คุตบะห์รายอยะหาเดือด! จี้มุสลิมทิ้ง “ขายเสียง-สิ่งเสพติด” เตือนสติใช้โซเชียล-เอไอในทางบาป

      โต๊ะอิหม่ามมัสยิดในอำเภอยะหา จ.ยะลา ใช้เวทีคุตบะห์วันรายอ สะท้อนปัญหาสังคมชายแดนใต้ จี้หยุดวงจรซื้อ-ขายสิทธิ์เลือกตั้ง ชี้เสียศักดิ์ศรีและผิดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง พร้อมเตือนเยาวชนระวังบาปจากโลกโซเชียล-น้ำกระท่อมกัญชาเสรี ย้ำเดินตามซุนนะห์นบี สร้างความสามัคคี ยุติข้อพิพาท ทำศาสนาเสื่อมเสีย

      บรรยากาศการละหมาดอีดิลฟิฏรีในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้  มีพี่น้องมุสลิมร่วมละหมาดอย่างเนืองแน่น ทุกมัสยิด โดยเฉพาะ พื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมากล่าวใน “คุตบะห์” (บทธรรมเทศนา) คือการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสังคมที่กำลังกัดเซาะชุมชนอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการเมืองและจริยธรรม

    ผู้นำศาสนาได้กล่าวเน้นย้ำถึงภัยของการคอร์รัปชันทางการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โดยระบุว่าการรับเงินเพื่อลงคะแนนเสียงคือการ “กินเงินบาป” และเป็นการขายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

     “การขายสิทธิ์คือการทำตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ ซึ่งขัดต่อหลักการอิสลามอย่างรุนแรง เงินเพียงไม่กี่บาทที่ได้รับมาจากการขายเสียง เปรียบเสมือนการนำไฟนรกเข้าสู่ครอบครัว และเป็นการทำลายอนาคตของบ้านเมืองอย่างประเมินค่าไม่ได้” ส่วนหนึ่งของคุตบะห์ระบุ

    ในส่วนของเยาวชน คุตบะห์ได้หยิบยกเรื่องการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเตือนถึงการเสียเวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มือถือและการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิดศีลธรรม รวมถึงการใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในทางที่นำไปสู่ความบาป ซึ่งส่งผลให้ละเลยหน้าที่ทางศาสนา

    นอกจากนี้ ยังมีการแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ “กัญชา-น้ำกระท่อมเสรี” ที่ระบาดหนักในกลุ่มเยาวชนทั้งชายและหญิง จนนำไปสู่พฤติกรรมการไม่เกรงกลัวผู้ใหญ่ และละทิ้งการละหมาด จึงเรียกร้องให้พ่อแม่ผู้ปกครองกวดขันบุตรหลานให้กลับสู่แนวทางที่ถูกต้อง คือการไปมัสยิด เพื่อ ละหมาดครบ 5 เวลา และการอ่านอัลกุรอานเป็นนิจ

     สำหรับประเด็นความขัดแย้ง หรือขัอพิพากต่างๆอันจะนำไปสู้ความเสื่อมเสีย ของศาสนา  ผู้นำศาสนาชี้ว่าเป็นเรื่องน่าอับอายหากอิสลามต้องแตกแยกกันด้วยเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มุสลิมยึดถือความสามัคคีเป็นที่ตั้ง ไม่ควรนำประเด็นความแตกต่างทางความคิดมาเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาท

    ในช่วงท้ายของบทธรรมเทศนา ได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ ดำเนินชีวิตตามแบบอย่าง (ซุนนะห์) ของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ทั้งการทำความดีเพื่อโลกนี้และโลกหน้า พร้อมทั้งเชิญชวนให้ร่วมถือศีลอดสุนัตอีก 6 วันในเดือนเชาวาล เพื่อความสมบูรณ์ของผลบุญตามแบบอย่างของศาสดา

   สำหรับ บรรยากาศรายอโดยรวม ตั้งแต่เช้าเป็นไปอย่าง คึกคัก! ชาวไทยมุสลิมจูงบุตรหลานละหมาดขอพร เน้นฉลองในพื้นที่หลังราคาน้ำมันพุ่ง   

   การเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีดิลฟิตรีในช่วงเช้าวันนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พี่น้องชาวไทยมุสลิมต่างสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีสีสันสดใส ตามแบบฉบับวัฒนธรรมท้องถิ่น พากันจูงมือบุตรหลานเดินทางไปยังมัสยิดใกล้บ้านเพื่อร่วมประกอบพิธีละหมาดรายออย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อขอพรและแสดงความขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์ ซบ.) หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน 

     หลังจากเสร็จสิ้นพิธีละหมาด ประชาชนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับเข้าสู่บ้านเรือนเพื่อเตรียมเปิดบ้านต้อนรับแขกเหรื่อและญาติมิตร โดยมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวานและขนมพื้นเมืองไว้เลี้ยงฉลองกันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางรอยยิ้มและการขออภัย ต่อกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลนี้

    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้ ประชาชนจำนวนมากเลือกที่จะเฉลิมฉลองอยู่ภายในพื้นที่หรือเยี่ยมเยียนเพียงญาติใกล้ชิดเท่านั้น โดยลดปริมาณการเดินทางข้ามจังหวัดหรือเดินทางไกลลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ  ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะประหยัดงบประมาณไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น

    อีกปัจจัย  ความกังวลเรื่องน้ำมันไม่เพียงพอ มีกระแสความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันในบางจุดที่อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเทศกาล ส่งผลให้หลายคนเกรงว่าหากเดินทางไปแล้วอาจจะประสบปัญหา “ไม่มีน้ำมันสำหรับเดินทางกลับบ้าน” จึงเลือกที่จะปักหลักฉลองในชุมชนเพื่อความสบายใจ 

    ถึงแม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและพลังงาน แต่ภาพรวมของเทศกาลรายอในปีนี้ยังคงเต็มไปด้วยความศรัทธาและความเอื้ออาทรต่อกันในหมู่คณะ