วิวัฒนาการ ‘IO’ สู่ ‘IO ซ้อน IO’

   

     เมื่อความจริงถูกตัดต่อพันธุกรรม ในสงครามข้อมูลข่าวสารยุคใหม่

          ในยุคที่เสียงคลิกเมาส์ดังกว่าเสียงตะโกน และ “พื้นที่เสมือน” กลายเป็นสมรภูมิหลักของการแย่งชิงความเชื่อ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Information Operations (IO) หรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย ทว่าสิ่งที่น่ากังวลและกำลังทวีความซับซ้อนในระดับ “เหนือชั้น” คือการก้าวข้ามจาก IO แบบพื้นฐาน สู่สภาวะ “IO ซ้อน IO” ที่ข้อมูลถูกทำให้กลายพันธุ์จนยากจะแยกแยะว่า “ใครคือผู้เล่น” และ “อะไรคือความจริง”จาก “การป้อนข้อมูล” สู่ “การตัดต่อพันธุกรรมข้อมูล”หากเปรียบ IO ในอดีตเป็นการฉีดวัคซีนหรือสารพิษเข้าสู่ร่างกายสังคมแบบตรงไปตรงมา ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับ “ข้อมูลกลายพันธุ์”

        การ วิวัฒนาการของสงครามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น  ยุคที่ 1 IO แบบดั้งเดิม เน้นการสร้างข่าวปลอม (Fake News) หรือการเชียร์-ด่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน เป้าหมายเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อฝั่งตนเองและทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้าม

  ยุคที่ 2 IO ซ้อน IO เริ่มมีความซับซ้อนโดยการใช้วิธี “สวมรอย” เช่น การสร้างตัวตนปลอมว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม แล้วทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้สังคมรังเกียจฝ่ายนั้นๆ หรือการจงใจปล่อยข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นความลับของฝั่งตนเองออกมา เพื่อดัก หรือลวงให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายความจนเสียหน้าในภายหลัง

    ยุคที่ 3 การกลายพันธุ์ของ คือการนำ “ความจริงหรือไม่จริง ในอดีต” มาผสมโรงกับ “บริบทใหม่” ดังเช่นกรณีการขุดคลิปเก่าหรือบันทึกเหตุการณ์ในอดีตมาเล่าใหม่ โดยตัดต่อเพียงบางส่วน หรือบิดเบือน Timeline เพื่อสร้างความหมายใหม่ที่ตอบโจทย์ความขัดแย้งในปัจจุบันสภาวะ “ไอโอซ้อนไอโอ”: สงครามที่ไม่มีวันจบ

   เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่เล่าตอนหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า สภาวะ “ไอโอซ้อนไอโอ” เกิดขึ้นจากความฉลาดรู้ ของประชาชนที่มากขึ้น ทำให้ผู้ทำ IO ต้องยกระดับกลยุทธ์”เมื่อประชาชนเริ่มจับได้ว่านี่คือ IO ผู้สร้างจึงต้องสร้าง IO อีกชุดมาซ้อน เพื่อด่า IO ชุดแรก หรือทำให้คนสับสนจนเลิกเชื่อทุกอย่าง ซึ่งสภาวะนี้อันตรายที่สุด เพราะเมื่อคนไม่เชื่ออะไรเลย สังคมจะขาดบรรทัดฐานในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ”ลักษณะการกลายพันธุ์วิธีการ

      มีการนำเหตุการณ์จริงในอดีตมาเล่าใหม่ในบริบทที่ผิดคนเชื่อได้ง่ายเพราะ “เคยเกิดขึ้นจริง” ไม่ได้ปลอมหน้าคน แต่ปลอม “เจตนา” ของเหตุการณ์สร้างความแตกแยกผ่านการตีความใหม่

      ใช้บอทสร้างกระแสให้ข้อมูลกลายพันธุ์ถูกผลิตซ้ำความจริงถูกกลบด้วยปริมาณข้อมูลที่มากกว่าบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูก “ชำระ” โดยโซเชียลมีเดียสิ่งที่น่าจับตาคือ การบันทึกเรื่องราวจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่ง ผ่านโลกโซเชียลมีเดียที่ไม่มีระบบตรวจสอบ ที่เข้มแข็ง ข้อมูลที่เป็น “เศษเสี้ยวของความจริง” ถูกนำมาตัดต่อพันธุกรรมจนกลายเป็น “ความจริงชุดใหม่” ที่ตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง

      ดังนั้น เรื่องนี้ ในสมรภูมิ “ไอโอซ้อนไอโอ” ข้อมูลไม่ได้ทำหน้าที่สื่อสารความจริงอีกต่อไป แต่มันถูกใช้เป็น “อาวุธ” ที่มีการวิวัฒนาการตัวเองอยู่ตลอดเวลาหากสังคมไทยยังติดหล่มกับการบริโภคข้อมูลเพียงด้านเดียว หรือหลงเชื่อเพียงเพราะเป็น “คลิปที่มีภาพและเสียง” โดยไม่ตรวจสอบที่มาและบริบท เราอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการกลายพันธุ์ข้อมูลนี้โดยไม่รู้ตัว และท้ายที่สุด “ความจริง” จะกลายเป็นสิ่งที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้กองขยะข้อมูลที่ทั้งสองฝั่งจงใจสร้างขึ้นมาลวงตากันเอง

 

ฟังเสียง คลิป ตัวอย่าง ที่มีการ วิวัฒนาการ ตามนี้ https://web.facebook.com/share/v/1HadV81CCv/