เปิดคลิปนาทีล้อม “บ้านเปาะยานิ”
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 แจงยิบยึดหลักเจรจา ก่อนถูกปืนยาวถล่มใส่
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงปิดล้อมสะเตงนอก ยันใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เปิดคลิปโชว์ความโปร่งใสนาทีเชิญผู้นำท้องถิ่นร่วมเจรจานานหลายชั่วโมง เผยถูกคนร้ายระดมยิงปืนยาวใส่หวังฝ่าวงล้อมหลบหนี จนนำไปสู่การวิสามัญฯ ย้ำเตือนให้ที่พักพิงมีโทษอาญา
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 69 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก ยุทธนา เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา
เปิดไทม์ไลน์: ขยายผลบึ้มปั๊มน้ำมันสู่การปิดล้อม
พันเอก ยุทธนา ระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการรวบรวมพยานหลักฐานในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา (มทบ.46) ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจยะลา และกองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา เข้าตรวจสอบบ้านพักเป้าหมายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนในพื้นที่
ลำดับเหตุการณ์ตามคำแถลง:
-
เวลา 00.20 น.: เจ้าหน้าที่เข้าโอบล้อมบ้านพักเป้าหมายในเขตบ้านเปาะยานิ
-
ขั้นตอนการเจรจา: เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยเชิญผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นมาเป็นพยานและช่วยเจรจาผ่านเครื่องขยายเสียง เพื่อให้ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในออกมามอบตัว
-
เวลา 03.50 น.: บุคคลภายในบ้านไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอ และใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อขัดขวางการปฏิบัติงานและหวังเปิดทางหลบหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น
โชว์คลิปหลักฐาน ยัน “ใช้ความอดทนสูงสุด”
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้นำคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ขณะปฏิบัติหน้าที่มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสในขั้นตอนการทำงาน โดยในคลิปปรากฏภาพนาทีการเจรจาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง
“เราใช้ความอดทนสูงสุดและให้โอกาสในการมอบตัวอย่างถึงที่สุดแล้ว โดยมีผู้นำท้องถิ่นร่วมอยู่ในเหตุการณ์ทุกขั้นตอน การเปิดคลิปครั้งนี้เพื่อให้สังคมเห็นว่าเจ้าหน้าที่ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธสงครามยิงใส่ก่อนเพื่อฝ่าวงล้อม เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและบังคับใช้กฎหมาย” พันเอก ยุทธนา กล่าว
เตือนโทษอาญา “ผู้ให้ที่พักพิง”
นอกจากสรุปเหตุการณ์แล้ว โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้ย้ำเตือนถึงประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความผิดในการให้ความช่วยเหลือผู้ก่อเหตุรุนแรง
มาตรา 189 ประมวลกฎหมายอาญา: ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้ที่พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการควบคุมพื้นที่และเข้าตรวจสอบวัตถุพยานอย่างละเอียด โดยความคืบหน้าเกี่ยวกับอัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตและรายละเอียดทางคดี กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในลำดับต่อไป
เปิดคลิปนาที การเจรจา ได้้ ที่นี้เลย (3) Facebook


