พลิกตำนาน ‘ทายโจ๊กพนัสนิคม’ จาก ‘ผะหมี’ สู่ภูมิปัญญาชลบุรี ดันทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ

    ‘ทายโจ๊กพนัสนิคม’ ต้นแบบทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เจาะลึกประวัติศาสตร์จากปริศนาแผ่นกระดาษย่านสำเพ็ง สู่โคลงทาย 4 คำตอบ ภูมิปัญญาคู่เมืองชลบุรี ขับเคลื่อนผ่านงานวิจัย บพท.-ววน. หวังยกระดับเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

      การละเล่นพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น ถือเป็นหนึ่งใน “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สำคัญของชาติ ล่าสุด ข้อมูลจาก หนังสือโจ๊กปริศนา โดยชมรมโจ๊กพนัสนิคม พ.ศ. 2567 ได้เปิดเผยถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ “การเล่นทายโจ๊กพนัสนิคม” ซึ่งถือเป็น “โจ๊กปริศนา ภูมิปัญญาชาวชลบุรี ของดีเมืองพนัสนิคม” ที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนาน และกำลังถูกผลักดันให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

      จากการสืบค้นประวัติความเป็นมาพบว่า การเล่นทายโจ๊ก มีลักษณะคล้ายคลึงกับการเล่น “ผะหมี” ซึ่งเป็นการทายปริศนาของชาวจีนที่เขียนลงบนแผ่นกระดาษ โดยปรากฏหลักฐานว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ชาวจีนในย่านสำเพ็ง กรุงเทพมหานคร ได้ริเริ่มการเล่นผะหมีขึ้น ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการดัดแปลงเป็นการเล่นปริศนา “โคลงทาย” ของไทย ตามแบบอย่างการเล่นผะหมี ทว่าโคลงทายในยุคสมัยนั้น ยังคงรูปแบบการเล่นที่มีเพียงคำตอบเดียว

      สำหรับจุดกำเนิดที่เชื่อมโยงมาสู่ “ทายโจ๊กพนัสนิคม” นั้น สืบเนื่องจาก พระพิมลธรรมราชบัณฑิต (ชอบ อนุจารี) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เมื่อครั้งที่ท่านยังบรรพชาเป็นสามเณรและเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ท่านได้มีโอกาสพบเห็นการเล่นโคลงทาย จึงได้นำมาประยุกต์และพัฒนาต่อยอดจากการเล่นโคลงทายแบบคำตอบเดียว ให้กลายเป็น “ปริศนากวี” ที่มีความซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้มี 4 คำตอบในแผ่นเดียวกัน

      ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2466 พระพิมลธรรมราชบัณฑิตได้ถ่ายทอดรูปแบบการเล่นดังกล่าวให้แก่ ครูประภัศร์ จันทน์พะยอม ผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งในขณะนั้นเป็นเจ้าของโรงเรียนราษฎร์ในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี การเล่นทายโจ๊กจึงได้หยั่งรากลงที่อำเภอพนัสนิคมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนหลอมรวมกลายเป็นอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของชาวชลบุรีตราบจนปัจจุบัน

      ความเข้มแข็งของวัฒนธรรมนี้ นำไปสู่การก่อตั้ง “ชมรมโจ๊กพนัสนิคม” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2514 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของสุนทรภู่ กวีเอกของไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาปริศนากวีให้คงอยู่

     ปัจจุบัน ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาทายโจ๊กพนัสนิคม ได้รับการยกระดับความสำคัญภายใต้แนวคิด “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ” และ “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” โดยถูกนำมาเป็นกรณีศึกษาในโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

      โครงการดังกล่าว ดำเนินงานโดย มูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน นำทีมขับเคลื่อนโดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”

      ทั้งนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณเชิงรุกจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.), สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เพื่อแปลงต้นทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องยาก ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนต่อไป