‘หมอทศพร’ วอนอย่าดึง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นเกมการเมือง
ชี้ทุกพรรคเห็นพ้องหลักการ-เน้นผลประโยชน์ ปชช.
ในเวทีดีเบต “Nation Election DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย” พื้นที่ภาคตะวันออก นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 ได้กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพิจารณาพรรคร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรนำกฎหมายฉบับนี้มาเป็นเครื่องมือในการโจมตีทางการเมือง
ที่มาของข้อพิพาท “ธนาธร” ท้าตรวจสอบการลงมติ
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อกระบวนการนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดหรือพรรคการเมืองใดโหวตอย่างไรในประเด็นกฎหมายอากาศสะอาด
นายธนาธรระบุด้วยว่า ควรจับตาดูให้ชัดเจนว่า พรรคการเมืองที่อ้างว่าสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ มีพฤติกรรมการลงมติที่สอดคล้องกับคำพูดที่หาเสียงไว้กับประชาชนหรือไม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณกดดันไปยังพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านในซีกอื่นๆ
“หมอทศพร” ชี้โหวตหรือไม่โหวต ไม่ได้ช่วยให้อากาศดีขึ้น
ด้านนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ได้กล่าวตอบโต้เชิงหลักการในวันเดียวกันว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเร่งด่วนและส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนโดยตรง ซึ่งในข้อเท็จจริง ทุกพรรคการเมืองล้วนเห็นด้วยในหลักการที่ต้องการให้มีกฎหมายออกมาบังคับใช้
“พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ควรถูกดึงมาเป็นเกมการเมือง การหยิบยกเรื่องการลงมติหรือไม่ลงมติมาใช้โจมตีทางการเมือง ไม่ได้ช่วยให้อากาศของประชาชนดีขึ้น สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกันผลักดันเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการสร้างความขัดแย้งในสภา” นายแพทย์ทศพร ระบุ
สัญญาณความขัดแย้งเชิงนโยบาย
จากการสังเกตการณ์ พบว่าประเด็นเรื่อง “อากาศสะอาด” กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ในการแย่งชิงคะแนนเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 อย่างรุนแรง
-
ฝ่ายค้าน พยายามชูเรื่องความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบการทำงานในสภาผ่านการโหวต
-
ฝ่ายรัฐบาล/แคนดิเดต พยายามชูเรื่องความร่วมมือ (Collaboration) และลดภาพความขัดแย้งเพื่อเร่งรัดขั้นตอนทางกฎหมาย


