‘ไชยงค์’ สว.สื่อฯ ชงคลอด กม. คุม ‘อินฟลูเอนเซอร์-นักข่าวพลเมือง’ เปรียบสื่อไร้สังกัดเหมือน ‘อาหารไม่มี อย.’

สว.กลุ่มสื่อมวลชน “ไชยงค์ มณีรุ่งสกุล” ชี้ระบบควบคุมกันเองเอาไม่อยู่ หนุนรัฐคลอดกฎหมายกำกับดูแลอินฟลูเอนเซอร์-สื่อโซเชียล หลังพบปัญหาละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อเรียกเรตติ้ง เผยความต่างสื่อหลักมีกระบวนการกลั่นกรอง แต่สื่อประชาสังคมเหมือนอาหารไม่มี อย. ทำความน่าเชื่อถือสื่อไทยดิ่งเหว
นายไชยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะตัวแทนกลุ่มสื่อมวลชน ได้ออกมาแสดงทัศนะถึงทิศทางการปฏิรูปสื่อและการกำกับดูแลเนื้อหาบนโลกออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีกฎหมายเข้ามาควบคุมกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และสื่อภาคพลเมือง เนื่องจากระบบ “การควบคุมกันเอง” ในปัจจุบันไม่สามารถรับมือกับปัญหาการละเมิดสิทธิในยุคดิจิทัลได้เพียงพอ
นายไชยงค์ ระบุว่า ที่ผ่านมาวงการสื่อใช้ระบบควบคุมกันเองมาโดยตลอดและไม่มีกฎหมายเฉพาะมาบังคับใช้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องผลักดันให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุมกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ และเนื้อหาข่าวที่มีลักษณะละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพียงเพื่อต้องการสร้างกระแส
“เรื่องนี้เราไม่สามารถใช้คำว่าจรรยาบรรณอย่างเดียวเข้ามาควบคุมได้อีกต่อไป จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้รักษากฎหมายเข้ามากำกับดูแลด้วย” นายไชยงค์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า แม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายหลายมาตราที่ดำเนินการกับผู้ละเมิดสิทธิหรือสร้างความเสียหายต่อศีลธรรมและอาญาได้ แต่สังคมไทยส่วนใหญ่ “ไปไม่ถึงจุดนั้น” เนื่องจากผู้ถูกละเมิดมักไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่จัดการอย่างจริงจัง จึงเป็นภารกิจที่ต้องกระตุ้นให้ประชาชนรู้ช่องทางในการเอาผิดผู้ที่สร้างความเสียหาย
สว.กลุ่มสื่อมวลชน ยังได้วิเคราะห์ถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์สื่อ โดยระบุว่าปัจจุบันทุกคนสามารถตั้งตัวเป็นสำนักข่าวหรือผู้สื่อข่าวเองได้ ส่งผลให้นักข่าวพลเมืองกลายเป็นภาคส่วนที่ควบคุมยากที่สุด เนื่องจากขาดกระบวนการกลั่นกรองข้อมูล ก่อนส่งถึงมือประชาชน
“สื่อกระแสหลัก ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ เรามีกระบวนการตรวจสอบก่อนนำสู่สาธารณะ แต่สื่อภาคประชาสังคมไม่มี” นายไชยงค์กล่าวเปรียบเทียบว่า “สื่อหลักเปรียบเสมือนอาหารที่มี อย. รับรอง แต่สื่อพลเมืองเปรียบเหมือนอาหารที่ไม่มี อย. ซึ่งผู้บริโภคข่าวสารต้องตระหนักรู้ในจุดนี้”
ในช่วงท้าย นายไชยงค์ยอมรับว่า ปัจจุบันความรู้สึกของผู้บริโภคสื่อมองว่าสื่อในประเทศไทยถูกด้อยค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต ดังนั้นภารกิจสำคัญคือการสร้างกรอบในการส่งเสริมจริยธรรมสื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ
“เราต้องมีกรอบในการส่งเสริมจริยธรรม เพื่อให้สื่อไทยกลับมาสู่ความเชื่อถือของผู้บริโภคและสังคมโลกอีกครั้งหนึ่ง” นายไชยงค์ระบุ
Post Views: 3