ชู “คน” กลบ “กัญชาเสรี”

    ภูมิใจไทยเดิมพันเก้าอี้ ส.ส. ยะลา-ตานี-นราฯ ท้าชนแชมป์เก่า

          พรรคภูมิใจไทยก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รอบนี้ในฐานะ “ผู้ท้าชิงอันดับ 1” ที่ไม่ใช่เพียงไม้ประดับ แต่เป็นพรรคที่มีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้าน “กระแสอำนาจรัฐ” และ “ขุมกำลังทุน” โดยมีการวางโครงสร้างเครือข่ายล่วงหน้ามาอย่างยาวนาน

กลยุทธ์ “ขุนพลคลุกฝุ่น” และการเจาะฐานบ้านใหญ่

            การขยับขับเคลื่อนของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคที่ลงพื้นที่แบบเกาะติดถี่กระชับในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการเปลี่ยน “ทรัพยากร” ให้เป็น “คะแนนเสียง” โดยมุ่งเน้นไปที่

  • นโยบายเศรษฐกิจและปากท้อง ชูการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากที่สัมผัสได้จริง

  • พลังบ้านใหญ่ การดึงอดีตนักการเมืองท้องถิ่นระดับ “บิ๊ก” และกลุ่มอิทธิพลเดิมในพื้นที่ปัตตานีและนราธิวาสมาร่วมทัพ ทำให้ภูมิใจไทยสามารถรุกคืบเข้าสู่ระดับหมู่บ้านได้อย่างเข้มแข็ง

  • ผลโพลสะท้อนความแรง เนชั่นโพล (มกราคม 2569) ระบุว่าคะแนนรวมในภาคใต้ตอนล่างของพรรคพุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในเขตที่ตัวผู้สมัครมีฐานเสียงส่วนตัวที่แข็งแกร่ง

“กัญชาเสรี” ชนักติดหลังที่ยังแก้ไม่ตก

       แม้จะรุกหนักเชิงพื้นที่ แต่ภูมิใจไทยยังมี “กำแพงสูง” ที่ต้องข้ามให้ได้ คือประเด็น “กัญชาเสรี” ซึ่งถูกมองว่าขัดต่อหลักการทางศาสนา (ฮารอม) อย่างรุนแรงในสายตาของกลุ่มมุสลิมผู้เคร่งครัด

          ส่งผลให้ผู้สมัครหลายเขตเลือกที่จะ “ชูตัวบุคคลเหนือโลโก้พรรค” เพื่อลดแรงเสียดทานและหลีกเลี่ยงกระแสตีกลับ


จากการเซาว์เสียง คาดการณ์ พื้นที่ยุทธศาสตร์ 3-5 ที่นั่ง

จังหวัด

คาดการณ์ที่นั่ง

วิเคราะห์โอกาส

ยะลา

1

แม้จะเป็นงานหินที่สุดเนื่องจากพรรคประชาชาติครองพื้นที่อย่างเหนียวแน่น แต่ภูมิใจไทยหวังใช้ “กระแสคนเมือง” ในเขต 1 เพื่อแทรกตัวเข้าไป

ปัตตานี

1 – 2

มีลุ้นสูงในเขตที่มีสายสัมพันธ์กับ “บ้านใหญ่” อย่าง นายกเศรษฐ์ อัลยุฟรี รวมถึงเขตที่ทับซ้อนกับฐานเดิมของอดีต ส.ส. ที่ย้ายค่ายมา

นราธิวาส

2 – 3

ความหวังสูงสุด เนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นและตัวผู้สมัครมีบารมีส่วนตัวสูงเป็นต้นทุนเดิม


            ในโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทยจะเดิมพันด้วย “ตัวบุคคลและผลงานพื้นที่” บวกกับทรัพย์ยากร หากเขตใดผู้สมัครสามารถเข้าถึงมวลชนได้ลึกพอจนกลบกระแสพรรคในประเด็นอ่อนไหวได้ โอกาสที่จะโค่นแชมป์เก่าก็มีสูง

              แม้ในภาพรวม “พรรคประชาชาติ” จะยังคงครองใจมหาชนในพื้นที่ แต่ “ภูมิใจไทย” คือพรรคที่มีศักยภาพสูงสุดในการแย่งชิงเก้าอี้ และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับ 2 ของภูมิภาคนี้อย่างเต็มตัว ได้แน่นอน