ค้าน ‘ประตูระบายน้ำกรงปินัง’ 3.5 พันล้าน

เครือข่ายลุ่มน้ำปัตตานีเดินเท้าเข้าเมืองยะลา จี้ ศอ.บต. ยุติโครงการ-กังขา EIA
เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีรวมพลละหมาดฮายัต ก่อนเดินเท้า 20 กม. มุ่งหน้ามัสยิดกลางยะลา-ศอ.บต. ประกาศจุดยืน “หยุดโครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง” มูลค่า 3,565 ล้านบาท ชี้กระทบ 10 ชุมชนทำลายระบบนิเวศลุ่มน้ำ แฉพิรุธรายงาน EIA ยุคเก่าข้อมูลไม่ครอบคลุม-ขาดการมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เป็นไปอย่างคึกคัก โดยกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษาและชาวบ้านในพื้นที่รวมกว่า 60 คน ได้รวมตัวกัน ณ มัสยิดบ้านลือมุ เพื่อประกอบพิธีละหมาดฮายัต ขอพรให้การเคลื่อนไหวปกป้องทรัพยากรท้องถิ่นเป็นไปอย่างราบรื่น
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเริ่มต้น “ขบวนเดินค้านเขื่อนกรงปินัง” ซึ่งมีกำหนดการเดินเท้าเป็นเวลา 2 วัน (4-5 พฤษภาคม) จากชุมชนบ้านลือมุ มุ่งหน้าสู่มัสยิดกลางจังหวัดยะลา ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยื่นหนังสือต่อศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อส่งสารถึงรัฐบาลให้ยุติโครงการโดยทันที
สำหรับโครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) กรงปินัง เป็นโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำปัตตานี มีรายละเอียดทางวิศวกรรมที่สำคัญ ประตูระบายน้ำจำนวน 8 บาน ความกว้างรวม 88 เมตร สูง 8 เมตร และยาว 80 เมตร ประมาณ 3,565.52 ล้านบาท
แม้ภาครัฐจะอ้างเหตุผลเรื่องการป้องกันอุทกภัยและการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร แต่ฝ่ายคัดค้านมองว่าการสร้างสิ่งปลูกสร้างขวางลำน้ำจะทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนทิศทาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนริมน้ำอย่างน้อย 10 แห่ง ซึ่งผูกพันอยู่กับระบบประมงพื้นบ้านและเกษตรกรรมริมตลิ่งมาอย่างยาวนาน
นายซอฮาบูดิน เลาะยะพา ผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี เปิดเผยว่า ปัญหาหลักที่ชาวบ้านยอมรับไม่ได้คือ กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งดำเนินการในช่วงปี 2560–2562
“เราตั้งข้อสังเกตว่ารายงาน EIA ฉบับนี้ขาดความอิสระ เพราะบริษัทที่ปรึกษาถูกว่าจ้างโดยหน่วยงานเจ้าของโครงการ ข้อมูลที่ปรากฏจึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และที่สำคัญคือชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การศึกษาจึงขาดมิติทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น” นายซอฮาบูดิน ระบุ
เครือข่ายฯ ยืนยันว่า ข้อเสนอมีเพียงประการเดียว คือ “ให้ยกเลิกโครงการ” และขอให้รัฐเปลี่ยนแนวทางเป็นการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับระบบนิเวศดั้งเดิม แทนการใช้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ทำลายฐานทรัพยากร
ตลอดเส้นทางเดินเท้ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม ขบวนจะเคลื่อนถึงจุดหมายเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อขอให้มีการระงับโครงการและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทบทวนงบประมาณและผลกระทบโครงการดังกล่าวต่อไป
อนึ่ง โครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกภาคประชาชนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโครงการในลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ของลุ่มน้ำปัตตานีและลุ่มน้ำสายบุรี
Post Views: 4