เตรียมเปิดพยานใหม่มัดตัวผู้บงการชัด

“พ.ต.อ.ทวี” กัดไม่ปล่อย! ลุยเช็กบิลขบวนการสังหาร “ทนายแวยูแฮ” 

      เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนสอบสวน ได้นอนค้างคืนพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ “ทนายแวยูแฮ” สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ซึ่งถูกปลิดชีพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

     ในช่วงเช้าตรู่ พ.ต.อ.ทวี พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยัง “ร้านอากู๋” ถนนโคกเคียน อำเภอเมือง นราธิวาส แหล่งพบปะยอดนิยมของคนหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึง นักการเมืองและ ข้าราชการและชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อร่วมวงรับประทานอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวยำ โรตี และชาชัก ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ระหว่างนั้น นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาสมทบและร่วมหารือสั้นๆ ถึงปมการสังหาร ของ สส.กมลศักดิ์ด้วย   

     ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้เดินพบปะพูดคุยถามทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามพรมแดนมาร่วมรับประทานอาหารในร้านอาหารชื่อดังของพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรอยต่อชายแดน

   พ.ต.อ.ทวี ได้ใช้โอกาสนี้เข้าไปให้กำลังใจแก่พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยได้กล่าวชื่นชมในฝีมือการปรุงอาหารที่ยังคงรสชาติและ “คงอัตลักษณ์ท้องถิ่น” ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญ (Soft Power) ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเยือนซ้ำ

    ทั้งนี้ เบื้องหลังการลงพื้นที่ครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้ใช้เวลาตลอดคืนที่ผ่านมาในการประชุมลับร่วมกับทีมสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจนพบ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของคดี โดยเฉพาะโครงข่ายของผู้บงการที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นจากพยานหลักฐานใหม่ที่เพิ่งปรากฏ

     “ขณะนี้เราได้ข้อมูลมากพอสมควร โดยเฉพาะตัวผู้บงการที่เค้าโครงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากพยานหลักฐานที่รวบรวมมา” พ.ต.อ.ทวี ระบุ

    ชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ระบุด้วยความอัดอั้นว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นกับทนายแวยูแฮเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนทั้งพื้นที่ เพราะท่านเป็นที่พึ่งของชาวบ้านมาตลอด ข้อมูลเรื่องรถและคนยิง ชาวบ้านต่างรู้กันดีว่าเกี่ยวพันกับคนมีสี ที่เชื่อมโยงกับ กอ.รมน.ภาค 4 ชัดเจน แต่ทำไม กอ.รมน. ภาค 4 ถึงยังนิ่งเงียบ ความผิดปกติมันอยู่ตรงที่ความเงียบนี้แหละ”

    ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานในพื้นที่ เปิดเผยว่า การปฏิบ้ติหน้าที่ในพื้นที่ มีความกดดันสูงมาก ตอนนี้ เนื่องจากพยานหลักฐานพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคง ทำให้ การทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่ ทำงานได้ยากลำบากและมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลระดับ VIP ลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น ชัดเจนว่า “สถานการณ์ในพื้นที่มีความซับซ้อนเกินกว่าที่คิดไว้มาก” เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการกล่าว