หลายพันชีวิตร่วมละหมาดฮายัต ขอพรตัดพ้อ “การเมือง” ทำสังคมพัง

พลังมวลชนกว่า 2,000 คน ร่วมละหมาดฮายัตลานตาดีกาจำปากอ ครบรอบ 29 วัน เหตุลอบสังหาร “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ผู้นำศาสนาอ่านดุอาอ์ตัดพ้อสังคมผุพัง-การเมืองสร้าง “บาลา (ภัยพิบัติ) ” เตือนสติเหลือเพียงผ้าขาวห่อศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังคุมเข้ม จับตาแกนนำ-กลุ่มเยาวชนใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากจังหวัดนราธิวาสว่า เป็นช่วงเวลาครบรอบ 29 วัน ภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กรณีการลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคดีดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีรายงานระบุว่ารถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นของหน่วยงานความมั่นคง (กอ.รมน.) และผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตกำลังพลนาวิกโยธิน

ที่ลานหน้าอาคารเรียนตาดีกาจำปากอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ประชาชนทั้งชายและหญิงกว่า 2,000 คน พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาชาติ และ ดร.ยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม ได้เดินทางมาร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าให้เกิดความสงบสุขและทวงคืนความยุติธรรม
บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะในช่วงการอ่านดุอาอ์ (ขอพร) เสียงสะอื้นจากชาวบ้านดังระงมไปทั่วบริเวณ เมื่อผู้นำศาสนาได้กล่าวเนื้อหาเชิงตัดพ้อและวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้ช่วยเยียวยาสังคมที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางจริยธรรม

“ความแตกแยกที่เกิดขึ้นในชุมชน ทั้งจากการเมืองในทุกระดับ คือต้นเหตุของ ‘บาลา‘ (ภัยพิบัติ) ที่เรากำลังเผชิญอยู่ จนส่งผลให้จริยธรรมเสื่อมถอย… วันหนึ่งเราต้องทิ้งตำแหน่ง ทิ้งบ้านหลังใหญ่ รถคันใหม่ และทรัพย์สมบัติ สิ่งเดียวที่จะนำติดตัวไปได้ คือผ้าขาวเพียงผืนเดียวเท่านั้น” ผู้นำสวดระบุตอนหนึ่งเพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ร่วมกันขอดุอาร์เพื่อความสงบสุขในพื้นที่
ทางด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย พบว่ามีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบอย่างเข้มงวดมากกว่าปกติ โดยมีการกระจายกำลัง เต็มพื้นที่ ตั้งแต่ริมถนน หน้าสนามพิธี ไปจนถึงบนสะพานลอย
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า การจัดวางกำลังครั้งนี้มีการเน้นย้ำเป็นพิเศษในการ “จับตา” เคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนในพื้นที่รวมถึงแกนนำคนสำคัญในแต่พื้นที่ในชุมชนด้วย ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองว่าเป็นการกดดันทางจิตวิทยา
สำหรับคดีการสังหารนายกมลศักดิ์นั้น ปัจจุบันยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม โดยเฉพาะประเด็นการเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐและอาวุธของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งภาคประชาชนยังคงเรียกร้องให้มีการทำคดีอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา



