เช็กที่นี่! นโยบาย 51 พรรค ใครทุ่ม-ใครประหยัด? กกต.เปิดข้อมูลใช้งบ 25.8 ล้านล้าน ก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ.

        เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยข้อมูลสรุปนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 51 พรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

       จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า วงเงินงบประมาณที่ทุกพรรคการเมืองแจ้งรวมกันมีมูลค่าสูงถึง 25,870,635.9 ล้านบาท โดยครอบคลุมนโยบายหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้รายละเอียดดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมืองฯ

       การเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำนโยบายของพรรคการเมือง ปี 2568 กฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องแจ้งรายละเอียดนโยบายที่ต้องใช้เงินต่อ กกต. โดยต้องระบุข้อมูลสำคัญ 3 ประการ  วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ดำเนินการ ความคุ้มค่า และประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และ ผลกระทบและความเสี่ยง ในการดำเนินนโยบาย

      ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นข้อมูลสาธารณะสร้างความโปร่งใสทางการเมือง และป้องกันการนำเสนอนโยบายที่อาจกระทบต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว

     จากการตรวจสอบเชิงลึกของสำนักข่าวอิศรา พบว่าวงเงินที่แต่ละพรรคแจ้งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ระดับต่ำสุดคือ 100 ล้านบาท ไปจนถึงระดับที่สูงกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศหลายเท่าตัว

       กลุ่มพรรคที่แจ้งใช้รายจ่ายสูงสุด  พรรคปวงชนไทย แจ้งวงเงินสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 287 ล้านล้านบาท * พรรคเศรษฐกิจ และ พรรคท้องที่ไทย ตามมาในลำดับรองลงมา

       กลุ่มพรรคที่แจ้งใช้รายจ่ายต่ำสุด พรรคพลังเพื่อไทย, พรรคพลวัต และ พรรคไทยธรรม แจ้งวงเงินอยู่ในระดับต่ำสุดของตาราง

      “ตัวเลขรวมกว่า 25.87 ล้านล้านบาท สะท้อนถึงความแตกต่างของแนวคิดทางการเมือง ขนาดของนโยบาย และบทบาทของรัฐที่แต่ละพรรคมองไว้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าพรรคการเมืองจะสามารถอธิบายแหล่งที่มาของเงินได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่” รายงานระบุ

        แหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผย ขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ จะพิจารณาว่าข้อมูลที่พรรคการเมืองแจ้งมานั้น ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ความสมเหตุสมผลของที่มารายได้” และ “ผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง”

       หากพรรคการเมืองใดแจงรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่ดำเนินการตามมาตรา 57 กกต. มีอำนาจสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้อง หากฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับตามกฎหมายพรรคการเมือง

       ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบรายละเอียดนโยบายของทั้ง 51 พรรคการเมืองได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในอาทิตย์ที่จะถึงนี้