แก้ฝุ่นเหนือ ลั่นใช้ยาแรงคุมหมอกควันข้ามแดน ‘ใครเผา-เราไม่ซื้อ’

‘จตุพร’ โชว์วิสัยทัศน์ ‘โอกาสใหม่’

       “จตุพร บุรุษพัฒน์” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เปิดวิสัยทัศน์บนเวทีดีเบตเชียงใหม่ ชูนโยบายเปลี่ยนชาวบ้านเป็นคนเฝ้าป่า ใช้นวัตกรรมไถกลบแทนการเผา พร้อมงัดมาตรการพาณิชย์ขั้นเด็ดขาด สั่งแบนสินค้าประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่คุมการเผาต้นตอ PM 2.5


         ในเวทีดีเบต “NATION ELECTION 2569 : จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนสาธารณะ อบจ.เชียงใหม่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะวิกฤตมลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 และปัญหาปากท้อง

          นายจตุพร ระบุถึงแนวทางการจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันว่า พรรคมีนโยบายที่จะเปลี่ยนสถานะของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า ให้เข้ามาเป็นกลไกหลักในการดูแลรักษาและเฝ้า ระวังไฟป่าทั้งหมด โดยจะส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

“เราจะเปลี่ยนให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในป่า มาเป็นคนที่ดูแลรักษาไฟป่าทั้งหมด ใช้นวัตกรรมลดการเผา เอาเครื่องจักรเข้าไปช่วยไถกลบ เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดการเผาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เราต้องมีเทคโนโลยีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นได้อย่างทันท่วงที เพราะ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง” นายจตุพรกล่าว

          ส่วนประเด็นปัญหา “หมอกควันข้ามแดน” ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยากนั้น นายจตุพรได้เสนอมาตรการเชิงรุกโดยใช้กลไกทางการค้าเข้ามากดดัน โดยระบุว่า หากได้รับโอกาสเข้าไปบริหารประเทศในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะใช้อำนาจสั่งการขั้นเด็ดขาดต่อประเทศที่มีการปล่อยให้เกิดการเผาจนกระทบต่อประเทศไทย

“เรื่องหมอกควันข้ามแดน ผมในฐานะ รมต.พาณิชย์ฯ จะสั่งการเลยว่า ถ้าประเทศไหนที่มีการเผา และส่งผลกระทบมาถึงเรา ขายอะไรมาเราห้ามซื้อเด็ดขาด เราต้องใช้มาตรการนี้เพื่อปกป้องลมหายใจของคนไทย” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ กล่าวย้ำ

         สำหรับการจัดเวทีดีเบตในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อนำเสนอแนวนโยบายในการชิงชัยศึกเลือกตั้ง 2569 โดยประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ