ศอ.บต. ดึงทุนอินเดียอัปเกรดทักษะ ‘เยาวชน-ข้าราชการ’ จชต.

   

     ท่ามกลางความท้าทายในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ “โอกาสทางการศึกษา” ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่ภาครัฐพยายามผลักดันเพื่อสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้รุกคืบครั้งสำคัญในการขยายฐานการเรียนรู้จากระดับภูมิภาคสู่ระดับสากล ผ่านความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่าง “อินเดีย”

สานสัมพันธ์การทูตเพื่อการศึกษา จากปัตตานีสู่เดลี

        นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นำทีมเข้าพบหารือกับ Ms. Paulomi Tripathi อุปทูต และคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย

      การหารือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการเจาะลึกถึง “โควตาและโอกาส” ที่รัฐบาลอินเดียพร้อมหยิบยื่นให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีศักยภาพในการเรียนรู้


เปิดกรุทุน ICCR & ITEC ประตูบานใหม่ของเยาวชนและข้าราชการ

 

     รัฐบาลอินเดียได้นำเสนอสองกลไกหลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ ได้แก่

  1. ทุน ICCR (Indian Council for Cultural Relations): * กลุ่มเป้าหมาย: เยาวชนที่ต้องการเรียนต่อระดับปริญญาตรี ถึง ปริญญาเอก

    • สาขาไฮไลต์: บริหารธุรกิจ, วิศวกรรมศาสตร์, การสื่อสารมวลชน, รัฐศาสตร์ ไปจนถึงวิชาเฉพาะด้านอย่าง นาฏศิลป์ ดนตรี และภาษาฮินดี

  2. ทุน ITEC (Indian Technical and Economic Cooperation Programme):

    • กลุ่มเป้าหมาย: ข้าราชการและบุคลากรในพื้นที่

    • สาขาไฮไลต์: เทคโนโลยีสารสนเทศ, ทักษะภาษาอังกฤษ, การเงิน, เกษตรกรรม และความมั่นคง

“การพัฒนาทักษะภาษาและวิชาชีพชั้นสูง ไม่ใช่แค่การเรียนหนังสือ แต่มันคือการสร้างสมรรถนะในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่สามารถยืนหยัดได้ในตลาดแรงงานโลก” แหล่งข่าวจาก ศอ.บต. ระบุ


ยุทธศาสตร์ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ผ่านห้องเรียนนานาชาติ

     ประเด็นสำคัญที่ ศอ.บต. ผลักดันในการหารือครั้งนี้ คือการมุ่งเน้นไปที่ “กลุ่มผู้ด้อยโอกาส” ให้เข้าถึงการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่ถูกหลงลืมในระบบการแข่งขันปกติ การที่อินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษเข้ามาสนับสนุน จะช่วยปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

    จะทำให้ เยาวชน มีโอกาสศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับโลกด้วยค่าครองชีพที่เข้าถึงได้และทุนสนับสนุนเต็มจำนวน

      ข้าราชการ พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการบริการประชาชนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

      พื้นที่ เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและสร้าง “ทูตสันติภาพ” ที่มีวิสัยทัศน์ระดับนานาชาติ


จากโต๊ะเจรจาสู่การปฏิบัติจริง

      การขับเคลื่อนของ ศอ.บต. ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ใหม่ที่ไม่ได้มองเพียงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบด้วยมิติด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้ “Soft Power” และ “Education Diplomacy” เป็นตัวนำ

หลังจากนี้ กลุ่มงานส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างโอกาสทางสังคม ศอ.บต. จะดำเนินการคัดกรองและเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนและบุคลากร เพื่อให้มีความพร้อมในการรับทุนสนับสนุนเหล่านี้ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดด้วยความรู้ระดับสากล