“ศรัณย์วุฒิ” ชูนโยบายล้างหนี้-ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน ลั่นเป็นนักรบพันธุ์ดุ ตรวจสอบเข้มแม้ร่วมรัฐบาล

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ชื่อดัง เปิดใจผ่านรายการ “ตะลุยเลือกตั้ง 69” ถึงการตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ พรรคโอกาสใหม่ ในการเลือกตั้งปี 2569 โดยขยับขึ้นมาลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 พร้อมประกาศจุดยืนเป็น “นักรบอุดมการณ์” ที่เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนฐานรากเป็นลำดับแรก
ชูโมเดล “แช่แข็งหนี้” และฟื้นกองทุนหมู่บ้าน 8 หมื่นแห่ง
นายศรัณย์วุฒิ เผยว่านโยบายเรือธงที่ทางพรรคพร้อมดำเนินการทันทีคือการแก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จผ่านนโยบาย “แช่แข็งหนี้ทั้งแผ่นดิน” ซึ่งครอบคลุมทั้งการหยุดเงินต้น หยุดดอกเบี้ย และหยุดการฟ้องร้องยึดทรัพย์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสตั้งตัวใหม่โดยไม่ต้องพึ่งพานโยบายประชานิยมแบบแจกเงินที่ตนมองว่าเป็นการ “มอมเมาประชาชน”
นอกจากนี้ ยังเตรียมปฏิรูป กองทุนหมู่บ้าน กว่า 80,000 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้โมเดล “รถไฟความเร็วต่ำลาก 80,000 โบกี้” เน้นการอัดฉีดงบประมาณ SML และองค์ความรู้เพื่อเปลี่ยนชุมชนให้เป็นฐานการผลิตระดับโลก (OITA Model) สร้างรายได้ที่ยั่งยืนแทนการกู้ยืมเพียงอย่างเดียว
ดัน อสม. สู่รายได้ 5 หมื่นบาท รับมือวิกฤตโลก
ในส่วนของนโยบายด้านสาธารณสุขและแรงงาน นายศรัณย์วุฒิเสนอแนวคิดยกระดับ อสม. และกลุ่มหมอนวดแผนไทย ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญการดูแลผู้สูงอายุระดับพรีเมียม เพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุทั่วโลกที่มีกำลังซื้อสูง โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ให้กลุ่มอาชีพนี้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ผ่านการฝึกทักษะภาษา วัฒนธรรม และการรักษาพยาบาลเบื้องต้น
ขณะเดียวกันยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลก โดยระบุว่าพรรคโอกาสใหม่ได้เตรียมแผนรับมือวิกฤตที่อาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ผ่านการสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ซึ่งจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของไทย
ลั่นเป็น “ฝ่ายค้านในรัฐบาล” ตรวจสอบคนโกง
สำหรับจุดยืนทางการเมือง นายศรัณย์วุฒิย้ำว่าการย้ายพรรคในครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นในตัว นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ที่เป็นนักบริหารมืออาชีพและมีความสะอาดโปร่งใส พร้อมประกาศกร้าวว่าหากพรรคได้ร่วมรัฐบาลแต่พบการทุจริตหรือนโยบายที่ไม่เป็นธรรม ตนพร้อมทำหน้าที่อภิปรายตรวจสอบอย่างดุเดือดตามสไตล์นักรบพันธุ์ดุ
“ต่อให้ผมเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าทำไม่ถูกผมจะเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลเอง ผมจะชี้หน้าอภิปรายในสภาอย่างดุเดือด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน” นายศรัณย์วุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
Post Views: 21