พล.อ.โกศล ชี้ไทยไม่ใช่เบี้ยมหาอำนาจ ต้องเลือกทางรอดให้ประชาชน

หนุน “สีหศักดิ์” เปิดทุกช่องทางจีน–รัสเซีย–ตะวันออกกลาง
พลเอก โกศล ชูใจ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ แสดงความเห็นต่อกรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐอเมริกา สะท้อนความกังวลต่อท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยังมิได้เสนอความช่วยเหลือโดยตรงต่อประเทศไทย ภายหลังไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง ท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศครั้งนี้เป็น “สัญญาณสำคัญของการทบทวนดุลยภาพนโยบายต่างประเทศไทย” และเป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การทูตเพื่อความอยู่รอดและเสถียรภาพของฐานราก
พลเอก โกศล กล่าวว่า ประเทศไทยมีประวัติความสัมพันธ์อันยาวนานกับสหรัฐอเมริกา และยังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือในฐานะมิตรประเทศและพันธมิตรตามกรอบความสัมพันธ์เดิม แต่ในภาวะวิกฤตระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ราคาปุ๋ย ต้นทุนการผลิตภาคเกษตร การขนส่งระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของเรือสินค้าไทย รัฐบาลไทยย่อมมีหน้าที่ต้องแสวงหาช่องทางความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่สามารถช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้จริง
วิกฤตการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานนอกระบบ เกษตรกร และฟันเฟืองทางเศรษฐกิจระดับฐานราก ซึ่งต้องการการปกป้องจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน
“ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีต่างประเทศว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย หากประเทศใดเป็นมิตรกับเราในยามปกติ แต่ในยามวิกฤตกลับไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไทยได้โดยตรง ไทยก็มีความจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ทางการทูตกับประเทศอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย หรือประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง” พลเอก โกศล กล่าว
การรักษาสมดุลเชิงรุกในโลกพหุขั้วอำนาจ
เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่วิเคราะห์ต่อว่า สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า โลกมิได้ตั้งอยู่บนระบบขั้วอำนาจเดียวอีกต่อไป ประเทศขนาดกลางอย่างไทยจึงต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างรอบคอบ ยืดหยุ่น และยึดผลประโยชน์แห่งชาติเป็นศูนย์กลาง การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ ยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องไม่หมายความว่าไทยจะจำกัดทางเลือกของตนเองจนไม่สามารถประสานความร่วมมือกับจีน รัสเซีย หรือประเทศอื่น ๆ ได้ในยามที่ประชาชนไทยต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
กรณีไทยขอให้จีนช่วยอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยของเรือไทยในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการเจรกับรัสเซียเรื่องปุ๋ยและพลังงาน เป็นตัวอย่างของการทูตเชิงปฏิบัติที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองระหว่างประเทศ หากแต่เป็นการกระจายความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกถูกกระทบจากสงคราม มาตรการคว่ำบาตร และการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ
“วันนี้โจทย์ของไทยไม่ใช่ว่าเราจะอยู่ข้างใคร แต่คือเราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรมีปุ๋ยใช้ ให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับราคาน้ำมันที่สูงเกินควร ให้เรือไทยและลูกเรือไทยได้รับความปลอดภัย และให้เศรษฐกิจไทยไม่ถูกลากไปเป็นผู้เสียหายจากสงครามที่ไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อ นี่คือหัวใจของนโยบายต่างประเทศที่ต้องยืนอยู่บนผลประโยชน์ของชาติ ไม่ใช่ยืนอยู่บนความเกรงใจทางการทูตเพียงอย่างเดียว” พลเอก โกศล กล่าว
ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคและข้อเสนอเชิงนโยบาย
พลเอก โกศล ยังเห็นว่า จีนมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือในสถานการณ์วิกฤต ดังนั้น ไทยควรใช้ความสัมพันธ์ไทย–จีนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงยุทธศาสตร์ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศอื่นถดถอยลง
หากดำเนินนโยบายด้วยความสมดุล โปร่งใส และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ความสัมพันธ์ไทย–จีนไม่ควรถูกมองผ่านกรอบการแข่งขันของมหาอำนาจเท่านั้น แต่ควรมองในฐานะความร่วมมือของประเทศในเอเชียที่มีผลประโยชน์ร่วมกันด้านเสถียรภาพ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของเส้นทางการค้า
“หากจีนสามารถช่วยประสาน ลดความเสี่ยง หรือเปิดทางให้ไทยผ่านพ้นวิกฤตได้ ไทยก็ควรใช้ช่องทางนั้นอย่างเต็มที่ ภายใต้หลักอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศ” พลเอก โกศล ระบุ
พร้อมย้ำว่า พรรคทางเลือกใหม่สนับสนุนแนวทางนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ สร้างสรรค์ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคความไม่แน่นอนสูง ไทยไม่ควรปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกกำหนดจากอดีตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินจากความสามารถของแต่ละประเทศในการร่วมแก้ปัญหาปัจจุบันและอนาคตให้แก่ประชาชนไทย
“ไทยต้องเป็นมิตรกับทุกประเทศ แต่ต้องไม่เป็นเบี้ยของประเทศใด ไทยต้องเคารพพันธมิตรเดิม แต่ก็ต้องกล้าสร้างพันธมิตรใหม่ ไทยต้องรักษาสมดุล แต่สมดุลนั้นต้องไม่ใช่สมดุลแบบนิ่งเฉย หากต้องเป็นสมดุลที่ทำให้ประเทศมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และทำให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองมากขึ้น” พลเอก โกศล กล่าวย้ำ
ในตอนท้าย พลเอก โกศล ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญต่อระบบนโยบายต่างประเทศไทยว่า การพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้ไทยขาดความยืดหยุ่นในยามวิกฤต รัฐบาลจึงควรเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยครอบคลุมพลังงาน ปุ๋ย อาหาร เส้นทางเดินเรือ การเงินระหว่างประเทศ และการบริหารความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตร เพื่อให้ไทยสามารถรับมือความผันผวนของโลกได้อย่างมีเอกภาพและทันท่วงที
“ในโลกวันนี้ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่เลือกข้างเก่งที่สุด แต่คือประเทศที่รู้จักรักษาประโยชน์ของตนเองอย่างชาญฉลาดที่สุด ประเทศไทยต้องมีความกล้าพอที่จะพูดความจริงกับมิตรทุกฝ่าย และต้องมีความสามารถพอที่จะสร้างทางเลือกใหม่ๆให้ตนเองในทุกสถานการณ์” พลเอก โกศล กล่าวปิดท้าย
Post Views: 10