‘ไชยยงค์’ ย้ำจุดยืนสื่ออาชีพ ฉะพวก ‘รถเถื่อน’ เตือนรับมือ AI ไล่ล่า

สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ฯ จัดใหญ่ ‘วันนักข่าว’ ปี 69
สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันนักข่าว” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ณ อ.หาดใหญ่ ครบถ้วนทั้งพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลคนสื่อผู้ล่วงลับ และเวทีเสวนาทิศทางสื่อดิจิทัล ด้าน “ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” นายกสมาคมฯ และ สว.กลุ่มสื่อ เปิดใจเบื้องหลังวิกฤตน้ำท่วมถล่มสำนักงาน พร้อมสวมหมวก สว.ความมั่นคง วิพากษ์ปัญหาชายแดนไทยรอบทิศและบทบาท “คู่ชกทัพ 4”
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการและมวลสมาชิกประกอบกิจกรรมเนื่องใน “วันนักข่าว” หรือ “วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ” โดยช่วงเช้าได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ วัดพุทธิการาม (วัดปลักกริม) เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของบุคลากรผู้ล่วงลับ อาทิ คุณธนา พันธุเมธา อดีตนายกสมาคมฯ

นอกจากพิธีการทางศาสนา สมาคมฯ ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสมาชิก ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา โดยนายไชยยงค์ระบุว่า พร้อมเปิดกว้างพิจารณาเป็นกรณีพิเศษสำหรับสมาชิกที่เตรียมเอกสารไม่ทัน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเป็นขวัญกำลังใจแก่คนทำงาน
นายไชยยงค์เปิดใจถึงความยากลำบากในการเตรียมงานปีนี้ว่า เหตุอุทกภัยที่ถล่มอำเภอหาดใหญ่ที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสำนักงานสมาคมฯ ทั้งอาคาร เอกสาร และเครื่องมือทำงาน โดยเฉพาะข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่สูญหายไปกับน้ำ ส่งผลให้ปีนี้เป็นปีแรกที่ “ไม่มีหนังสือที่ระลึก” แจกจ่ายสมาชิก

“แม้จะมีความลำบากใจ แต่ผมตัดสินใจเดินหน้าจัดงานเพื่อให้สมาชิกได้เห็นหน้าค่าตา และใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่วิพากษ์วิจารณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้สมศักดิ์ศรีของคนข่าว” นายไชยยงค์ ระบุ
ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือการเปรียบเปรยถึงสถานะสมาคมสื่อในประเทศไทย โดยนายไชยยงค์ใช้คำว่า “รถเถื่อน” เขย่าวงการอย่างรุนแรง โดยระบุว่าหลายสมาคมมีชื่อจดทะเบียนแต่ขาดการประชุมใหญ่ ไม่เลือกตั้งนายกใหม่ และไม่รายงานตามระเบียบกฎหมาย
พร้อมยืนยันภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ เทิดทูนสถาบันหลัก, ปกป้องเสรีภาพสื่อ (ซึ่งคือเสรีภาพประชาชน) และดูแลสวัสดิภาพสมาชิก โดยเฉพาะการจัดหาทนายความสู้คดีเมื่อสื่อถูกฟ้องจากการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต

ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ (วุฒิสภา) นายไชยยงค์ฉายภาพวิกฤตความมั่นคงที่รุมเร้าประเทศไทยรอบทิศ ทั้งปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา, วิกฤตสู้รบตามแนวชายแดนเมียนมาที่กระทบอธิปไตย และเหตุการณ์ไฟใต้ที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 22
เขายอมรับว่าบทบาทตรวจสอบในวุฒิสภาทำให้เขากลายเป็น “คู่ชกกับกองทัพภาคที่ 4” โดยปริยาย เนื่องจากการใช้ทักษะสืบค้น ตามสัญชาตญาณคนข่าว เพื่อตรวจสอบความไม่ปกติและไม่ยอมให้ปัญหาสำคัญถูกซุกไว้ใต้พรม
นายไชยยงค์ทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยต่อภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป โดยวิจารณ์สื่อบางส่วนที่ลดบทบาทลงไปเป็นเพียง “นายไปรษณีย์” คือ รับข่าวประชาสัมพันธ์ มาลงโดยไม่ตรวจสอบหรือปรับแก้ ซึ่งเป็นการลดทอนคุณค่าวิชาชีพ ท่ามกลางวิกฤตรายได้ของนักข่าวท้องถิ่นที่ตกต่ำเหลือเพียงชิ้นละ 200 – 2,000 บาท
นอกจากนี้ยังเตือนถึงการรุกรานของเทคโนโลยี AI และกลุ่มมิจฉาชีพ (Scammers) ที่ซับซ้อนขึ้น โดยระบุว่าหากคนสื่อไม่ปรับตัวเรียนรู้ AI ก็อาจถึงจุดสิ้นสุดของวิชาชีพ ปัจจุบันเขากำลังเร่งผลักดันกฎหมายสำหรับ Influencer และยกระดับจริยธรรมสื่อผ่านกลไกวุฒิสภา เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ทันต่อโลกดิจิทัล

“การรวมตัวกันในครั้งนี้ คือการแสดงพลังเพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ ให้สามารถยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อสังคมได้อย่างสง่างามต่อไป” นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ฯ กล่าวสรุป

Post Views: 180