ปิดทองหลังพระฯ นำร่อง ‘โป่งลึก-บางกลอย’ ลุยยะลา ถอดบทเรียนทุเรียนคุณภาพ ชูโมเดล “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” สู่เกษตรอินทรีย์ยั่งยืน

ระหว่างวันที่ 7–13 กันยายน 2569 สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิปิดทองหลังพระ ได้นำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนคุณภาพบ้านโป่งลึก-บางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญของสถาบันฯ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อศึกษาเรียนรู้การผลิตและบริหารจัดการสวนทุเรียนคุณภาพครบวงจร โดยน้อมนำหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “การมีส่วนร่วม” มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน เพื่อยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในจังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้ มุ่งเน้นให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning by Doing) ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจ การดูแลต้นทุเรียน การจัดการช่วงออกดอก การบำรุงรักษาผลทุเรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคพืช ตลอดจนกลยุทธ์ด้านการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต
“เกษตรกรได้ลงมือปฏิบัติจริงในแปลง ตั้งแต่เทคนิคการตัดแต่งต้นและใบ การให้น้ำ การดูแลผลอ่อน การใช้สารอินทรีย์ ไปจนถึงเทคนิคการตรวจสอบความแก่ของทุเรียนจากภายนอกตามจุดตรวจ 24 จุด ก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด และนำองค์ความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่สวนทุเรียนที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย” นายกฤษฎากล่าว

น้อมนำ “ระเบิดจากข้างใน” สู่การพึ่งพาตนเอง
นายกฤษฎา กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการนี้ได้น้อมนำหลักการทรงงาน “อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน” “รู้จักแบ่งปัน” และ “ระเบิดจากข้างใน” มาเป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน การเปิดโอกาสให้เกษตรกรเรียนรู้จากชุมชนที่มีประสบการณ์ ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เกิดความเชื่อมั่นและสามารถพัฒนาศักยภาพตนเอง จนก้าวไปสู่การบริหารจัดการกลุ่มและธุรกิจปัจจัยการผลิตได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในระยะยาว
ตั้งเป้าทุเรียนอินทรีย์ 100% ดึงระบบ PGS และ E-Learning ยกระดับมาตรฐาน
สำหรับการพัฒนาการผลิตทุเรียนอินทรีย์ สถาบันฯ จะส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคนิค “4 ระยะ 9 ขั้นตอน” มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ “ภูมิสังคม” ของกลุ่มโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งเคยมีปัญหาการใช้สารเคมีมาก่อน โดยตั้งเป้าหมายพลิกโฉมการผลิตสู่ ทุเรียนปราศจากสารเคมี 100%
นอกจากนี้ สถาบันฯ เตรียมประสานความร่วมมือกับภาคีด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อพัฒนาสารชีวภาพป้องกันและกำจัดศัตรูพืช พร้อมขับเคลื่อนระบบการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems: PGS) ซึ่งเปิดให้ชุมชนมีบทบาทในการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานร่วมกัน ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านระบบ E-learning ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อให้สามารถทบทวน เรียนรู้เพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นในอนาคต
มุ่งเป้าหมายสูงสุด การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
“การนำเกษตรกรโป่งลึก-บางกลอยลงพื้นที่ยะลา ถือเป็นก้าวสำคัญของการสืบสานแนวพระราชดำริ ที่เน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้จากพื้นที่จริง เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่คือการทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิต การรวมกลุ่ม และการตลาดได้ด้วยตนเอง มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายกฤษฎากล่าว
ทั้งนี้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ จะดำเนินการติดตาม จัดเก็บข้อมูล และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลสัมฤทธิ์ที่ได้มาพัฒนาองค์ความรู้ และพิจารณาขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่นที่มีบริบทและความต้องการใกล้เคียงกันต่อไป


