เสียงจากชายแดนใต้! สมาคมสื่อฯ สรุป ‘109 ข้อเรียกร้อง’

วอนรัฐเลิกแช่แข็งคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียง
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ อีกหนึ่งสงครามที่เงียบเชียบแต่กัดกินชีวิตคนในพื้นที่อย่างรุนแรงคือ “สงครามความยากจนและสวัสดิการที่เอื้อไม่ถึง” ล่าสุด สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปิดเผยรายงานสรุปผลการลงพื้นที่ต่อเนื่อง 4 เดือน ตุลาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 พบช่องว่างขนาดใหญ่ของรัฐที่ทอดทิ้งกลุ่มเปราะบางไว้เบื้องหลังระเบียบปฏิบัติที่ตึงตัว
โครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง” (26 ต.ค. 68 – 2 ก.พ. 69) และกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” 10 -31 มกราคม 2569 ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริงหรือการแจกของตามวงรอบ แต่นี่คือ “งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ” ที่สมาคมสื่อฯ ใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกล ตั้งแต่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ไปจนถึง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา
ภายใต้การสนับสนุนจาก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต., นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี นายรอมฎอน หะยีอาแว รองผวจ.สงขลา พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีต ผช.ผบ.ทบ. และ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถานทูตสหรัฐอเมริกา น.ส.บุษบงลาวัณย์ พัฒโร, น.ส.ไลลา บุนนาค บริษัท วิริยะประกันภัย เนชั่นทีวี, และผู้ใหญ่ใจดีอย่าง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุรวมถึง และ น้ำใจจากประชาชนชาวไทย ร่วมสนับสนุน
จากการสำรวจพบว่า ภาครัฐยังคงติดอยู่ในกับดักของ “ตัวเลขค่าเฉลี่ย” จนละเลยความจำเป็นรายบุคคล ข้อมูลที่สมาคมฯ รวบรวมได้ประกอบด้วย 109 ข้อเรียกร้อง ใน 8 ประเด็นหลัก ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” กำลังถึงจุดวิกฤต
หนึ่งในประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือ “วิกฤตวัสดุสิ้นเปลือง” โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้ใหญ่ (แพมเพิส) และแผ่นรองคลาน ข้อมูลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่งระบุว่า งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (สปสช.) กำหนดเพดานไว้ที่ 3 ชิ้นต่อวัน ในราคาชิ้นละไม่เกิน 9.50 บาท
จากการลงพื้นที่จริง พบว่าตัวเลขนี้คือ “นิยามความช่วยเหลือที่คับแคบ” เพราะผู้ป่วยติดเตียงที่มีอาการหนัก มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมมากกว่า 5-8 ชิ้นต่อวัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแผลกดทับ
“การที่รัฐบอกว่าให้ 3 ชิ้นต่อวัน คือการคำนวณบนโต๊ะทำงาน แต่ในมุ้งผู้ป่วยจริง 3 ชิ้นนั้นหมดไปตั้งแต่ครึ่งวันแรก ส่วนต่างที่เหลือคือภาระที่ชาวบ้านต้องแบกรับ ในพื้นที่ที่รายได้ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ เงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อสัปดาห์คือค่าอาหารของทั้งครอบครัว” ตัวแทนสมาคมสื่อฯ ระบุ
สิ่งที่น่ากังขามากกว่านั้นคือ เมื่อสมาคมฯ หรือภาคเอกชนพยายามเข้าไปเติมเต็มส่วนขาด หน่วยงานรัฐมักปฏิเสธการร่วมมือโดยอ้างเหตุผลเรื่อง “งบประมาณซ้ำซ้อน” กลายเป็นกำแพงระเบียบที่กั้นขวางลมหายใจของประชาชน
มิติที่รัฐมักมองข้ามคือ “ค่าเสียโอกาสของผู้ดูแล” สมาคมฯ พบว่าในครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง สมาชิกอย่างน้อย 1 คน (มักเป็นวัยแรงงาน) ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้รายได้หลักของครอบครัวหายไปทันที ในขณะที่รายจ่ายด้านสุขภาพพุ่งสูงขึ้น
เบี้ยคนพิการ 800-1,000 บาท ในปี 2569 ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ เงินจำนวนนี้แทบไม่พอซื้ออาหารเสริมโภชนาการสำหรับผู้ป่วย อย่าว่าแต่จะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาสูง สิ่งนี้ตอกย้ำว่าสวัสดิการรัฐเป็นเพียง “เงินสงเคราะห์” ที่มีไว้พอให้ ไม่ตาย แต่ไม่ใช่ “หลักประกันคุณภาพชีวิต”
จากการประมวลผล 109 ข้อเรียกร้อง สมาคมสื่อฯ ได้สรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ประการที่รัฐต้องเร่งขยับ
-
เลิกการจำกัดจำนวนชิ้นผ้าอ้อมแบบเหมาโหล แต่ให้ยึดตามคำวินิจฉัยของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) หรือ รพ.สต. ตามสภาพจริงของผู้ป่วย และขอให้ สปสช. ปลดล็อกนิยามความซ้ำซ้อนเพื่อให้ภาคประชาสังคมหนุนเสริมได้
-
ต้องมีการปรับฐานเบี้ยความพิการและเบี้ยยังชีพ โดยพิจารณาพื้นที่พิเศษที่มีค่าขนส่งและค่าครองชีพสูงอย่างชายแดนใต้เป็นกรณีนำร่อง
-
รัฐต้องจัดตั้งหรือขยายผลระบบยืม-คืน เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ และเตียงปรับระดับ แทนการปล่อยให้ชาวบ้านต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อชีวิต หรือ เพิ่มโอกาสให้เข้าถึงให้มากขึ้น
-
ข้อเสนอให้มีค่าตอบแทนพื้นฐานสำหรับญาติที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง พร้อมหลักสูตรอบรมทักษะการพยาบาลเบื้องต้น เพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ของรัฐได้ในระยะยาว
-
ทุนการศึกษาบุตรหลานในครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ ยั้งยืนและมั่นคง
สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทิ้งท้ายในรายงานว่า ข้อมูลเหล่านี้คือเสียงตะโกนจากความเงียบ หากรัฐยังคงทำงานแบบ “แยกส่วน” และยึดระเบียบปฏิบัติเป็นตัวตั้งมากกว่าความทุกข์ร้อนของประชาชน ช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่เติมเชื้อไฟให้กับความไม่มั่นใจในอำนาจรัฐ
“เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่รายงานข่าว แต่เรากำลังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อในที่ ที่นิ้วของรัฐเอื้อมไปไม่ถึง ข้อมูลตลอด 4 เดือนนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ระบบคัดกรองของรัฐกำลังล้มเหลวในการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางตัวจริง”
ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องเลิกอ้างเรื่อง ‘งบซ้ำซ้อน’ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการ ‘ผนึกกำลัง’ เพื่อให้สวัสดิการพื้นฐานไหลไปถึงมือประชาชนอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
Post Views: 2