ชูนโยบาย ‘มีเราไม่มีมืด’ แช่แข็งหนี้ 3 ปี-รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า

           

 ‘จตุพร’ นำทัพโอกาสใหม่บุกชุมพร 

     พรรคโอกาสใหม่ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่พื้นที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ชูนโยบายเศรษฐกิจ “แช่แข็งหนี้” หวังฟื้นฟูเงินในกระเป๋าประชาชน พร้อมประกาศเดินหน้า “รัฐสวัสดิการ” ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ย้ำสโลแกน “มีเราไม่มีมืด” แก้ปัญหาความมั่นคงเด็ดขาด


        บริเวณหน้าปะทิว จังหวัดชุมพร นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค เดินทางลงพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมเวทีปราศรัยและพบปะพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอแนวนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ ได้แก่ นายสมคิด ทองเหลือ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 และ นายสันติ ดิมาน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3

ชูนโยบาย “แช่แข็งหนี้-เติมเงิน” แก้โจทย์เศรษฐกิจ

      นายจตุพร ได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ภายใต้สโลแกนหลักของพรรคคือ “มีเราไม่มีมืด” โดยเน้นย้ำไปที่การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นลำดับแรก ผ่านนโยบายทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า “การแช่แข็งหนี้” เป็นระยะเวลา 2–3 ปี เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสพักฟื้นตัวทางมิติต้นทุน ก่อนจะทำการเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในระดับฐานราก

“พรรคโอกาสใหม่มองว่าหากประชาชนยังถูกกดทับด้วยภาระหนี้สินที่ไม่จบสิ้น โอกาสในการลืมตาอ้าปากจะเกิดขึ้นได้ยาก เราจึงเสนอการพักชำระหนี้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเสริมสภาพคล่องเพื่อให้ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจในต่างจังหวัดกลับมาหมุนได้อีกครั้ง” นายจตุพร ระบุ

รุกคืบ “รัฐสวัสดิการ” ดูแลครบวงจร

         นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ยังได้นำเสนอโครงสร้าง “ภาครัฐสวัสดิการ” โดยระบุว่าพรรคมีแผนงานที่จะเข้าไปดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนแบบครบวงจร ตั้งแต่ “ก่อนเกิดจนถึงเชิงตะกอน” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงในชีวิตพื้นฐานให้กับคนไทยทุกคน

        ขณะเดียวกัน ในด้านความมั่นคง นายจตุพรยืนยันว่าพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับปัญหาที่กระทบต่อความสงบสุขของบ้านเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำมาหากินและการอยู่อาศัย

ปลุกกระแส “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสใหม่”

        ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายจตุพรได้กล่าวเชิญชวนให้ชาวชุมพรร่วมกันเปลี่ยนแปลงการเมืองในรูปแบบเดิม โดยระบุว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนวิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญให้กลายเป็น “โอกาสใหม่” พร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคทั้ง 2 เขต เพื่อเข้าไปผลักดันนโยบายให้เป็นจริงในสภาผู้แทนราษฎร

      หลังจบการปราศรัย นายจตุพรและคณะได้เดินพบปะทักทายประชาชนอย่างใกล้ชิด ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความมั่นใจในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่ากระแสตอบรับนโยบาย “มีเราไม่มีมืด” ในจังหวัดชุมพรเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ และพรรคพร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจจริงต่อประชาชน