ถอดบทเรียน “100 วัน แห่งการแบ่งปัน” จาก “วันเด็กแห่งชาติ – ทำดี100 วัน เพื่อแม่หลวง”

  

      เมื่อสื่อมวลชนไม่ใช่แค่ผู้รายงาน แต่เป็น ‘สะพาน’ เชื่อมน้ำใจสู่ชายแดนใต้ ร่วมกับ ศอ.บต.และ น้ำใจจากผู้ใหญ่ใจดี

     สมาคมสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปิดฉากกิจกรรมมาราธอนข้ามปี “วันเด็กแห่งชาติ – ทำดี100 วัน เพื่อแม่หลวง” เผยโมเดลความสำเร็จใช้คนในพื้นที่คัดกรองกลุ่มเป้าหมาย “ตกสำรวจ” ส่งตรงความช่วยเหลือถึงมือผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร สะท้อนภาพลักษณ์ความห่วงใยไร้พรมแดนจากเหนือจรดใต้

        เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กิจกรรมรณรงค์และช่วยเหลือสังคมครั้งใหญ่ของ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภาคีเครือข่าย ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มและ “บทเรียน” สำคัญในการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคมในพื้นที่ขัดแย้งที่ไม่ได้วัดกันแค่ปริมาณของขวัญ แต่คือการเข้าถึง “หัวใจ” ของผู้ที่ถูกลืม

       สมาคมสื่อมวลชนฯ เผย ปีนี้ถือเป็นปีที่กิจกรรมยาวนานและเข้มข้นกว่าทุกครั้ง โดยเฉพาะกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ที่ลากยาวตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม จนถึง 2 กุมภาพันธ์ 2569 โจทย์หลักไม่ใช่การจัดงานรื่นเริงในเมืองใหญ่ แต่คือการพุ่งเป้าไปที่ เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งมักจะเข้าไม่ถึงกิจกรรมหลักของหน่วยงานรัฐ

“เราไม่ได้รอให้เขาเดินมาหา แต่เราเดินเข้าไปหาเขา” คือนิยามของกิจกรรมในปีนี้ ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง เนชั่นทีวี, บริษัท วิริยะประกันภัย ศอ.บต. และผู้ใหญ่ใจดีอย่าง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ที่ส่งต่อกำลังใจและทรัพยากรมาจากภาคเหนือสู่ปลายด้ามขวาน ทำให้สามารถส่งมอบ จักรยานและของขวัญ รวมกว่า 200 ชิ้นทุนการศึกษา จำนวน 93 ทุน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ต่อเนื่อง

     ควบคู่ไปกับกิจกรรมวันเด็ก คือโครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง” ตั้งแต่ 26 ต.ค. 2568 – 2 ก.พ. 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    โดยกิจกรรมนี้ เน้นการ “บรรเทาทุกข์” อย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติ แจกข้าวสารอาหารแห้ง 100 ชุด ต่อเนื่องยาวนาน 100 วัน  สนับสนุนอิฐเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ยากไร้ และการลงพื้นที่มอบอุปกรณ์จำเป็นให้ผู้ป่วยติดเตียงถึงเตียงนอน การประกวดเขียนเรียงความ “ทำดี 100 วัน” จากตัวแทนนักเรียน 100 โรงเรียน เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกสาธารณะในตัวเยาวชน

       จากการสรุปผลกิจกรรม ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ ได้ชี้ให้เห็นถึง “จุดแข็ง” ที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือระบบการ “คัดกรองโดยคนในพื้นที่” ปัญหาคลาสสิกของความช่วยเหลือในชายแดนใต้คือการ “กระจุกตัว” อยู่ในเขตเมืองหรือหมู่บ้านที่เข้าถึงง่าย แต่ครั้งนี้ สมาคมฯ ใช้เครือข่ายสื่อมวลชนและคนในพื้นที่เป็นหูเป็นตา ทำให้สามารถค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่ “ตกสำรวจ” อย่างแท้จริง

      นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. หนึ่งในหัวเรือใหญ่ภาคส่วนรัฐที่เข้าร่วมสนับสนุน สะท้อนมุมมองว่า การผนึกกำลังระหว่างสื่อมวลชน ภาครัฐ และภาคเอกชนเช่นนี้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “พื้นที่กลาง” ที่ช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในพื้นที่

       การปิดฉากกิจกรรมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดภารกิจ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า “ความเป็นเอกภาพไร้พรมแดน” มีอยู่จริง การที่คนจากภาคเหนือส่งใจมาภาคใต้ หรือคนในเมืองยื่นมือสู่ป่าเขา คือการสร้างขวัญและกำลังใจที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งยืดเยื้อ

      วันนี้ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทำให้เห็นว่า “สื่อ” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ส่งสาร แต่ยังสามารถเป็น “มือ” ที่ช่วยหยิบยื่นโอกาส และเป็น “ใจ” ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้อย่างสง่างาม