‘อับดุลเราะมัน มอลอ’ : บี้ มทภ.4 ค้น ‘เนื้อร้าย’ กอ.รมน. – อัดหลักคิด ‘กวนน้ำให้ขุ่น’ ย้อนยุค 20 ปี

“สิ่งที่พรรคประชาชาติและสังคมต้องการเห็นคือ ‘คนบงการ‘ ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? มีกลุ่มอำนาจทางการเมืองไหนเข้ามาแทรกแซง หรือใช้เครื่องมือของรัฐมาทำลายคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้ต้องทำความจริงให้ปรากฏเพื่อคืนความยุติธรรม”
เป็นถ้อยคำเน้นย้ำอย่างมีน้ำหนักของ นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ต่อกรณีความคืบหน้าคดีลอบยิงที่เชื่อมโยงกับยานพาหนะของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้
นายอับดุลเราะมัน ที่ส่งสัญญาณตรงไปถึงกองทัพและรัฐบาล ในการพิสูจน์ความจริงเรื่อง “รถยนต์ กอ.รมน.” และวิพากษ์หลักคิดของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ถูกมองว่ากำลัง “กวนน้ำให้ขุ่น” มากกว่าการ “แยกปลาออกจากน้ำ”
■ เปิดข้อมูล ‘รถ กอ.รมน.‘ ความจริงที่รัฐไม่ได้บอกเอง
นายอับดุลเราะมัน เริ่มต้นด้วยการตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของการเปิดเผยหลักฐานสำคัญในคดีว่า “ความจริงเรื่องรถที่ใช้ก่อเหตุเนี่ย ไม่ใช่หน่วยงานรัฐออกมาเปิดเผยเองนะ แต่เป็นทางพรรคประชาชาติที่เป็นคนเปิดข้อมูลว่ารถคันนี้เป็นของ กอ.รมน. ซึ่งมันก็น่าสงสัยว่าทำไมผ่านไปตั้งเดือนนึงแล้ว หน่วยงานเพิ่งจะมาแจ้งความว่ารถหาย หรือเพิ่งจะมาขยับตัวทำเรื่องฟ้องแพ่งฐานละเมิด”
เขาระบุต่อว่า เมื่อแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าหน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งที่ต้องทำคือการ “ควานหาเนื้อร้าย” ที่แฝงตัวอยู่ในระบบออกมาให้ได้ เพราะหลักฐานชัดเจนทั้งตัวบุคคลและยานพาหนะ หากปล่อยไว้จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด
“เราไม่ได้ต้องการแค่จับตัวคนขับหรือคนยิงคนสองคนแล้วจบเรื่อง แต่ต้องการรู้ว่ามีกลุ่มอำนาจไหนใช้เครื่องมือรัฐมาทำลายคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่”
■ บทเรียน 22 ปี อย่าปล่อยให้เป็นคดี ‘ล่องหน‘
รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ สะท้อนภาพจำลบในอดีตว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการมักดำเนินไปอย่างล่าช้า ใช้เวลา 7-10 ปี สุดท้ายมักจบลงที่การยกฟ้องหรือไม่มีความคืบหน้า
“คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ เราพยายามปรับสถานการณ์ในพื้นที่ พูดคุยเจรจาจนเดินมาไกลแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือน 4-5 ปีแรกของเหตุการณ์ได้อีก ช่วงนั้นมันเกิดการลอบยิงทุกฝ่าย ทั้งครู อุสตาซ พระ อิหม่าม โดยไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นคนก่อเหตุ”
นายอับดุลเราะมัน ส่งสารสั้นๆ ถึงนายกรัฐมนตรีว่า “ต้องทำคดีนี้ให้เป็นคดีตัวอย่าง ว่าเราจะไม่ยอมให้มีอิทธิพลมืด มาใช้กลไกของหน่วยงานรัฐ ในการประหัตประหารคนไทยด้วยกัน”
■ ฉะ มทภ.4 ‘กวนน้ำให้ขุ่น‘ – ปลุกผีทัศนคติลบต่อโรงเรียนศาสนา
เมื่อถูกถามถึงความเชื่อมั่นต่อ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยเฉพาะกรณีการแถลงข่าวตอบโต้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และการพาดพิงสถาบันการศึกษาปอเนาะ นายอับดุลเราะมัน ตอบอย่างดุเดือดว่า
“ในหน่วยความมั่นคงเขายึดหลัก ‘แยกปลาออกจากน้ำ‘ แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านแม่ทัพรับแนวคิดมาจากไหน นอกจากท่านจะไม่แยกปลาออกจากน้ำแล้ว ท่านยัง ‘กวนน้ำให้ขุ่น‘ ด้วย”
เขายกตัวอย่างเปรียบเทียบในอดีตว่า สมัยที่ พ.ต.อ.ทวี ทำงานในพื้นที่ แม้วันที่ต้องย้ายออกจากตำแหน่ง ยังมีประชาชนเป็นพันคนไปส่งที่สนามบินหาดใหญ่ ไม่เคยมีกลุ่มองค์กรใดตั้งโต๊ะแถลงไล่เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ทัพคนปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อทัศนคติของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มีต่อโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โดยระบุว่าการมองสถาบันเหล่านี้เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง เป็นหลักคิดที่ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเคยนำมาสู่ความสูญเสียของผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ตกเป็นเป้าหมายสังหารโดยไม่ทราบฝ่าย
“คำพูดสั้นๆ ของท่านแม่ทัพ ถึงได้เกิดปฏิกิริยาจากทั้งสถาบันปอเนาะ ตาดีกา เพราะหลักคิดของท่านมันย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของการแก้ปัญหา คือการมองทุกอย่างเป็นศัตรูหมด และพยายามใช้มาตรการรุนแรง… วันนี้ประชาชนรู้สึกมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตเพิ่มมากขึ้น นี่คือสัญญาณอันตราย” นายอับดุลเราะมัน กล่าวทิ้งท้าย
Post Views: 2