สมาคมสื่อมวลชนฯ รุกหนักกิจกรรม วันเด็ก “พุ่งเป้า” พื้นที่ห่างไกล ในวันที่วันเด็กไม่ได้มีแค่วันเดียว

                   

     เสียงชื่นชม จากภาครัฐและการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย

         สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ จับมือภาคีเครือข่าย เดินหน้ากิจกรรมวันเด็กแบบ “พุ่งเป้า” ต่อเนื่องถึงสิ้นเดือน ม.ค. 69 พร้อมเชื่อมโยงโครงการ “100 วันเพื่อแม่หลวง” ลงพื้นที่ทุรกันดารรอยต่อสะบ้ายอย-ยะหา มอบของขวัญและดูแลผู้ป่วยติดเตียง ภายใต้การนำโดย นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ นายอิบรอเหม เบ็ญนา ที่ปรึกษา นายอะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการ บริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย / ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา และ ปฏิคมและฝ่ายอำนวยการสมาคมสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ และภาคีเครือข่ายร่วมลงพื้นที่

     ความเคลื่อนไหวขององค์กรภาคสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะบทบาทของกลุ่มสื่อมวลชนที่ขยับตัวทำกิจกรรมเชิงรุกมากกว่าการรายงานข่าวเพียงอย่างเดียว ล่าสุด สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ และภาคีเครือข่าย ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 อย่างต่อเนื่อง แม้จะพ้นวันเด็กตามปฏิทินทางการมาแล้วก็ตาม

   ยุทธศาสตร์การจัดงานในปีนี้ ถูกระบุว่าเป็นรูปแบบ “พุ่งเป้า ไปหากลุ่มเปราะบาง” โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักเข้าไม่ถึงกิจกรรมในตัวเมือง หรือพลาดโอกาสจากการจัดงานใหญ่ในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

                             

    ล่าสุด ทางสมาคมฯ และภาคีเครือข่าย ได้เดินทางขึ้นไปยัง “ดอยหาดทราย” ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง อำเภอสะบ้ายอย จังหวัดสงขลา และ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเข้าถึงได้ยาก

     ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนและพันธมิตรได้นำสิ่งของ ทั้ง จักรยานและตุ๊กตา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆ ขนมและน้ำหวาน สำหรับกิจกรรมสันทนาการ รวมถึง สิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของการลงพื้นที่ครั้งนี้ที่มีการควบรวมภารกิจด้านสาธารณสุขและการสงเคราะห์ผู้ยากไร้เข้าด้วยกัน

     กิจกรรมวันเด็กของสมาคมฯ ในปีนี้ ไม่ได้จบลงเพียงแค่การแจกของขวัญ แต่มีการบูรณาการเข้ากับกิจกรรม “ทำดี 100 วันเพื่อแม่หลวงของแผ่นดิน” ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและสร้างสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ความมั่นคง

    ตัวแทนผู้ใหญ่ใจดีในรัฐบาล ได้กล่าวชื่อชมพร้อมกล่าวว่า กิจกรรม ของ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ ในครั้งนี้ หน่วยงานในพื้นที่ และผู้ใหญ่ระดับประเทศ ต่างให้ความสนใจและชื่นชม พร้อมได้ร่วมสนับสนุน กิจกรรม ของสื่อในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งสื่อมวลชนไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “กระจก” สะท้อนปัญหา แต่ยังผันตัวเป็น “สะพาน” เชื่อมโยงทรัพยากรจากภาคส่วนต่างๆ ลงสู่ชุมชน จัดกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 10-31 มกราคม สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการระดมทรัพยากร ที่เข้มแข็งของภาคีเครือข่าย

     สำหรับพื้นที่รอยต่อ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือจุดยุทธศาสตร์ที่มักถูกลืม การเลือกพื้นที่ สะบ้ายอย-ยะหา มีนัยสำคัญทางภูมิศาสตร์ สังคม และความมั่นคง พื้นที่รอยต่อจังหวัดมักเป็นจุดที่การบริการภาครัฐ อาจเข้าไม่ถึงอย่างทั่วถึงเท่ากับเขตเมือง การที่สมาคมสื่อฯ เลือก “พุ่งเป้า” ไปยังดอยหาดทราย จึงเป็นการปิดช่องว่างทางสังคมและสร้างความรู้สึก “ไม่ถูกทอดทิ้ง” ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล

      การผสานมิติ “เด็ก” และ “ผู้ป่วยติดเตียง” การนำของขวัญวันเด็กไปพร้อมกับสิ่งของบรรเทาทุกข์สำหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นการเข้าถึงระดับ “ครัวเรือน” อย่างแท้จริง วิธีการนี้ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เชิงลึก ซึ่งจะมีผลต่อการนำเสนอข่าวสารและการขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาความยากจนในระยะยาว

   

     ผมยื่นยันว่า กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงงานอีเวนต์ตามเทศกาล แต่คือการใช้ “ต้นทุนทางสังคม” ของวิชาชีพสื่อมวลชน มาแปรเปลี่ยนเป็นความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่รอยต่อชายแดนภาคใต้ ขอชื่นชมและเชิญชวน หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ให้การสนับสนุน สมาคมสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ และภาคีเครือข่าย ซึ่งต้องจับตาดูว่าหลังจบกิจกรรมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ทางสมาคมและภาคีเครือข่าย จะมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใดๆ ต่อภาครัฐจากการลงพื้นที่จริงในครั้งนี้หรือไม่

    เชื่อว่าการลงพื้นที่เชิงลึกระดับครัวเรือนเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น แต่ยังทำให้สื่อมวลชนได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งจะถูกนำไปต่อยอดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป