เปิดงบ 237 ล้าน! ‘ศอ.บต.’ ผุดโปรเจกต์ใหญ่

                                                                       
                      ‘ศูนย์อาหารฮาลาล’ ปัตตานี ใช้งบ ‘ครุภัณฑ์’ พุ่ง 155 ล้าน 

                      โครงการ “ปรับปรุงศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พร้อมครุภัณฑ์” เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) “ปรับปรุงศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พร้อมครุภัณฑ์” ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ทุ่มงบประมาณสูงถึงกว่า 237 ล้านบาท พบยอดรวมค่าครุภัณฑ์จัดซื้อพุ่งทะลุ 155 ล้านบาท มีการตั้งราคากลางเครื่องจักรสำคัญอย่าง ‘SPRAY DRYER’ และ ‘Freezedry’ เป็นจำนวนมาก
                      คณะกรรมการกำหนดราคากลางโครงการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ดำเนินการจัดทำรายการประมาณราคาค่าก่อสร้าง โครงการ “ปรับปรุงศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พร้อมครุภัณฑ์” ในพื้นที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมีราคากลางรวมทั้งสิ้น 237,623,313.69 ล้านบาท เพื่อยกระดับโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร OTOP เดิม ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลตามนโยบายรัฐบาล
                     จากการตรวจสอบรายละเอียดการประมาณราคา ที่จัดทำโดยคณะกรรมการกำหนดราคา กลางของ ศอ.บต. พบว่า งบประมาณรวมกว่า 237 ล้านบาท ถูกจำแนกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 หมวดงานหลัก โดย หมวดครุภัณฑ์มีวงเงินสูงถึงกว่า 2 เท่าของงานสิ่งก่อสร้าง คือ สิ่งก่อสร้าง 82,088,243 ล้านบาท หมวดงานครุภัณฑ์จัดซื้อ155,535,070 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น237,623,313 บ้านบาท
                      โดยงบประมาณส่วนใหญ่ของโครงการนี้ถูกจัดสรรอยู่ในส่วนของ “หมวดงานครุภัณฑ์จัดซื้อ” ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 155.5 ล้านบาท โดยมีรายการครุภัณฑ์ประเภทเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารจำนวนมาก ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการแปรรูปและยืดอายุผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับมาตรฐานสากล:เครื่อง SPRAY DRYER พ่นฝอยจำนวน 26 เครื่องราคาเครื่องละ 500,000 บาทคิดเป็นราคารวม 13,000,000 บาท เครื่อง Freezedry ขนาด 15 กก. (สแตนเลสสตีล) จำนวน 5 เครื่องราคาเครื่องละ 549,000 บาท คิดเป็นราคารวม 2,745,000 บาทเครื่อง SPRAY DRYER (อีกรายการ) จำนวน 5 เครื่องราคาเครื่องละ 500,000 บาท คิดเป็นราคารวม 2,500,000 บาทเครื่อง Freezedry ขนาดเล็ก (สแตนเลสสตีล) จำนวน 15 เครื่องราคาเครื่องละ 224,000 บาทคิดเป็นราคารวม 3,360,000 บาท
                           นอกจากนี้ยังมีหมายเหตุอีกว่า เครื่อง SPRAY DRYER และ Freezedry เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ใช้ในการแปรรูปอาหารเพื่อยืดอายุ (Shelf Life) และคงคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะการทำผงอาหารหรือการทำแห้งแบบเยือกแข็ง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอาหารฮาลาลพรีเมียม
                          โครงการนี้ ยังทุ่มงบอีก สำหรับงานสิ่งก่อสร้าง 82 ล้าน เน้นสร้างระบบห้องเย็นมาตรฐานสูงในส่วนของงานสิ่งก่อสร้างมูลค่ากว่า 82 ล้านบาท เน้นการปรับปรุงอาคารโรงงาน, อาคารสำนักงาน, อาคารวิจัยและพัฒนา, และที่สำคัญคือ งานระบบห้องเย็น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอาหารมาตรฐานสูง อาทิ ห้องแช่แข็ง อุณหภูมิ -35 °Cห้องเก็บสินค้าแช่แข็ง อุณหภูมิ -25 °Cการติดตั้งแผ่นฉนวนกันความร้อนโพลีไอโซไซยานูเรต และงานพื้นชนิด POLY URETHANE CONCRETE เพื่อความสะอาดและทนทานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
                         เปิดชื่อคณะกรรมการกำหนดราคากลางเอกสารประมาณราคาดังกล่าวมีการลงนามและรับรองการประมาณราคาโดยคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ซึ่งประกอบด้วย นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม เป็น ประธานกรรมการ มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน และมีกรรมการ คือ นางสาวขวัญจิต เคียงตระกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ นายพฤฒิพงศ์ ชัยสิทธิ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ นายรู้ดีมาน มามะ ส่วน นายฟักรูดีน มาดเด่น พนักงานวิศวกรโยธา เป็น กรรมการและเลขานุการ
                         โครงการนี้มีที่มาอย่าง ชัดเจนจากนโยบายระดับชาติที่ผลักดันโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ในฐานะผู้สั่งการผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เพื่อใช้โครงสร้างเดิมของโรงงาน OTOP 50 ไร่ ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ ให้เป็นฐานขับเคลื่อนพื้นที่จากความมั่นคงด้านความขัดแย้งไปสู่ “ความมั่นคงทางอาหาร”
                          พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง) เป็นผู้สั่งการและขับเคลื่อนให้ ศอ.บต. เร่งดำเนินงานตามนโยบายนี้ ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งนเรนทร์ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ โดยเดิม อาคารสิ่งปลูกสร้าง อาทิ อาคารโรงงาน อาคารสำนักงาน และอาคาร Utility ถูกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยรับงบประมาณ ได้ส่งคืนให้กรมธนารักษ์บริหารจัดการ และปัจจุบันยังไม่มีผู้เช่าขอใช้ประโยชน์ โครงการนี้จึงเป็นการปรับปรุงซ่อมแซมและใช้ประโยชน์จากโรงงานเดิมให้คุ้มค่า แปลงร่างสู่ ‘ศูนย์อัจฉริยะ’ ด้วยเทคโนโลยีวัตถุประสงค์หลักคือการปรับปรุงซ่อมแซมโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร OTOP เดิม ให้เป็น “ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และซับซ้อน (ดังที่รายงานไปแล้วว่ามีการจัดซื้อครุภัณฑ์สูงถึง 155 ล้านบาท)
                           โครงการนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดย กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ใช้งบประมาณ รวมกว่า 237 ล้านบาท ปีงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ปี 2568 และ 2569 (ระยะเวลา 2 ปี) ในเวลาเดียวกัน ให้มีการจัดซื้อจัดจ้าง และจัดทำราคากลาง กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 750 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
                          จาก งบประมาณแผ่นดินกว่า 237 ล้านบาท ในโครงการที่สืบทอดมาจากนโยบายระดับสูง และใช้โครงสร้างเดิมของรัฐที่เคยถูกปล่อยว่าง ย่อมเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูว่า จะสามารถบรรลุเป้าหมายในการยกระดับเศรษฐกิจฮาลาล และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้หรือไม่นั้น อาจจะต้องติดตามอย่างไกล้ชิดต่อไป