JSD-South ร่วมภาคี เลี้ยงเด็ก 3 จว. ปั้น “แกงนางรำ” ต่อยอดอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชู สันติสุขกินใต้

   

       สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South)  ร่วมกับศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ และภาคีเครือข่าย ลุยช่วยเหลือเกษตรกรหลังประสบปัญหาราคาทุเรียนชะนีตกต่ำไม่ถึง 20 บาท ด้วยการรับซื้อผลผลิตจัดเลี้ยงอาหารเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ ปัตตานี ยะลา และสงขลา พร้อมนำส่วนตำหนิแปรรูปเพิ่มมูลค่า ขณะเดียวกันจับมือชุมชนเดินหน้าพัฒนา “แกงนางรำ” อ.ยะหา ผุดแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและค่ายลูกเสือพหุวัฒนธรรม ลดรายจ่ายและสร้างรายได้ สันติสุขที่กินได้

สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South)  พร้อมด้วยศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ และภาคีเครือข่าย ร่วมมือกับผู้นำท้องที่และท้องถิ่น ยื่นมือเข้าช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะ “ทุเรียนพันธุ์ชะนี” และก้านยาว ที่มีราคาดิ่งลงเหลือไม่ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท

      คณะทำงานได้ลงพื้นที่รับซื้อทุเรียนจากชาวบ้าน เพื่อนำมาจัดทำเป็นอาหารและแจกจ่ายให้แก่เด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนทุเรียนแล้ว ยังสร้างรอยยิ้มและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม ขณะเดียวกัน ผลผลิตบางส่วนยังถูกนำมาต่อยอดแปรรูปเป็นทุเรียนกวน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้แก่กลุ่มแม่บ้านในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นายนิวรณ์ ไชยชนะ โฆษกศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ เปิดเผยว่า การรวมกลุ่มถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการนำทุเรียนราคาถูกหรือผลผลิตที่มีตำหนิ เช่น ทุเรียนเป็นรู มาเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูปเป็นทุเรียนกวนและทุเรียนทอด

     นอกจากนี้ นายนิวรณ์ ยังระบุถึงแนวคิดการลดต้นทุนเกษตรกรด้วยการส่งเสริมให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีสำเร็จรูป แล้วหันกลับมาใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น เศษหญ้า ใบไม้ เปลือกทุเรียน และมูลสัตว์ มาทำเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งเตรียมจะเปิดพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ” เพื่อให้คณะผู้สนใจหรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาศึกษาดูงานในอนาคต

ด้าน นางรอกีเยาะ อาบู ประธานศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ กล่าวว่า กิจกรรมของกลุ่มยังมองไปถึงการรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่นๆ ที่กำลังออกสู่ตลาด เช่น ลองกอง สะตอ และส้มแขก เพื่อนำมาแปรรูปสร้างอาชีพให้กลุ่มสตรีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานของกลุ่มสตรีในระยะยาว ได้มีการวางแผนปลูกพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ข่า ขมิ้น ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง และพริก โดยผลผลิตที่ได้จะนำมาแจกจ่ายบริโภคภายในกลุ่มก่อนเพื่อลดรายจ่าย ส่วนที่เหลือจะนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้มาปันผลให้แก่สมาชิก ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้พวกเขา นี้คือ สันติสุขที่กินได้จริง

นางรอกีเยาะ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ชาย ขณะนี้กำลังร่วมกันก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โดยเน้นใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและประหยัดงบประมาณที่สุด เพื่อพัฒนาพื้นที่ “แกงนางรำ” ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแห่งใหม่ ที่มีชื่อว่า “Raw & Wild” คีรีแก่งนางรำ  ที่หมายถึง พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางผืนป่าอันสมบูรณ์ ที่มอบความเป็นอิสระ ความท้าทายเล็กๆ และความเรียบง่าย เพื่อให้ผู้มาเยือนได้หลีกหนีความวุ่นวาย… แล้วกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

     อีกเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็น “ค่ายลูกเสือพหุวัฒนธรรม” ที่กินได้และจับต้องได้จริง เพื่อรองรับนักเรียน องค์กร และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนพหุวัฒนธรรมซึ่งเป็นการหลอมรวมระหว่าง ตำบลตาชี และ ตำบลยะหา อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“ทุกวันนี้สมาชิกที่ว่างจากงานหลักจะมารวมตัวกัน กลุ่มผู้หญิงจะช่วยกันนำใบค้อหรือ ใบซีเหรงมามุงทำเป็นหลังคา ส่วนกลุ่มผู้ชายจะตัดไม้ไผ่มาสร้างอาคารและที่พักแรม ตอนนี้เริ่มมีผู้โทรศัพท์เข้ามาจองคิวทำกิจกรรมและเข้าค่ายจำนวนมาก แต่เราขอเตรียมความพร้อมทั้งจุดกางเต็นท์และกิจกรรมภาคสนามก่อน เมื่อมีคนนอกเข้ามา การซื้อขายในชุมชนก็จะเกิด ขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับชาวบ้านในพื้นที่” ประธานศูนย์พัฒนาอาชีพฯ ระบุ

     นางรอกีเยาะ กล่าวทิ้งท้ายโดยขอขอบคุณผู้นำท้องที่และท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ ต.ยะหา และ ต.ตาชี อ.ยะหา ที่ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง

รวมถึงสื่อมวลชนพันธมิตร ได้แก่ นายปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี และบรรณาธิการศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา พร้อมด้วย คุณนลิน สิงหพุทธางกูร ผู้ดำเนินรายการ “ขอเวลานอก / THE UNCUT TALK” และ “ข่าวข้นคนข่าว” ที่คอยให้การช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกมิติ เป็นกำลังใจสำคัญให้กลุ่มชาวบ้านพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนชุมชนอย่างต่อเนื่อง และ เพื่อนสื่อในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วย