“อินทผลัม-อัลกุรอาน” สัญลักษณ์แห่งศรัทธา ศอ.บต. รุกงานมวลชน ภารกิจเชื่อมใจ ชายแดนใต้

          เมื่อแสงแรกแห่งเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 กำลังจะฉายอาบเหนือผืนแผ่นดินปลายด้ามขวาน บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พลันแปรเปลี่ยนเข้าสู่โหมดแห่งความสงบและการขัดเกลาจิตใจ ทว่าก่อนที่เสียงอาซานแรกของการถือศีลอดจะดังกังวาน กลไกอำนาจรัฐอย่าง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ขยับตัวเคลื่อนไหว เพื่อส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่า “รัฐไทยพร้อมยืนเคียงข้างศรัทธาของประชาชน”

      ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า อาคาร ศอ.บต. ภาพการส่งมอบสิ่งของชุดหนึ่งไม่ใช่เพียงภาพการแจกจ่ายตามวงรอบงบประมาณประจำปี แต่นี่คือ “หมุดหมายสำคัญ” ในทางสังคมจิตวิทยาผ่านกิจกรรม “รอมฎอนสัมพันธ์” ซึ่งถือเป็นกลไกการทูตเชิงวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุดกิจกรรมหนึ่งของหน่วยงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาในรอบปี

        ในการพิธีมอบครั้งนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานมอบอินทผลัม คัมภีร์อัลกุรอาน และปฏิทินเวลาละศีลอด ให้แก่ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล

        หากมองด้วยสายตาคนนอก นี่อาจเป็นเพียงการแจกจ่ายสิ่งของตามธรรมเนียม แต่สำหรับคนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มีนัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและจิตวิญญาณอย่างแนบแน่น

     อินทผลัม ผลไม้ตามสุนนะฮ์ (แบบอย่าง) ของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ที่ใช้ในการละศีลอด การที่ภาครัฐจัดหาอินทผลัมคุณภาพดีมอบให้มัสยิดและชุมชน คือการยอมรับและให้เกียรติในวิถีปฏิบัติทางศาสนาอย่างสูงสุด

     คัมภีร์อัลกุรอาน หัวใจหลักของการนำทางชีวิตในช่วงเดือนแห่งการประทานคัมภีร์ การมอบอัลกุรอานคือการส่งเสริม “ปัญญา” และ “สมาธิ” ให้แก่เยาวชนและผู้ปฏิบัติธรรมในพื้นที่

       ปฏิทินเวลาละศีลอด เครื่องมือจัดระเบียบชีวิตที่แม่นยำที่สุดในช่วง 30 วันแห่งความเพียร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดเวลาปฏิบัติศาสนกิจของคนทั้งชุมชน

 

       นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ไม่ได้มองรอมฎอนเพียงแค่เรื่องของชาวมุสลิม แต่มองว่าเป็นโอกาสในการ “สร้างสันติสุขที่ยั่งยืน” ผ่านมิติทางความเชื่อ

       เขาระบุชัดเจนว่า ศอ.บต. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิถีชีวิตตามหลักศาสนา ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจกรรมรอมฎอนสัมพันธ์จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน แต่มันคือการสร้าง “โซ่ข้อกลาง” ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำศาสนา และประชาชน เพื่อสลายกำแพงความระแวงและสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในสังคมพหุวัฒนธรรม

       การส่งมอบสิ่งของเหล่านี้ผ่าน “ผู้นำศาสนา” เป็นการย้ำชัดว่า ศอ.บต. เลือกใช้โครงสร้างทางสังคมที่ชาวบ้านให้ความเคารพเป็นสะพานเชื่อม (Bridge of Trust) เพื่อส่งต่อความห่วงใยจากรัฐให้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง

        รอมฎอนปี 2569 นี้ มาถึงในจังหวะที่สถานการณ์โลกและความผันผวนทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน การที่รัฐลงมาหนุนเสริมปัจจัยที่จำเป็นในการประกอบศาสนกิจ จึงเป็นการช่วยลดภาระให้แก่สถาบันศาสนาและครอบครัวที่มีรายได้น้อยในหมู่บ้านห่างไกล

        นอกจากจะเป็นการดูแลด้านร่างกายด้วยอินทผลัมแล้ว ยังเป็นการดูแลด้านจิตวิญญาณด้วยคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นความห่วงใยที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิตของชาวไทยมุสลิมในช่วงเดือนแห่งความเมตตานี้

      กิจกรรม “รอมฎอนสัมพันธ์” ในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรมตามปฏิทินปฏิบัติงาน แต่คือการวางรากฐานความรู้สึก “เป็นเจ้าของร่วมกัน”

       เมื่ออินทผลัมเหล่านี้ถูกส่งต่อไปถึงมือผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน หรือคัมภีร์อัลกุรอานถูกเปิดอ่านในมัสยิดเล็กๆ ท่ามกลางเสียงสวดอ้อนวอน สิ่งที่ ศอ.บต. และรัฐไทยจะได้รับกลับมา อาจไม่ใช่แค่คำขอบคุณ แต่คือ “ความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ในการดับไฟใต้และสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน

     รอมฎอน ฮ.ศ. 1447 นี้ จึงจะเป็นเดือนแห่งความศรัทธา ความอบอุ่น และความเป็นหนึ่งเดียว ที่จะพิสูจน์ว่าความต่างทางวัฒนธรรมไม่ใช่กำแพง แต่เป็นสะพานที่เชื่อมร้อยหัวใจของคนในพื้นที่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน