‘ราเชน’ อัดระบบราชการสุดอืด จี้ตั้ง ผอ.ฉุกเฉินด่วน ทิ้งท้ายสลด ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’

       นายราเชน ตระกูลเวียง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ออกโรงแนะรัฐบาลเร่งตั้ง “ผู้อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน” รับมือวิกฤตอุทกภัยแบบรวมศูนย์ ชี้หากไร้เจ้าภาพหลักจะแก้ปัญหาล่าช้า พร้อมจี้รัฐเตรียมแผนเชิงรุก จัดหาศูนย์พักพิง-ที่จอดรถหนีน้ำ หลังประเมินรถยนต์อาจเสียหายหลักหมื่นคัน

นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์พายุและอุทกภัยที่กำลังแผ่ขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศในขณะนี้ว่า ตนขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ขอส่งกำลังใจไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยไม่ต้องหวั่นไหวต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือคำผรุสวาทใดๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องการเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและ ครม. คือการเร่งแต่งตั้ง “ผู้อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน” เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นนับจากนี้ เนื่องจากหากไม่มีผู้รับผิดชอบหลักในการสั่งการ และต้องรอการประสานงานข้ามหน่วยงาน จะส่งผลให้การรับมือและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยากลำบาก และล่าช้าเกินกว่าเหตุ

นายราเชน ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ปัจจุบันมีกรณีประชาชนจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ในที่พักอาศัย เช่น แฟลตคลองจั่น และมีรถยนต์ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเมินว่าในวิกฤตครั้งนี้อาจมีรถยนต์ได้รับความเสียหายระดับหมื่นคัน นำมาซึ่งความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

“รัฐบาลควรเตรียมการล่วงหน้า จัดหาสถานที่อพยพ ศูนย์พักพิง และโดยเฉพาะพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัยให้พร้อม เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้เรารู้แนวโน้มสถานการณ์แล้ว การเตรียมพร้อมเชิงรุกจะช่วยลดความเสียหายได้มาก และหลังจากนั้นรัฐบาลต้องเร่งมาตรการเยียวยาชดเชยให้ประชาชนให้เร็วที่สุด” นายราเชนระบุ

รองประธาน กมธ.การทหาร กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเคยประสบชะตากรรมจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 จึงเข้าใจดีถึงความสูญเสียทางทรัพย์สินและผลกระทบทางจิตใจ ขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงข้อจำกัดของระบบราชการที่การช่วยเหลือมักเป็นไปอย่างล่าช้าและยากลำบาก ในเบื้องต้นจึงขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญวิกฤต โดยอาจต้องยึดหลัก ‘อัตตาหิ อัตตโน นาโถ’ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไปพร้อมๆ กับการรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ