ยะลาเปิดฉาก “Melayu Day @ Yala 2026”

ผนึกอินโดฯ-มาเลย์ ปั้นพหุวัฒนธรรมรุกตลาดท่องเที่ยวอาเซียน
ยะลาผนึกกำลังอินโดนีเซีย-มาเลเซีย แถลงความพร้อมจัดงาน “Melayu Day @ Yala 2026” ครั้งที่ 11 ปักหมุดสนามโรงพิธีช้างเผือก 13-15 ก.พ. นี้ ชูอัตลักษณ์มลายูสู่สากล หวังใช้มิติวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 ที่จังหวัดยะลา นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยกงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และกงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้บริหารเทศบาลนครยะลา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “Melayu Day @ Yala ประจำปี 2569” หรือครั้งที่ 11 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก อ.เมือง จ.ยะลา
มิติทางศาสนา-วัฒนธรรม: สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ 3 ประเทศ
การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นการสืบสานอัตลักษณ์มลายูผ่านแนวคิดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยนายวีรพัฒน์ ระบุว่า งานนี้เป็นกลไกสำคัญภายใต้ แผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ที่ต้องการผลักดันให้ยะลาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางคุณภาพชีวิตภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
“เรามุ่งหวังให้ Melayu Day เป็นพื้นที่สะท้อนความภาคภูมิใจในรากเหง้า และใช้ Soft Power ด้านวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยกระดับยะลาให้เป็นหมุดหมายสำคัญในแผนที่ท่องเที่ยวอาเซียน” รองผู้ว่าฯ ยะลา กล่าว
ชูไฮไลต์ “MELAYU SHIMMER” จากรากเหง้าสู่ยุคดิจิทัล
สำหรับกิจกรรมในปีนี้มีการขยายขอบเขตความน่าสนใจให้มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยมีไฮไลต์ที่น่าสนใจประกอบด้วย:
-
ขบวนแห่อลังการ: การแสดงศิลปวัฒนธรรมแหลมมลายูจาก 3 ประเทศ (ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย)
-
นิทรรศการ MELAYU SHIMMER: ภายใต้คอนเซปต์ “ลายเก่า แสงใหม่ ประกายที่ไม่มีวันดับ” นำเสนอลวดลายมลายูโบราณผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
-
เวทีวิชาการและเยาวชน: การแข่งขันอนาซีดภาษามลายู และการเล่านิทาน 3 ภาษา เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้พหุภาษาในกลุ่มเยาวชน
-
วิถีถิ่น-วิถีกิน: มหกรรมอาหารฮาลาลและสินค้าเครื่องแต่งกายมุสลิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
-
บันเทิงระดับภูมิภาค: การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “Raju & Ayah” จากประเทศอินโดนีเซีย
เทศบาลนครยะลาเชื่อมั่น “พื้นที่กลาง” สร้างความสมานฉันท์
ด้านนายอนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยถึงเป้าหมายในระยะยาวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา งาน Melayu Day ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “พื้นที่ทางวัฒนธรรม” สามารถเป็นจุดศูนย์รวมที่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมลายู ไทยพุทธ หรือไทยเชื้อสายจีน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน



