คดีลอบสังหาร ส.ส.นราฯ ผบช.ภ.9 ลั่นไม่ทิ้งปมการเมือง – รอจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายมัด ‘ผู้บงการ

     

   พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เปิดความคืบหน้าคดีลอบสังหาร ส.ส.นราธิวาส ระบุพนักงานสอบสวนตั้งประเด็นครอบคลุมทั้งบทบาทนักการเมือง พฤติการณ์การเป็นทนายความ และเรื่องส่วนตัว ย้ำมูลฐานความผิดพยายามฆ่ามีหมายจับชัดเจนแล้ว เตรียมขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลัง แม้ผู้ต้องหายังปิดปากเงียบ


    ความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบสังหาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากผู้ถูกกระทำเป็นบุคคลกว้างขวางและมีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

     ล่าสุด พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านรูปคดีว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังทำงานอย่างละเอียด โดยยังไม่ได้ตัดประเด็นข้อสงสัยใดทิ้งแม้แต่ประเด็นเดียว ทั้งเรื่องบทบาทความเป็นนักการเมืองของผู้ถูกกระทำ พฤติการณ์การประกอบอาชีพทนายความที่เคยให้ความช่วยเหลือทางคดีสำคัญในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวที่อาจเป็นชนวนเหตุ

เปิด 3 ปมหลักพนักงานสอบสวนมุ่งเป้า

จากการสืบสวนเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้วางกรอบการทำงานไว้ 3 ประเด็นหลัก

  1. บทบาททางการเมือง ความขัดแย้งหรือผลประโยชน์ทับซ้อนในระดับพื้นที่

  2. บทบาททนายความ การทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือทางคดีที่อาจสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายตรงข้าม

  3. ประเด็นส่วนตัว ความขัดแย้งส่วนบุคคลที่อาจนำไปสู่การก่อเหตุ

“ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับความเป็นนักการเมือง มันก็ตอบลำบาก แต่ทั้งหมดอยู่ที่พยานหลักฐานสนับสนุน เรายืนยันว่ามูลฐานความผิดพยายามฆ่านั้นมีหมายจับชัดเจน” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าว

เร่งขยายผล “ผู้บงการ” แม้ผู้ต้องหายังไม่ให้การ

เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงไปถึง “ตัวการใหญ่” หรือผู้บงการเบื้องหลัง ผบช.ภ.9 ยอมรับว่าขณะนี้อยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานที่ขยายผลขึ้นไปเหนือกว่าตัวผู้ลงมือก่อเหตุ โดยระบุว่าพยายามรวบรวมจิ๊กซอว์ให้ครบถ้วนที่สุด

“ที่เหนือจากนั้น (ผู้บงการ) ยังอยู่ในกระบวนการ เพราะผู้ต้องหายังไม่ให้การในวันนี้ ขอเวลาข้อเท็จจริงปรากฏอีกนิด” ผบช.ภ.9 ระบุทิ้งท้าย

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตามหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าจะยังคงสงวนท่าทีและไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในชั้นนี้ แต่เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะนำไปสู่การพิสูจน์ทราบถึงแรงจูงใจและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป