ชื่นมื่น! เลขาฯ ศอ.บต. รุกคืบถกกงสุลอินโดฯ ปั้นโมเดล ‘เศรษฐกิจ-ศึกษา’ เชื่อมโยงอาเซียน

       

        “ปิยะศิริ” นำคณะ ศอ.บต. เข้าหารือกงสุลใหญ่อินโดนีเซียฯ ประจำสงขลา สานต่อความสัมพันธ์ 76 ปี รุกคืบความร่วมมือด้านการศึกษา เตรียมคลอด MOU หนุนทุน ป.ตรี-โท สายวิทยาศาสตร์ พร้อมจับมือขยายตลาด ‘ผ้าพื้นถิ่น-ธุรกิจกาแฟ’ เล็งดันผู้ประกอบการใต้บุกเอ็กซ์โปแดนอิเหนา

        เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะผู้บริหาร เดินทางเข้าพบ นายวินาร์ดี ฮานาฟี ลักกี (Mr. Winardi Hanafi Lucky) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน

                การเดินทางเข้าพบในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจเชิงรุกของเลขาธิการ ศอ.บต. ภายหลังจากที่ได้เข้าหารือกับกงสุลใหญ่มาเลเซีย และกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลาไปก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างแนวร่วมในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ

เร่ง MOU ศึกษา – ปั้นนักเรียนไทยสายวิทย์ในอินโดฯ

           นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญคือการแสวงหาจุดร่วมที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะด้าน “การศึกษา” ซึ่ง ศอ.บต. ต้องการผลักดันทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโท โดยเน้นหนักไปที่ สาขาวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับทักษะเยาวชนในพื้นที่

       “ปัจจุบันเรามีนักศึกษาไทยกว่า 800 คน ศึกษาอยู่ในเครือข่ายองค์กรอิสลามมูฮัมมะดียะห์ (Muhammadiyah) ขณะนี้ ศอ.บต. อยู่ระหว่างพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับองค์กรดังกล่าว เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและครูฝึกสอนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนยิ่งขึ้น” เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ

Soft Power ‘ผ้าพื้นถิ่น’ ถึง ‘ธุรกิจกาแฟ’

            ในมิติเศรษฐกิจ เลขาธิการ ศอ.บต. มองเห็นโอกาสจากการใช้ต้นทุนวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน (Soft Power) โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแต่งกายและอัญมณี ซึ่งสามารถนำมาผสมผสานนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางการตลาดให้เยาวชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

             ขณะที่ นายวินาร์ดี ฮานาฟี ลักกี กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียฯ กล่าวตอบรับด้วยมิตรไมตรี โดยย้ำว่า ศอ.บต. คือพันธมิตรที่สำคัญยิ่งตลอดระยะความสัมพันธ์ทางการทูตกว่า 76 ปี พร้อมยืนยันว่าอินโดนีเซียยินดีสนับสนุนทุกมิติ

         “เราพร้อมอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนและผู้ประกอบการจากชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในงานอินโดนีเซียเอ็กซ์โป เพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) นอกจากนี้ ผมยังสนใจเป็นพิเศษในเรื่องความร่วมมือด้าน ‘ธุรกิจกาแฟ’ ทั้งการนำเข้าและส่งออก ซึ่งจะเป็นช่องทางเศรษฐกิจใหม่ที่น่าสนใจระหว่างสองประเทศ” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว

         การหารือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการดึง “เพื่อนบ้าน” เข้ามามีส่วนร่วมในการดับไฟใต้ด้วยการพัฒนา ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล แต่ยังเป็นการเปิดประตูโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีช่องทางทำมาหากินและศึกษาต่อในระดับสากลมากขึ้น