นายกฯคนแรกเตรียมเปิดงานเจ้าแม่ฯปัตตานี – ย้ำฐานที่มั่นใหม่


   

  การเตรียมจัดงาน “มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ปี 2569 พบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เตรียมจารึกชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบหลายสิบปีที่ลงพื้นที่เปิดงานด้วยตนเอง พลิกปูมความต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน จากสถานะ “มท.1” สู่ “ผู้นำประเทศ” ท่ามกลางการจับตาเป็นนัยสำคัญทางการเมืองหลังคว้าชัยเลือกตั้งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนใต้


    เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานจากจังหวัดปัตตานีว่า หลายภาคส่วนนำโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, มูลนิธิเทพปูชนียสถาน และกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี เทศกาลท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง และชุมชนหัวตลาด ถนนอาเนาะรู เพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้

        ไฮไลต์ที่ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ คือการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะเข้าร่วมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” และเยี่ยมชม “บ้านฮกหิ้น” บ้านไม้เก่าแก่ที่สะท้อนรากเหง้าของชาวปัตตานี

     จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังโดยสำนักข่าว พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของนายอนุทินในงานประเพณีนี้ ซึ่งมีความต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

  • ปี 2567 นายอนุทินเดินทางมาเปิดงานในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (ในยุครัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน)

  • ปี 2568 นายอนุทินยังคงเป็นประธานเปิดงานในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

  • ปีนี้ 2569  นายอนุทินเตรียม เตรียมจะเดินทางมาในฐานะ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

      แม้ในอดีตจะมีนายกรัฐมนตรีเดินทางมาลงพื้นที่ปัตตานีในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น นายเศรษฐา ทวีสิน ที่เคยเดินทางมาสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปี 2567 แต่ในเชิงพิธีการเปิดงานอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีมักจะมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง หรือเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานแทน

      การที่นายอนุทินเลือกเดินทางมาเปิดงานด้วยตนเองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ “ผู้นำสูงสุด” ให้ความสำคัญกับงานประเพณีนี้ในเชิงพิธีการอย่างเต็มตัว

     แหล่งข่าวจากคนในพื้นที่มองว่า การปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ไม่ได้มีเพียงมิติของการท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม แต่แฝงไปด้วยนัยทางการเมืองที่ “เข้มข้น” ถือเป้น การตอกย้ำชัยชนะในสนามเลือกตั้ง เป็นที่ทราบกันดีว่าในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคการเมืองภายใต้การนำของนายอนุทินสามารถกวาดเก้าอี้ สส. ในพื้นที่ปัตตานีมาครองได้ การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการ “เช็คเรตติ้ง” และขอบคุณฐานเสียงในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

    หรือเป็นการส่งสัญญาณความมั่นคงและเศรษฐกิจ การชูแคมเปญ “ยลวิถีตานีสู่อาเซียน” เป็นการประกาศความพร้อมของจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สายตาต่างชาติ โดยใช้ Soft Power นำหน้าความมั่นคง

     สำหรับกำหนดการในวันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจะร่วมพิธีอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเข้าสู่ศาลเจ้า พร้อมชมการแสดงสื่อผสม Mapping แสงสีเสียงอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนจะเดินทางไปยังชุมชนหัวตลาดเพื่อชมการสาธิตภูมิปัญญา “Unseen Thai Thai” จากปราชญ์ชาวบ้าน

      การจัดงานในครั้งนี้ถูกจับตามองว่าจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้ ท่ามกลางบรรยากาศพหุวัฒนธรรมที่กำลังเติบโต

     แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าสำหรับคนในแวดวงการเมือง คือ “หมุดหมาย” ของนายกรัฐมนตรีที่ปัตตานีในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายดับไฟใต้ในรูปแบบใหม่หลังจากนี้หรือไม่