใน 60 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก เพื่อขอให้นำร่าง พ.ร.บ. ที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จมาพิจารณาต่อไป</h2>
<h2>     ต้องได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกนำกลับมาทำต่อได้ ก็ต่อเมื่อที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบร่วมกัน</h2>
<h2>     ผลสัมฤทธิ์ทางปฏิบัติ ร่างกฎหมายเดิมที่ค้างอยู่จะสามารถนำมาพิจารณาต่อในขั้นตอนล่าสุดได้ทันที ช่วยลดความซ้ำซ้อนและไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนใหม่ทั้งหมด</h2>
<h2>   พ.ต.อ.ทวี กล่าวสรุปทิ้งท้ายโดยเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทุกฝ่าย ร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง และลงมติให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างกฎหมายค้างท่อเหล่านี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสภาฯ ชุดนี้พร้อมทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในกระบวนการนิติบัญญัติของประเทศ</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ราเชน&#8217; ลุยร้อยเอ็ดปรับทัพพรรคทางเลือกใหม่</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3136</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 May 2026 12:01:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3136</guid>

					<description><![CDATA[เผย กมธ.ทหาร เล]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3137" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/614194539921932462_0.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/614194539921932462_0.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/614194539921932462_0-300x225.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/614194539921932462_0-768x576.jpg 768w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/614194539921932462_0-720x540.jpg 720w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2>เผย กมธ.ทหาร เล็งเรียก 3 เหล่าทัพถกปมยกเลิกเกณฑ์ทหาร</h2>
<h2>       เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ได้เดินทางไปเป็นประธานในการประชุมใหญ่สาขาพรรคทางเลือกใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด (สาขาลำดับที่ 7) ณ บ้านเลขที่ 8 หมู่ 9 ตำบลดู่น้อย อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างพรรคในระดับภูมิภาค และพบปะประชาชนในพื้นที่</h2>
<h2>    การประชุมดังกล่าวมีวาระสำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคทางเลือกใหม่ โดยมีระเบียบวาระการประชุมที่น่าสนใจ การรับรองรายงานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคทางเลือกใหม่ จังหวัดบุรีรัมย์ (สาขาลำดับที่ 31) ซึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งไปเมื่อวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2564 และ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคทางเลือกใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด (สาขาลำดับที่ 7) ชุดใหม่ทั้งคณะ พร้อมทั้งการแจ้งที่ตั้งสำนักงานสาขาพรรคฯ แห่งใหม่ในพื้นที่</h2>
<h2>      ในโอกาสนี้ นายราเชน ตระกูลเวียง ได้กล่าวต่อหน้าสมาชิกพรรคและประชาชนที่มาร่วมประชุม ถึงความคืบหน้าการทำงานในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ขณะนี้ในชั้นกรรมาธิการกำลังมีการหยิบยกประเด็นการยกเลิกการเกณฑ์ทหารขึ้นมาหารืออย่างจริงจัง</h2>
<h2>     &#8220;ในสัปดาห์ก่อนสิ้นเดือนนี้ จะมีการเชิญตัวแทนจากทุกหมู่เหล่า ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มาพูดคุยเพื่อหาวิธีการว่าจะสามารถยกเว้นการเกณฑ์ทหารได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากแนวนโยบายของรัฐบาลต้องการเปลี่ยนไปสู่ระบบทหารอาสา ใครที่สมัครใจก็เข้ามา มีเงินเดือนรองรับ และยึดเป็นอาชีพได้ ซึ่งตรงกับความต้องการของประชาชน&#8221; นายราเชน กล่าว</h2>
<h2>     อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ยอมรับว่า ส่วนจะสามารถยกเลิกได้เลยหรือไม่ หรือจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ยังคงต้องไปพิจารณาในรายละเอียดและหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่ามีทางออกหลายแนวทาง</h2>
<h2>    นอกจากนี้ นายราเชน ยังได้สะท้อนถึงอุปสรรคและประสบการณ์การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร โดยเปิดเผยความขัดแย้งในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม) ในวาระการลงมติเห็นชอบกฎหมายค้างเก่าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งให้รัฐสภาพิจารณาจำนวน 34 ร่าง</h2>
<h2>     นายราเชน ระบุว่า ในฐานะพรรคฝ่ายรัฐบาล ตนพร้อมที่จะโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว แต่เกิดการคัดค้านและถกเถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กลุ่มอิสระ เนื่องจาก ส.ว. บางส่วนต้องการให้แยกการลงมติร่างกฎหมายออกเป็น 1 ร่าง (แยกเป็น 33 ร่าง และ 1 ร่าง) ขณะที่อีกฝ่ายต้องการให้โหวตพร้อมกันทั้งหมด จนนำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องการเคารพเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในสภา</h2>
<h2>      &#8220;ส.ว. บางท่านบอกว่าโหวตไปก็ไม่ชนะ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเสียงข้างน้อย จึงเรียกร้องให้เคารพเสียงข้างน้อย ซึ่งทางสภาก็เคารพ แต่ก็ต้องตั้งคำถามกลับว่า แล้วเสียงข้างน้อยได้เคารพเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ จึงทำให้การอภิปรายยืดเยื้ออย่างมาก&#8221;</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิ้นสุดการรอคอยครึ่งปี! สส.รสรินทร์ ผลักดันกลไกสภาฯ</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3133</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 May 2026 11:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3133</guid>

					<description><![CDATA[ปลดล็อกที่ดินป่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3134" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/643773922_122112361833217826_982559844081131194_n.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/643773922_122112361833217826_982559844081131194_n.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/643773922_122112361833217826_982559844081131194_n-300x200.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/643773922_122112361833217826_982559844081131194_n-768x512.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2>ปลดล็อกที่ดินป่าไม้สำเร็จ เดินหน้าสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้ผู้ประสบภัยน้ำไคร้</h2>
<h2>     กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาในพื้นที่เขต 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อกรณีความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด ซึ่งเผชิญภาวะไร้ที่อยู่อาศัยมานานกว่าครึ่งปี ล่าสุด มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างชุมชนใหม่ให้กับราษฎรบ้านนากล่ำแล้ว</h2>
<h2>    ปัญหาดังกล่าวถูกนำเข้าสู่กลไกนิติบัญญัติ โดย นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 2 ได้ตั้งกระทู้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จี้ให้หน่วยงานส่วนกลางและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดแก้ไขข้อติดขัดทางกฎหมายในการจัดหาที่ดินแปลงใหม่ เนื่องจากพื้นที่เดิมของชาวบ้านนากล่ำถูกประเมินว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินสไลด์ซ้ำซาก ไม่สามารถกลับไปตั้งถิ่นฐานเดิมได้</h2>
<h2>    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและรับฟังข้อร้องเรียนของ สส.ในพื้นที่ พบว่ากระบวนการจัดหาที่ดินแปรสภาพไปตามขั้นตอนทางราชการที่ล่าช้า ส่งผลให้ราษฎรต้องตกค้างอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวนานกว่า 6 เดือน โดยมีลำดับกระบวนการประสานงาน  ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกร่วมกับแกนนำชาวบ้านนากล่ำ เพื่อระบุจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจริง นำปัญหาเข้าสู่ข้อหารือในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายปกครอง และ เร่งรัดขั้นตอนทางธุรการระหว่างหน่วยงานป่าไม้และท้องถิ่นเพื่อขอใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะที่ปลอดภัย</h2>
<h2>    ล่าสุด มีสัญญาณเชิงบวกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทางทีมงานของ นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ได้ระบุถึงผลสัมฤทธิ์ในขั้นต้นว่า &#8220;วันนี้สำเร็จแล้ว&#8221; ซึ่งหมายถึงการฝ่าแรงต้านทางธุรการจนสามารถเตรียมขอใช้พื้นที่เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้แก่ผู้ประสบภัยได้เป็นผลสำเร็จ</h2>
<h2>    #รสรินทร์ศรัณย์เกตุ #สสอุตรดิตถ์เขต2 #พรรคโอกาสใหม่</h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ผู้แทนพิเศษฯ” กับ กพต. &#8211; มะรุมมะตุ้มรุมดับไฟใต้?</title>
		<link>https://www.jsdsouth.com/3129</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 May 2026 05:16:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเด่น - ภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jsdsouth.com/?p=3129</guid>

					<description><![CDATA[“คณะผู้แทนพิเศษ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3130" src="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/committeesouth150510.jpg" alt="" width="800" height="480" srcset="https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/committeesouth150510.jpg 800w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/committeesouth150510-300x180.jpg 300w, https://www.jsdsouth.com/wp-content/uploads/2026/05/committeesouth150510-768x461.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h2>
<h2><strong>“คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นจากผู้รู้ และผู้ที่ติดตามสถานการณ์ไฟใต้มาตลอด</strong></h2>
<h2>เพราะนอกจากจะมีการตั้งกรรมการ <strong>“คณะใหญ่”</strong> ถึง 22 คน ทุบสถิติ <strong>“คณะผู้แทนพิเศษฯ”</strong> ที่เคยตั้งมา 3 ชุดยุค <strong>“ลุงตู่”</strong> แล้ว ตำแหน่งๆ ต่างที่ตั้งมายังไปซ้ำซ้อนกับโครงสร้างส่วนอื่น</h2>
<h2>และที่สำคัญยังซ้ำซ้อนเกือบจะ <strong>“ทับกันสนิท”</strong> กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ซึ่งเป็นคณะกรรมการนโยบายดับไฟใต้ ภายใต้ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า <strong>“พ.ร.บ. ศอ.บต.”</strong></h2>
<h2>จากการตรวจสอบใน พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ในมาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน, รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่นายกฯ มอบหมายเป็นรองประธาน</h2>
<h2>ส่วนกรรมการ กพต. โดยตำแหน่ง (ฝ่ายการเมือง) จะประกอบด้วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนหนึ่งที่นายกฯ มอบหมาย, รมว.กระทรวงกลาโหม, รมว.กระทรวงการคลัง, รมว.กระทรวงการต่างประเทศ, รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รมว.กระทรวงคมนาคม, รมว.กระทรวงพาณิชย์, รมว.กระทรวงมหาดไทย, รมว.กระทรวงยุติธรรม, รมว.กระทรวงแรงงาน, รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, รมว.กระทรวงศึกษาธิการ, รมว.กระทรวงสาธารณสุข, รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม, รมช.มหาดไทย</h2>
<h2>สรุปคือ มี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 1 คน + รมว. 15 กระทรวง + รมช.มหาดไทย อีก 1 คน</h2>
<h2>และยังมีกรรมการโดยตำแหน่ง จากฝ่ายข้าราชการ/หน่วยงาน) ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), ผอ.สำนักงบประมาณ, เลขาธิการ กอ.รมน., ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้, ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนภาคประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดละหนึ่งคน (รวม 5 คน) ส่วนเลขาธิการ ศอ.บต. จะเป็นกรรมการและเลขานุการ กพต.</h2>
<h2>ที่ผ่านมา ตำแหน่งประธาน กพต. ส่วนใหญ่นายกฯ จะมอบหมายให้รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ทำหน้าที่นี้ เช่น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน กพต., รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ เป็นประธาน กพต.</h2>
<h2>หากเปรียบเทียบโครงสร้าง กพต. กับคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ที่นายกฯ เพิ่งแต่งตั้ง โดยให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นประธานกรรมการคณะผู้แทนพิเศษฯ นั้น พบว่าตัวบุคคลตามตำแหน่งที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ คือ</h2>
<h2>1.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงต่างประเทศ<br />
2.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กระทรวงกลาโหม<br />
3.นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.<br />
4. เลขาธิการ กอ.รมน.<br />
5. เลขาธิการ ศอ.บต.</h2>
<h2>นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่ซ้ำซ้อนอยู่อีก 5 กระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงยุติธรรม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงศึกษาธิการ<br />
และกระทรวงสาธารณสุข แต่ใช้ตำแหน่งปลัดกระทรวง มาร่วมเป็นกรรมการผู้แทนพิเศษฯ ไม่ใช่ระดับรัฐมนตรีเหมือน กพต.</h2>
<h2>และหากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสีหศักดิ์ นั่งเป็นประธาน กพต. ก็จะทำให้เขาทำหน้าที่ทั้ง ประธาน กพต. และประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ไปพร้อมกัน ซึ่งก็จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแล ประสาน ติดตาม แก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนๆ กัน</h2>
<h2>นอกจากนี้ ในการแบ่งงานรองนายกฯ ปรากฏว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็มอบหมายให้นายสีหศักดิ์กำกับดูแล ศอ.บต. อยู่แล้วด้วย แบบนี้ถือว่าเป็นการแบ่งงาน มอบหมายงาน และจัดโครงสร้างที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่</h2>
<h2>เมื่อตัวบุคคลและหน่วยงานระดับกระทรวงส่วนของคณะผู้แทนพิเศษฯ ที่ตั้งขึ้น ก็อยู่ในคณะกรรมการ กพต. อยู่แล้ว (มีเพียง ผบ.สส., ผบ.ทบ., ผบ.ตร., ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ที่ไม่อยู่ใน กพต.) และงานของ กพต. ก็มีขอบเขตที่ครอบคลุมงานของคณะผู้แทนพิเศษฯ อยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษฯขึ้นมาอีก ทำไมไม่ใช้ กพต. ชุดเดียวไปเลย</h2>
<h2>นี่คือคำถามที่ทุกคนกังขา</h2>
<h2>ส่วนบางหน่วยงานของคณะผู้แทนพิเศษที่ไม่มีใน กพต. ได้แก่ ผบ.ทสส., ผบ.ทบ., ผบ.ตร., ผอ.สำนักข่าวกรองฯนั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 กำหนดตำแหน่งที่เป็น กพต.ไว้แล้ว โดยกฎหมายก็เปิดช่องให้ กพต. สามารถใช้วิธีเพิ่มคนทำงาน โดยการแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานขึ้นมา เพื่อร่วมงานกับ กพต.คณะใหญ่ได้</h2>
<h2>จึงเกิดคำถามตามมาอีกว่า แล้วท่านจะตั้งคณะผู้แทนพิเศษฯ ขึ้นมาซ้อนอีกทำไม และตั้งกรรมการเยอะเป็นพิเศษเสียด้วย!</h2>
<h2></h2>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
