หอการค้าฯ ผนึก บพท.-ศิลปากร จัดใหญ่ ‘ภูษาศิลป์ ถิ่นผ้าครั่ง’ ปี 5 หลังคว้า GI สำเร็จ มุ่งปั้นเศรษฐกิจฐานราก

หอการค้าจังหวัดลำปาง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เตรียมจัดงานใหญ่ “ภูษาศิลป์ ถิ่นผ้าครั่ง” ปีที่ 5 ระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลำปาง ประกาศความสำเร็จหลังผลักดัน “ผ้าย้อมครั่ง” ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้สำเร็จ พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนจากรากฐานทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร หัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนาเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม” เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูผ้าย้อมครั่งว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2565 ตนพบว่าจังหวัดลำปางกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนผ้าทอที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง เนื่องจากในอดีตแหล่งทอผ้าสำคัญอย่าง “เมืองลอง” ได้ถูกโอนย้ายไปขึ้นตรงกับจังหวัดแพร่ ทำให้ลำปางแทบไม่มีผ้าที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดเหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สำรวจเชิงลึกพบว่า ลำปางมีศักยภาพแฝงที่สำคัญคือ มีโรงงานแปรรูป “ครั่ง” ถึง 5 แห่ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดและหาได้ยากในจังหวัดอื่น แม้ปัจจุบันการเลี้ยงครั่งในภาคเหนือจะลดลงไปมาก แต่ลำปางยังคงเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ โครงการวิจัยฯ จึงได้นำองค์ความรู้ด้านสีย้อมธรรมชาติมาต่อยอด จนเกิดเป็น “ผ้าย้อมครั่ง”
“ตอนแรกเราจัดแฟชั่นโชว์เล็กๆ ในงานกาชาดปี 66 จากนั้นก็ขยับขยายมาจัดร่วมกับงานเทศกาลตีกลองปู่จา จนปัจจุบันผ้าย้อมครั่งติดตลาดและกลายเป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของลำปาง ล่าสุดสามารถผลักดันจนได้รับการขึ้นทะเบียน GI เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสีครั่งของลำปางจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือออกโทนสีชมพู และเน้นการย้อมบนผ้าฝ้าย ขณะนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง กระทั่งเวทีประกวดมิสแกรนด์ภาคเหนือยังได้นำชุดผ้าย้อมครั่งของเราไปใช้ในการเดินแฟชั่นโชว์” รศ.ดร.สุพรรณี ระบุ

ด้าน นางไอลดา จันทร์จิเรศรัศมี รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันด้านการตลาดและพาณิชย์ กล่าวว่า งาน “ภูษาศิลป์ ถิ่นผ้าครั่ง” ถือเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยเหลือและเชื่อมโยงชุมชนทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง โดยใช้ “สีจากครั่ง” เป็นจุดร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
ความพิเศษที่ถือเป็นเสน่ห์ของผ้าย้อมครั่งลำปาง คือสภาพของ “น้ำ” ในแต่ละอำเภอที่มีคุณสมบัติทางเคมีแตกต่างกัน ส่งผลให้เมื่อนำมาย้อมครั่งจะได้เฉดสีที่แตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ เช่น โทนสีม่วง สีแดง และสีชมพู สร้างความหลากหลายและงดงามตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันได้มีการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ อย่างหลากหลาย ไม่จำกัดเพียงเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แต่ยังครอบคลุมถึงกระเป๋า หมอน และตุ๊กตา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่
สำหรับงานที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลำปาง จะมีการรวบรวมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าของดีประจำจังหวัดกว่า 20 บูธ มาจัดแสดงและจำหน่าย โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ แฟชั่นโชว์ผ้าย้อมครั่งสุดตระการตา มุ่งลบภาพลักษณ์ผ้าไทยแบบเดิมๆ ด้วยดีไซน์และการตัดเย็บที่ทันสมัย สามารถสวมใส่ทำงานหรือเป็นชุดราตรีได้ นำเสนอบนรันเวย์โดยคณะกรรมการหอการค้าฯ เซเลบริตี้ และนางงามจังหวัดลำปาง
การแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง จัดแสดงและเดินแบบชุดไทยพระราชนิยมที่ตัดเย็บด้วย “ผ้าย้อมครั่ง” ทั้งหมด พร้อมนิทรรศการให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
เวทีเสวนาทิศทางตลาด จัดเสวนาในหัวข้อ “ผ้าครั่งลำปางกับการก้าวสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน” เพื่อระดมสมองจากภาคส่วนต่างๆ และกำหนดทิศทางอนาคตของสินค้าชุมชน
และ กิจกรรม Workshop เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานทดลองนำสีย้อมครั่งมาระบายลงบนกระเป๋าผ้า และ “กระดุมเซรามิก” ซึ่งถือเป็นการบูรณาการ 2 ทุนวัฒนธรรมของดีเมืองลำปางเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ การประกวดหนูน้อยผ้าครั่ง 11 ส.ค.จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดความรักและภาคภูมิใจในการสวมใส่ผ้าท้องถิ่น
การบูรณาการความร่วมมือจัดงานในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระยะสั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดลำปาง ในฐานะเมืองรองที่สามารถนำ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาประยุกต์และต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
Post Views: 5