รฟท. เปิดแผนรับฟังความเห็นรายตำบล เชื่อมคู่สายใต้ ไทย-มาเลย์

ยกระดับทางคู่ 1.35 แสนล้าน เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-มาเลเซียไร้รอยต่อ

         การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โครงข่ายทางรางครั้งสำคัญ ด้วยการวางโครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อประเทศไทยสู่มาเลเซียภายใต้งบประมาณรวมกว่า 1.35 แสนล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 เส้นทางยุทธศาสตร์ เริ่มจากช่วง ชุมพร – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร (วงเงิน 29,009 ล้านบาท) และช่วง สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร (วงเงิน 64,578 ล้านบาท) ซึ่งทั้งสองเส้นทางอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก ครม.

       ขณะที่ช่วง หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร (วงเงิน 7,574 ล้านบาท) ถูกวางเป้าหมายให้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นแรกที่จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2572 และปิดท้ายด้วยช่วง หาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ระยะทาง 215 กิโลเมตร (วงเงิน 34,590 ล้านบาท) ที่ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมอย่างละเอียด

      เพื่อให้โครงการสะท้อนความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง รฟท. ได้เปิดตารางนัดหมายประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) รวม 32 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมุ่งเน้นการใช้พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลและที่ว่าการอำเภอเป็นจุดนัดพบสำคัญ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนในระดับตำบลอย่างใกล้ชิด

      เส้นทางเดินสายรับฟังความคิดเห็น จังหวัดสงขลา (30 มีนาคม – 2 เมษายน) เริ่มต้นปักหมุดที่อำเภอหาดใหญ่และนาหม่อม ก่อนมุ่งหน้าสู่อำเภอจะนะ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยมีการนัดหมาย ณ ศาลาประชาคมหมู่ 7 ตำบลคลองเปียะ และ อบต.ตลิ่งชัน ก่อนจะส่งท้ายโซนจังหวัดสงขลาที่อำเภอเทพา

     จังหวัดปัตตานี (2 เมษายน – 7 เมษายน) ดำเนินการต่อเนื่องรวม 5 กลุ่ม โดยเน้นพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์และอำเภอแม่ลานเป็นหลัก เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

   จังหวัดยะลา (8 เมษายน – 16 เมษายน) จัดเวทีรวม 6 กลุ่ม เริ่มจากตำบลตาเซะและตำบลยุโป ในอำเภอเมืองยะลา จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนสู่อำเภอรามันตลอดทั้งสัปดาห์ ครอบคลุมตำบลวังพญา, เนินงาม, กอตอตือร๊ะ, กายูบอเกาะ และบาลอ

    จังหวัดนราธิวาส (16 เมษายน – 27 เมษายน) ถือเป็นพื้นที่ที่มีการรับฟังความคิดเห็นเข้มข้นที่สุดรวม 14 กลุ่ม เริ่มตั้งแต่อำเภอรือเสาะ ไล่เรียงไปจนถึงอำเภอระแงะและเจาะไอร้อง โดยจุดที่น่าจับตาคือการนัดหมายช่วงปลายเดือนในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี และสิ้นสุดกำหนดการอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 27 เมษายน ณ หอประชุมมหาราช เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

     การลงพื้นที่เจาะลึกถึงระดับตำบลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาระบบรางให้สมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง