พลิก ‘บ่อปลา 20 ไร่’ สู่ ‘ปลาส้มแปรรูป’ แสงแห่งความหวัง

                         

     ‘เยาวชนนาค้อใต้’ ดับไฟยาเสพติดด้วยเศรษฐกิจชุมชน

            ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ “ยาเสพติด” และ “ความยากจน” กลายเป็นเงาตามตัวที่เป็นโจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐและราษฎรมาโดยตลอด แต่ที่ “บ้านนาค้อใต้” ปัตตานี กำลังมีโมเดลที่น่าสนใจ เมื่อคนในพื้นที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยน “ที่ดินรกร้าง” ให้กลายเป็น “ธนาคารอาหาร” เพื่อดึงเยาวชนออกจากวงจรสีเทา

     ที่บ้านนาค้อใต้ ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พื้นที่กว่า 20 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษที่เคยอนุญาตให้ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในการขุดเป็นบ่อเลี้ยงปลาตะเพียนขนาดใหญ่ กลับถูกทิ้งให้รกร้างมานานหลายปีตามสภาพเศรษฐกิจและบริบทพื้นที่ที่เปลี่ยนไป

      ล่าสุด ทีมข่าว ลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มเยาวชนสานฝัน” และ “กลุ่มสตรีบ้านนาค้อใต้” ที่พยายามจะปลุกฟื้นคืนชีพผืนดินผืนนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ภายใต้โครงการสร้างงานสร้างอาชีพเพื่อความยั่งยืน

      นางสาวอาอีซะฮ์ ตัวแทนกลุ่มสตรี เปิดเผยถึงแนวคิดการ “พลิกนาร้างเป็นบ่อปลา” ว่า ทางกลุ่มมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่ซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตคนใต้

“เราพบว่า ‘ปลาส้ม’ เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงมากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเรามีบ่อเลี้ยงปลาเอง เราสามารถส่งต่อวัตถุดิบให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่คนในหมู่บ้านได้ประโยชน์ร่วมกัน”

                                                   

‘ปลาส้ม’ เครื่องมือดับไฟยาเสพติด

        อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของโครงการนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ตัวเลขผลกำไร” แต่มิติที่สำคัญกว่านั้นคือการแก้ปัญหาสังคม โดยเฉพาะการปกป้อง “กลุ่มเสี่ยง” ในพื้นที่

              อับดุลซูไฮดี ดามิ ประธานกลุ่มเยาวชนสานฝัน วัย 32 ปี สะท้อนภาพความเป็นจริงในพื้นที่ว่า ปัญหายาเสพติดคือ “ความทุกข์ที่หนักอึ้ง” ของคนในหมู่บ้าน โครงการเลี้ยงปลานี้จึงถูกใช้เป็นกุศโลบายในการหยุดตัวเลข “นักเสพหน้าใหม่”

“เราไม่อยากให้เยาวชนในชุมชนกลายเป็นผู้เสพรายใหม่ การมีกิจกรรมให้เยาวชนได้ทำ มีบ่อเลี้ยงปลาให้พวกเขาช่วยกันดูแล คือการสร้างความรับผิดชอบ และดึงพวกเขาออกมาจากจุดเสี่ยง” อับดุลซูไฮดี กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

เขาเชื่อว่าการทำให้เยาวชนมี “ที่ยืน” และมี “รายได้” จากหยาดเหงื่อแรงงานของตนเอง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับสิ่งยั่วยุ

เมื่อ ‘ความมั่นคง’ ปรับบทบาทสนับสนุนชุมชน

           ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ล่าสุด พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) พร้อมด้วยฝ่ายปกครองตำบลมะกรูด ได้ลงพื้นที่ร่วมวางแผนกับชาวบ้าน

           ภาพที่เห็นไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่าง แต่เป็นการ “รับฟัง” และพร้อมจะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องของมาตรฐานการแปรรูป และการขยายช่องทางการตลาด

           “พร้อมประสานความร่วมมือเพื่อให้โครงการนี้สามารถต่อยอดไปสู่การแปรรูปวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน สะอาด ถูกสุขอนามัย และขยายตลาดได้กว้างขวางขึ้นในอนาคต” ผอ.โรงเรียนการเมืองฯ ระบุ


สันติภาพที่กินได้

     การขยับตัวของบ้านนาค้อใต้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การทำเกษตรกรรมเพื่อปากท้อง แต่มันคือการสร้าง “สันติภาพจากภายใน”

      หากบ่อปลา 20 ไร่นี้กลับมาสมบูรณ์ และโรงงานแปรรูปปลาส้มขนาดเล็กเริ่มต้นขึ้นได้จริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาไม่ใช่แค่รายได้เข้าหมู่บ้าน แต่คือการ ตัดตอน และ ทำลาย “วงจรยาเสพติด” ด้วยต้นทุนทางทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่

     โมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืนท่ามกลางบริบทความไม่สงบในชายแดนใต้ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อท้องอิ่ม มีอาชีพ และมีเป้าหมายร่วมกัน “แสงแห่งความหวัง” ก็ย่อมสว่างพอที่จะดับไฟยาเสพติดลงได้ด้วยมือของคนในชุมชนเอง